GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL

GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL
LONG LIVE THE KING BHUMIBHOL

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จากคอมมิวนิสต์แดง สู่กองกำลังติดอาวุธ ต่อด้วยการปล้นประเทศ








ช่วงปี พ.ศ. 2544 – 2549 เกิดมีการปกครองโดยทุนนิยมสุดโต่งของชายดูไบ ดูดทรัพยากรชาติส่วนรวมไปเข้าสู่วงศ์ตระกูลตนเองและพรรคพวก

หลังรัฐประหาร 19 กันยา ปี 49 พคท. สายเดิมที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ประโยชน์ประชาชน ได้สำนึกได้และก่อรูปอุดมการณ์เป็น "สหายใต้ร่มพระบารมี" อย่างเป็นขั้นเป็นตอน กลายเป็นผู้สนับสนุนก่อให้เกิด "นักรบดาวแดง เพื่อชาติและราชบัลลังก์" ขึ้นมาแบบเหนือฝัน หลังจากการลาออกของ "ลุงดิน" เลขาธิการ พคท. คนเดิม คณะผู้บริหารใหม่ก็นำพาพรรคเข้าร่วมกับ "ฝ่ายไม่เอาชายดูไบ"

ขณะที่สมาชิก พคท. บางส่วนอีกฝ่ายหนึ่งได้แยกสายองค์กรนำออกไป ทิ้งอุดมการณ์สิ้นเกียรติยศ เพราะเงิน เข้าสวามิภักดิ์ต่อทุนนิยม กลายร่างเป็นแย้หางแดงพลพรรคชายดูไบ ที่รวมศูนย์ผูกขาดอำนาจรัฐเผด็จการ จำนวนมาก เช่น นกแสก เหวง หมอแคนอดิสรณ์ พรหมมินทร์ จาตุรนต์ ฯลฯ โดยกลุ่มนี้ได้นำแนวคิดเผด็จการแบบคอมมิวนิสต์ที่ทิ้งอุดมการณ์ ผนวกเข้ากับทุนนิยมบ้าคลั่ง เกิดเป็นระบอบใหม่ คือ “ ระบอบชายดูไบ” ที่กำลังก่ออันตรายต่อชาตินั่นเอง

ตั้งแต่ ปี  2552 เป็นต้นมา กลุ่มนายทุนใหญ่สามานย์ที่ผูกขาดกุมอำนาจรัฐ ที่มีชายดูไบเป็นหัวหน้าแก๊งค์อั้งยี่แดง ได้ก่อวินาศกรรม และสงครามกลางเมือง และล้างสมอง ปลุกปลั่น หลอกลวงประชาชน จนเข้าสู่กลไกอำนาจรัฐที่ผูกขาดอยู่ในมือกอบโกยผลประโยชน์ และความมั่งคั่งของชาติมาเป็นของตนอย่างไร้ยางอาย ทำให้เศรษฐกิจของชาติสู่ความหายนะ และประชาชนทุกข์ยากเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เช่น ชาวนา ของแพง ฯลฯ และสร้างความขัดแย้งกับทุกสังคมในชาติของไทยจนมาปัจจุบัน

ตั้งแต่ พ.ย. ปี 2556 เป็นต้นมา ประชาชนทุกชนชั้น ทุกอาชีพ ได้เห็นถึง ภัยต่อความมั่นคงของชาติ คือ จึงก่อรูปพลังสังคมคุณภาพกลายเป็น “มวลมหาประชาชน “ ที่มีกำนัน และเหล่าปราชญ์ผู้มีความรู้ของชาติเป็นแกนนำ สะท้อนอารมณ์ความรู้สึก และสิทธิที่ชอบธรรมของประชาชน เพื่อต้องทำลายการเผด็จการผูกขาดอำนาจรัฐของคอมมิวนิสต์กลายพันธ์ และกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดสามานย์นี้ ให้กลับมาเป็นอำนาจของประชาชนที่แท้จริง ภายใต้ร่มพระบารมี

ปัจจุบันจึง พคท. จึงมี 2 สาย คือ "สายใต้ร่มพระบารมี “ เป็นนักรบดาวแดง เพื่อชาติและราชบัลลังก์ กับ สายคอมมิวนิสต์กลายพันธ์ ที่ไม่สำนึกคุณแผ่นดินที่เรียกว่า “อั้งยี่แดง“ ภายไต้การสนับสนุนของชายดูไบ และบริษัทเผาไทย ที่กำลังประกาศตัวจับอาวุธขึ้นมา ประกาศสงครามกลางเมืองแบ่งแยกประเทศ และชาย 3 สีที่ https://www.youtube.com/watch?v=sVGUFwIqH1Q ) เป็นยุทธการที่เรียกว่า “ปล้นประเทศ “ นั่นเอง

การที่บริษัทเผาไทยกอบโกยผลประโยชน์ชาติต่างๆ อย่างไร้ยางอาย เช่น โกงเงินจำนำข้าวชาวนา โกงสารพัดโครงการ และตั้งเป้าจะกู้ 2.2 ล้านมาโกงซ้ำอีกนั้น เป้าหลักก็คือ ต้องการทำลายประเทศไทยให้เกิดหายนะนั่นเอง จากนั้นก็จะนำทรัพยากรที่ปล้นประเทศไทย และปล้นแบ่งแยกแผ่นดินไทยไปได้ ไปสร้างเขตปกครองตนเอง หรือประเทศใหม่ ทำลายเศรษฐกิจของชาติไทยดิ่งเหวสู่ความหายนะ

1. ระบอบการปกครองที่คอมมิวนิสต์กลายพันธ์ และบริษัทเผาไทย ไฝ่ฝัน จะมีลักษณะคือ
- ปล้นประเทศไทยไปแบ่งเป็นประเทศล้านนา หรือรัฐไทยใหม่ (ไทยเหนือ) ที่มีเมืองหลวงเป็นเชียงใหม่ โดยมีชายดูไบเตรียมสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าผู้ครอบครองรัฐ..คล้ายๆ ฮุนเซน ที่สถาปนาตัวเองขึ้นเป็นสมเด็จฮุนเซน ในปัจจุบัน
- เป็นการปกครองระบอบเผด็จการ ไร้ฝ่ายค้าน คล้ายเกาหลีเหนือ โดยเรียกให้พรางตาว่า “สังคมนิยมประชาธิปไตย” มีประธานาธิบดีคนแรก คือ ปูเน่า การสืบทอดตำแหน่งผู้ปกครอง ทั้งนายกฯ, ครม., จะอยู่ภายใต้ตระกูลเดียว และเครือญาติ..เหมือนบรูไนและซาอุ
- การเลือกตั้งจะมีขึ้นเพื่อบังหน้า ผู้ลงสมัครในระดับประเทศ ถึงระดับท้องถิ่น แก๊งค์อั้งยี่แดง ต้องอนุญาตเท่านั้น คู่แข่งห้ามลง ประชาชนต้องเลือกเฉพาะคนที่เขาส่งลงสมัคร ไม่มีสิทธิเลือกตามเสรี และไม่มีระบบตรวจสอบถ่วงดุล (เหมือนลาวในปัจจัน)
- ฝ่ายค้านมุ้งเล็ก เช่น ปลาไหลเตี้ย, สุโคราช , ตระกูล ส.ส.เก่าตามจังหวัดต่างๆ , ชนชั้นสูง ที่หลงกลเข้าสวามิภักดิ์ ฯลฯ เมื่อเขาสมประโยชน์แล้ว พวกนี้จะค่อยๆ ถูกสังหารล้างตระกูลจนหมดสิ้น เพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามแย่งชิงอำนาจในอนาคต (เหมือนเกาหลีเหนือ ที่เขาฆ่าอาตนเอง แค่ดื่มเหล้าในวันสวนสนาม)
- ประชาชนจะถูกล้างสมอง กดขี่อย่างโหดร้าย หมดสิ้นเสรีภาพ ข่าวสารต้องรับจากเขาฝ่ายเดียว คนมีความรู้จะถูกกำจัดจนสิ้นเหมือนสมัยเขมรแดง เพื่อให้ประชาชนในรัฐไทยใหม่ปกครองได้ง่าย
- ระบบการค้า เศรษฐกิจ จะถูกผูกขาดโดยตระกูล และเครือข่ายทั้งหมด เพื่อดูดทรัพยากรส่วนรวมมาไว้ศูนย์กลาง ไม่ให้ฝ่ายอื่นมีกำลังขึ้นมาต่อสู้ทางการเมือง
- นิยาม ความมั่งคั่งของชาติ คือ ความมั่นคงของตะกูลเขา ประชาชนทุยแดงภาคเหนือ และอีสานในรัฐไทยใหม่ จะตกระกำลำบาก ทุกยาก อดอยาก ขาดอาหารให้เด็ก ผู้ใหญ่ต้องกินรากไม้ ไร้การศึกษา เหมือนตกนรกทั้งเป็น (เหมือนเกาหลีเหนือ) ห้ามออกนอกประเทศ และกลายเป็นผู้อพยพลี้ภัย ข้ามพรมแดนมาขออาหาร ตั้งค่ายผู้อพยพ ในประเทศไทยตามตะเข็บแนวชายแดน
- ส่วนประเทศไทย จะเป็นแผ่นดินสีทองผ่องอำไพ มีความเจริญรุดหน้า มีเสรีภาพ การค้า การท่องเทียว เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด มีการเมืองการปกครองที่มีคุณธรรม ประชาชนเป็นใหญ่ ตรวจสอบถ่วงดุล (เหมือนเกาหลีไต้) ภายไต้พระบรมโพธิสมภารทุกพระองค์

2. จากการข่าวทางลับของขุนพลข่าวอีสาน ขณะนี้ชายดูไบ สั่งเดินหน้าเร่งสถาปนารัฐไทยใหม่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ปูเน่าจะถูกล้อมจับได้ โดยแบ่งเป็น

2.1 ยุทธวิธีเร่งด่วนเฉพาะหน้า..ปูเน่าหนี และสร้างความสับสน

- ให้ปูเน่าหนีขึ้นเหนือไปปักหลักที่เชียงใหม่ทันที ไม่ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาโกงจำนำข้าว ปปช.และไม่ต้องมาขึ้นเปาบุ้นจิ้นทุกคดี โดยวางการคุ้มกันยิ่งลักษณ์ 3 ชั้น (ชั้นนอก ให้อันธพาลแดงเป็นเกราะนอกสุดตายแทนก่อน , ชั้นกลางใช้ชายชุดดำฝ่ายชั่ว + อเวจีแดงฮาร์ดคอร์ และแก๊งค์มือปืน จ.ตาเดียว รับผิดชอบ , ชั้นในสุดใช้ทีมชายชุดดำการ์ดที่รับเงิน 1,000 ล้านบาท รับผิดชอบ
- ภารกิจของ นปช.คือ การโฆษณาชวนเชื่อ (เช่น รณรงค์ไม่ให้นำเด็กมาที่ชุมนุม โดยไม่ตำหนิผู้ยิงหรือปาระเบิด..สังเกตุได้จากพวกจุดเทียนยุติความรุนแรงเมื่อก่อน และแม่มดปวีนา หายเข้ากลีบเมฆไป) สร้างมวลชนเสื้อแดงชั่ว ปลุกระดมมวลชน จูงใจ หลอกลวง คนจนที่รู้ไม่ทัยภัยร้าย ให้เข้าร่วมกับรัฐไทยใหม่ โดยอ้างดื้อๆ ว่าเพื่อรักษาประชาธิปไตย
- ให้ทางวิทยุชุมชน และสื่อสังคมออนไลน์ ปล่อยข่าวลือทำลายสถาบันในแง่มุมต่าง ๆ และสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับสถาบัน (จะสามารถสังเกตุเห็น และรับรู้ทั่วไปได้อย่างชัดเจนในช่วงนี้ )

2.2 ยุทธวิธีเร่งด่วนเฉพาะหน้า..การก่อการร้ายและวินาศกรรม

- นายพลแม็คอาเธอร์ ขอกำลังอเวจีแดงเพิ่มจากชายดูไบอีก เพราะแต่ละชุดต้องมีทีมระวังหลัง และทีมสนับสนุน และเงินสนับสนุนต้องมากพอ ที่จะสร้างแรงจูงใจได้
- ชายดูไบ จึงสั่งให้ทีมชายชุดดำทีมใหม่ และอันธพาลแดงทุกทีม รับการสั่งการของฝ่ายยุทธการ มีแม็คอาเธอร์ เป็นหัวหน้า ( แก๊งค์ชายชุดดำของนายพล ช. , แก๊งค์โป๊ะ, แก๊งค์ภาคเหนือ พะเยา (อำเภอ) จุน, ลับแล, การ์ดสวนจตุจักร, กาละแมร์ นนทบุรี )
- ให้กองกำลังผสมระหว่างชายชุดดำฝ่ายชั่ว กับแดงฮาร์ดคอร์ และนักรบรับจ้างเขมร เปิดสงครามกองโจรในพื้นที่กรุงเทพฯ เต็มรูปแบบ
- สายข่าวที่แฝงตัวอยู่ในค่ายทหารเขมร แจ้งมาว่าชายดูไบจ่าย 500 ล้านบาท ให้ฮุนเซน ให้ช่วยส่งทหารรับจ้างเข้ามาช่วยพวกกองกำลังแดง ที่เมืองไทย เหมือนปี 53 ชุดแรกเดินทางเข้ามาแล้วจำนวนหนึ่ง และฮุนเซนกำลังเปิดรับสมัครทหารใหม่จำนวนมาก เร่งรีบทำการฝึกใช้อาวุธ เน้นการยิงปืนและปาระเบิด
- ให้มวลชนอเวจีแดงรับจ้างป่วน ปปช. ขยายพื้นที่โจมตี และก่อวินาศกรรมในกรุงเทพฯ และปริมณทลให้กว้างขึ้น เพื่อให้กำลังชายชุดเขียวจากภาค 1 กระจัดกระจายกำลังให้มากที่สุด เพื่อลดทอนประสิทธิภาพ
- อันธพาลแดงจะซุ่มรวมตัวกันแถวในบ้านร้าง หมู่บ้านเมืองเอก หลังใหญ่หลังหนึ่ง ใช้ปืน อาก้า M16 มีมอเตอร์ไซค์ราว 60 คัน และตระเวณซื้อ Taxi เก่าๆ เตรียมทำ Car bomb หรือใช้เป็นพาหนะโจมตี
- ชายดูไบ ให้คำรับร้องกับสมุนชั่วทั้งหลายว่า ได้สั่งให้ชายชุดดำฝ่ายชั่ว ในเครื่องแบบทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแล้ว ให้กองโจรแดงโจมตีประชาชนได้ตามสะดวก ไม่ต้องวิตกกังวลใดๆ
- แบ่งแยกกำลังชายชุดเขียวออกเป็นส่วนๆ ย่อยๆ เช่น ให้วาดะเร่งสร้างความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้หนักมากยิ่งขึ้น เน้นผู้อ่อนแอ พระ เด็ก ผู้หญิง ฯลฯ เพื่อตึงกำลังชายชุดเขียวในพื้นที่ให้ขยับไม่ได้ และดึงกำลังกำลังจากส่วนอื่นของประเทศให้ลงไปภาคใต้
** ที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้ คือ การก่อเหตุชายแดนไต้ กลุ่มหลักๆ ที่ทำนั้น รับเงินอุดหนุนชายดูไบ ในรูปแบบกองทุนลับ อ้างว่าสนับสนุนให้ก่อเหตุแยกดินแดน และการเซ็นต์อย่าศึกลวงโลกระหว่าง กอ.รมน.กับแกนนำโจรไต้ ที่มาเลเซียที่ผ่านมาปี 56 คือ “การเซ็นต์กระดาษเปล่า” ที่ไม่มีข้อความใด ๆ ทั้งสิ้นต่อหน้าสื่อ

2.3 ยุทธวิธีเตรียมพื้นที่ปฏิบัติการ แยกเป็น 3 พื้นที่

2.3.1) พื้นที่แนวหลัง..(เขตปลดปล่อย) ใช้เป็นหลังพิงในการต่อสู้ โดยใช้พื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน มีหมอแคนขอนแก่นเป็นแม่ทัพแดงเผด็จการใหญ่ (อนาคตเขาจะถูกชายดูไบสังหารเป็นคนแรกเพื่อป้องกันทรยศ) ให้ทีมงานในพื้นที่ ขึ้นตรงกับหมอแคนนี้ แล้วเขาขึ้นตรงกับแม้วอีกทีหนึ่ง ใช้กองกำลังผสม ตามตำราของคอมมิวนิสต์ดังเดิมดังนี้
- ชายชุดดำแดงในพื้นที่ (อนาคตจะถูกชายดูไบสังหารแกนนำหัวๆ หมด)
- ชายชุดดำบ้าน (ที่ถูกหลอกมาตาย แลกค่าจ้างเพียงเล็กน้อยราว 100-300 บาทต่อวัน )
- อส., ชรบ. (สังกัดคลองหลอด, ที่ถูกหลอกมาตาย)
- อส.พิทักษ์ป่า
- ทุยแดงฮาร์ดคอร์ (อนาคตจะถูกชายดูไบสังหารแกนนำหัวๆ หมดเพื่อกันแข็งข้อ)

** ชายดูไบ และหมอแคนฯ ประเมินกำลังชายชุดเขียวในพื้นที่ภาค 2 และ 3 ว่า มีกำลังพลรบติดอาวุธไม่เกิน 40,000 นาย นอกนั้นเป็นธุรการ จำนวนเพียงแค่นี้ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้หมด

2.3.2) พื้นที่ต้องยึดครอง..ได้แก่ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยให้แกนนำแต่ละจังหวัดนำกำลังของตนเองเข้าต่อสู้ ใช้กำลังพลคือฐานเสียงหัวคะแนนของแกนนำแต่ละคน ผสมกับชายชุดดำแดงและทุยแดงที่หลอกมาให้ตาย แล้วให้แกนนำแต่ละจังหวัดทุกคนขึ้นตรงกับชายดูไบ (เขาไม่เคยไว้ใจใคร) โดยเขาจะให้การสนับสนุนทั้งเงิน และคลังอาวุธ

2.3.3) พื้นที่สู้รบ..คือ กรุงเทพฯ และปริมณทล โดยใช้ยุทธวิธีแบบกองโจร หรือ จรยุทธ์ กองกำลังประกอบด้วย
- ชายชุดดำแดงในพื้นที่ (อนาคตจะถูกชายดูไบสังหารแกนนำหัวๆ หมด)
- ทุยแดงฮาร์ดคอร์ (อนาคตจะถูกชายดูไบสังหารแกนนำหัวๆ หมดเพื่อกันแข็งข้อ)
- นักรบรับจ้างจากเขมร

** ให้กองกำลังเหล่านี้ไม่ขึ้นกับบริษัทเผาไทย แต่หลอกให้ชายชุดดำฝ่ายชั่วที่ลดศักดิ์ศรีไปเป็นแค่มือปืนแทน ขึ้นตรงกับนายพลแม็คอาเธอร์อดีตนักรบรับจ้างแทน ที่จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมยุทธการด้วย

2.4 ยุทธวิธีสับขาหลอก สร้างความหวาดกลัว และต่อรอง หน่วงเวลา
- ให้แกนนำคอมมิวนิสต์สายกลายพันธ์ หมอแคนขอนแก่น, นกแสก, เหวง,และอ้วน สร้างความหวาดกลัวให้เกิดกับประชาชนคนไทย และกองทัพไทย ให้กลัวสงคราม, ให้กลัวการแบ่งแยกประเทศ แล้วสุดท้ายต้องบีบให้หันมายอมเจรจา
- โดยต้องยอมรับเงื่อนไขของฝ่ายแก๊งค์อั้งยี่แดง นั่นคือ คนของระบอบชายดูไบต้องมีอำนาจบริหารประเทศต่อไป เขาและลูกสมุนโกงและเผาประเทศต้องหลุดพ้นความผิดทุกคดี..!!
** เช่น การให้ชายม่านรูด แสร้งทำไปเจรจากับหลวงปู่พุทธอิสระ ฯลฯ

3. เดินหน้าก่อสงครามกลางเมือง..เพื่อแบ่งแยกประเทศ สร้างรัฐไทยใหม่(แบ่งเป็นไทยเหนือ-ไทยใต้) หลังสรุปแผนกับนายพลแม็คอาเธอร์รับจ้างเสร็จเรียบร้อย

- ในช่วงนี้ให้แกนนำ นปช.ออกเคลื่อนไหว ใช้เงินจ้างปลุกระดม,โฆษณาชวนเชื่อ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายกดดันไปเรื่อยๆ ข่มขู่ ทำร้ายชาวนา ที่ออกมาประท้วง
- สั่งให้นักวิชาการแดง และนักการเมืองสายเผาไทย ออกมาเคลื่อนไหว ออกฟรีทีวี จัดกิจกรรมสร้างความสับสนวุ่นวาย ป่วนอารมณ์ ป่วนสถานการณ์ไปเรื่อย ๆ
- ให้หมอแคนขอนแก่น เตรียมร่างประกาศพื้นที่ปลดปล่อยแบ่งแยกประเทศ (ภาคเหนือ/ภาคอีสาน) โดยใช้ช่วงเวลา (คาดว่าหลังวันที่ 4 มีนาคม 2557) หลังจากที่เปาบุ้นจิ้นรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์สิ้นสภาพรัฐบาลเทียม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 และ 172
- หรือวันที่ ปปช.สั่งให้ปูเน่าหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ประกาศไม่ยอมรับคำตัดสินของเปาบุ้นจิ้น , ปปช. หรือองค์กรใดกก็ตามในประเทศนี้..แล้วประกาศแยกตัวออกจากประเทศไทยทันที

4. ความคืบหน้าการสถานการณ์ของแก๊งค์อั้งยี่แดง
4.1 ก่อความรุนแรงเหตุการณ์ปาระเบิด ยิง เด็กเล็ก และประชาชนที่ จ.ตราด
- ก่อนเกิดเหตุมีการประชุมลับกันที่โรงแรมของลูกเปาะที่บางแสน, มีผู้กำกับภาค 2,คัชชา, ดาบแดง, คนตระกูลเปาะ, ตระกูลเฮง, ชายชุดดำพร้อมทั้งผู้เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง
- ผลการประชุมลับ ให้ลอบสังหารแกนนำ กปปส. ภาคตะวันออก ทุกคน งานแรกให้สังหารแกนนำสายลับอีสานแปรพักษ์ ที่จะมาปราศัยที่ จ.ตราด
- โดยมีน้องเปาะที่ผู้ใหญ่บ้านชื่อชา ที่ไปทำธุรกิจที่เกาะกง เขมรกว่านาน 10 ปี นำเอานักรบเขมรรับจ้าง ร่วมทีมกับชายชุดดำฝ่ายชั่วภาค 2 จำนวนหนึ่ง
- แต่ให้อำพรางการสังหารแกนนำสายลับ ไม่ให้ดูจงใจโจ่งแจ้งเกินไป โดยสั่งให้ปาระเบิดใส่เด็กและผู้หญิงก่อน แล้วค่อยกราดยิงไปบนเวทีและผู้ชุมนุม จนทำให้มีเด็กตายและบาดเจ็บ

4.2 ก่อความรุนแรงเหตุการณ์ปะทะ
- ก่อนเหตการณ์นะโม เมีย และพ่อเป็นชายชุดดำ ส่งสัญญาณให้เสื้อแดงแฝงตัวถอนตัวออกมา
- คืน 24 ก.พ.57แก๊งค์อั้งยี่แดงจ้างสมุนยิง M79 จากทางขนานรถไฟสามเสน กระสุนตกใส่บ้านเรือนประชาชน กระจกแตก รถยนต์เสียหายเล็กน้อย 1 คัน ติดกับพรรคธรณีบีบมวยผม
- เหตุปะทะระหว่างอันธพาลแดง กับนักรบป๊อบคอร์น..หลายจุดใกล้เวทีสีลม-สวนลุม ตั้งแต่ 01.00 - 05.00 น. นานกว่า 4 ชั่วโมง ยิงต่อสู้กันอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยอาวุธนานาชนิด และ M79 ราว 20 ลูก  ปะทะบริเวณแยกอังรีดูนัง โดยแท็กซี่สีชมพู  บนสะพานไทย-ญี่ปุ่นผั่งสามย่าน และด้านล่างหลายจุด  ซอยศาลาแดง 2 สีลม  สามแยกไปราชประสงค์ หน้าจุฬาฝั่งสารสิน ฝั่ง ถ. ราชดำริ
- มีหมาขี้เรื้อนลอบกัด กินข้าวโพดไปเต็มร่างและหัว 4 ตัว กลับบ้านเก่าลากร่างกันใส่รถหนีไปทุลักทุเลเพื่อกลบหลักฐาน (ไม่มีข่าวทั่วไป) มีการ์ด กปปส. บาดเจ็บเล็กน้อย 2 เพียงคน
เวทีปทุมวัน จุดหน้าสนามกีฬาฯ มีโยนระเบิด เคลียร์ พื้นที่แล้ว 19.03
- คืน 25 ก.พ.57 เวลา 19.10 น.แก๊งค์มอเตอร์ไซต์โกตี๋ 200 คัน กำลังป่วน เอารถบัสปิดแยกพญาไท..เดี๋ยวคงได้เห็นอะไรดี
- เวลา 19.29 น. หมวด จ.รองโฆษกปูเน่า มาสืบข่าวแต่อ้างว่ามาทำหน้าร้านนิติพลคลินิก สยามสแควร์ ถูกการ์ดกปปส. เชิญไปคุย แต่หมวดเจี๊ยบสบถคำหยาบหลายคำ...เลย..?..?..?
- เวลา 20.39 น. รถอีซูซุดีแม็คสีบลอนเงินมีหลังคาแครี่บอย ทะเบียน ก.ณ.4095 มาวนเวียนอยู่รอบที่ชุมนุมหลายรอบแล้ว ให้จัดการ !! รถคันนี้ได้เลย

4.3 วัดศรีบุญเรือง จ.เชียงใหม่ ให้ลูกศิษย์ทาสีกำแพงวัดให้ใหม่ เป็นสีแดงเข้มหลังจากเจ้าอาวาส เกจิเสื้อแดง ทำพิธีเพ่งดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า..สะเดาห์เคราะห์ชายดูไบ..ฮา
** ส่วนสมุนแดงก็เรียกขวัญหลอกกันเองใหญ่ว่าชายดูไบ แอบบมาอยู่เชียงใหม่..แต่จริง ๆ เขาเดินควงกุมมือเมียน้อยเสื้อขาวคนเดิม อยู่ที่สิงคโปร์ และโทรศัพท์สั่งการอย่างเคร่งเครียด

การที่รัฐอั้งยี่แดงโจมตีเด็ก และผู้หญิงด้วยอาวุธ ระเบิดและปืนนั้น เขาไม่ได้ยิงพลาด “แต่เขาจงใจ “ เขาต้องการให้ประชาชนป่วนอารมณ์ เครียด จิตตก วิตกกังวล เขาต้องการสร้างความรุนแรง กดดันสังคมให้เหมือนภาคไต้ ที่เขาให้ทุนโจรก่อการร้ายฆ่าพระ เด็ก ผู้หญิง ที่เป็นผู้บริสุทธิ์..มันคือการทำงานจากผู้สั่งการคนเดียว และแก๊งค์เดียวกัน

ถ้าถามว่าประชาชนมือเปล่าจะช่วยประเทศได้อย่างไรบ้าง สิ่งที่ทำได้ง่ายๆ คือพูดคุย เล่าความจริงนี้ต่อกันฟังในบ้าน ปรึกษากันอย่างมีสติ เมื่อก่อนเราใช้กำลังที่เหนือมากกว่า ก็ต่อสู้ก็เอาชนะพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ได้เด็ดขาด แต่การที่เราดึงประชาชนส่วนมากของเรากลับมา บอกเล่าทุกคนที่รู้จักให้เขารู้ถึงภัยอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ผลกระทบที่เขาและครอบครัวจะได้รับ

ต่อต้านเขาในทุกอย่างตามกำลังและอาชีพของตนเอง ตั้งแต่ระดับในครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล ท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด ภาค ชาวบ้านรู้ว่าคนพวกนี้เป็นพวกไหน ก็อย่าไปสนับสนุน เลือกเขา เทิดทูนสถาบันเบื้องสูง อย่าหลงเชื่อสิ่งที่เป็นข่าวลือด้านร้ายต่างๆ..ประเทศเราชนะคอมมิวนิสต์ที่เข้มแข็งไปกว่าครึ่งโลกมาแล้วเมื่อช่วงปี 2523 เป็นต้นมาเราก็ทำมาแล้ว ทำไมเราชนะคอมมิวนิสต์กลายพันธ์กับทุนนิยมบ้าคลั่งไม่ได้..

ช่วงนี้ถ้าประชาชน เจอรถถัง รถเกราะ จรวด ปืนใหญ่ หลายสิบคัน ออกมาเพ่นพ่าน แถวแจ้งวัฒนะ ทุ่งสีกัน...ปวงประชา ไม่ต้องแตกตื่น

ถ้ามีเสียงอึกทึกครึกโครม..ให้เข้าไปในบ้านเสีย

@เสธ น้ำเงิน
ที่มา https://www.facebook.com/topsecretthai






วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สหรัฐ แถลง ไม่ยอมรับรัฐบาลแดง (หลังจาก สหรัฐ ดักฟัง คนดูไบสั่งการทำชั่วในไทย) Political Tensions in Thailand




นี่เป็นข่าวดีในรอบปีนี้ข่าวนึง สหรัฐอเมริกาแถลง ไม่ยอมรับรัฐแดง ที่ก่อเหตุรุนแรงต...่อประชาชนตนเอง สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานว่า แมรี ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ว่า "ประเทศสหรัฐอเมริกาขอประนามการก่อเหตุรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน ภายหลังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อการร้ายปาระเบิดใส่การชุมนุมบริสุทธิ์ของกลุ่ม กปปส. ทั้งที่ถนนบรรทัดทอง และเวทีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และขอให้ทางการไทยเร่งสืบสวนและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่ขบวนการทางกฏหมายโดยเร็ว งดเว้นการก่อเหตุรุนแรงใช้ความยับยั้งชั่งใจ และเคารพหลักนิติธรรม"
The United States strongly condemns increasing violence in Bangkok that has resulted in deaths and injuries. We urge Thai authorities to investigate these attacks and bring those responsible to justice. We urge all sides to refrain from violence, exercise restraint, and respect the rule of law. The United States supports democratic institutions and processes in Thailand, our long-time friend and ally. We encourage all involved to commit to sincere dialogue to resolve political differences peacefully and democraticall
( ที่มา : http://www.state.gov/r/pa/prs/ps/2014/01/220497.htm )
รัฐแดงอั้งยี่ซ่องโจร โดนมหาอำนาจดีดหูสะกิด เพราะรู้ทันเข้าแล้ว ก่อนหน้านี้สหรัฐแจ้งเตือนไทย หลังดักฟังคนดูไบ ขณะเดินทางไปมอนเตเนโกร สั่งเตรียมก่อวินาศกรรมกรุงเทพฯ เพราะไทยกับอเมริกามีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ตามกฎหมายที่เรียกว่า The USA Patriot Act หรือ Homeland Security แต่รัฐแดงทำหูทวนลม เพราะคนสั่งก่อการร้ายคือผู้บงการพรรคเผาไทยของตนนั่นเอง ซึ่งปกติสหรัฐก็ดักฟังผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ จนบางประเทศแถวยุโรป และรัสเซียรู้ตัวจนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว ปกติสหรัฐจะไม่ออกตัวแรง หนุนฝ่ายใดในต่างประเทศอย่างชัดเจน การแสดงออกของทูตสหรัฐในประเทศไทยเขาอาจจะสงวนท่าทีตามธรรมเนียมทูตตามมาตรฐาน แต่ถ้าเมื่อไรเขาแถลงผ่านกระทรวงการต่างประเทศออกมาเอง แสดงว่าทีมการเมืองของเขาวิเคราะห์แล้วว่า “สิ่งเทียมรัฐบาล“ ปูแดงแพ้แน่ ๆ นี่เป็นสัญญาณเตือนแล้วว่า สหรัฐไม่ยอมรับการก่อวินาศกรรมฆ่าประชาชนตนเองของรัฐแดง และปรามให้ยับยั้งชั่งใจ หากปึ้งเหน่ง และเป็ดเหลิม จะสั่งชายชุดดำไทย และเขมรมาปราบปรามผู้ชุมนุม รัฐแดงจึงถูกโดดเดี่ยวจากมหาอำนาจไปอีก 1ประเทศ จึงเป็นทีของประชาชนจะต้องเปิดเกมส์รุก “อุด-รู-ปู-ในประเทศ” ให้หนักขึ้นไปอีก โดยมีชาย 3 สีเป็น “ เปลือกหุ้มใส้ดินสอ” ป้องกันภัยจากกองกำลังแดงเถื่อน และมีอเมริกาเป็น กองหนุน “อุด-รู-ปู-อยู่นอกประเทศ“

ชักศึกเข้าบ้าน !!! ....ไอ้หน้าเหลี่ยม จะใช้ สหประชาชาติ เป็นเครื่องมือล้อม ปท.ไทย














ชักศึกเข้าบ้าน !!! ....ไอ้หน้าเหลี่ยม จะใช้ สหประชาชาติ เป็นเครื่องมือ ล้อม ปท.ไทย

สื่อนอกตีข่าว "ปู" หวังดึง สหประชาชาติ ตัวกลางยุติขัดแย้ง-นองเลือด แฉ "แม้ว" ยื่นเงื่อนไขต้องได้เงินคืน??

สื่อแห่งรัฐของอเมริกา เผยรัฐบาลไทยหวังดึงสหประชาชาติเป็นคนกลางยุติความขัดแย้งทางการเมืองและเหตุนองเลือด แต่อีกด้านก็ถูกแฉว่าการหารือมีขึ้นหลังจากการเจรจากับ "ทักษิณ" ไม่เป็นผล เหตุยื่นเงื่อนไขต้องได้เงินคืนเท่านั้น??

วันนี้ (26 ก.พ.) วอยซ์ออฟอเมริการายงานว่า การเจรจาที่มีเป้าหมายยุติความรุนแรงระหว่างรัฐบาลไทยและผู้ประท้วงเกิดขึ้นในวันจันทร์(24) และใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง โดยการหารือครั้งนี้นำโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งระดับสูงของไทย และมีสมาชิกระดับอาวุโสจากพรรคเพื่อไทยกับพระสงฆ์ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำของกปปส.เข้าร่วม

สื่อแห่งนี้รายงานต่อว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันอังคาร(25) ว่าการเจรจาจบลงด้วยทั้งสองฝ่ายเรียกร้องให้มีการหารือเพิ่มเติมตราบใดที่ความรุนแรงลดลง อย่างไรก็ตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำของผู้ชุมนุม ประกาศในวันเดียวกันว่า เขาจะไม่เจรจาต่อรองกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมกล่าวหารัฐบาลพัวพันกับกลุ่มมือปืนที่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีนองเลือดเมื่อเร็วๆนี้

วอยซ์ออฟอเมริการะบุว่าการเจรจาครั้งนี้มีขึ้น หลังจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุความรุนแรงที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ เมื่อกลุ่มมือปืนกราดยิงและปาระเบิดเข้าใส่เวทีชุมนุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในจังหวัดระยอง คร่าชีวิตเด็กน้อยวัย 5 ขวบและบาดเจ็บหลายสิบคน จากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุโจมตีในใจกลางกรุงเทพฯ ทำเด็กน้อย 2 คนที่กำลังช้อปปิ้งใกล้เวทีชุมนุมเสียชีวิต

ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักรัฐศาสตร์และอดีตโฆษกรัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ออฟอเมริกา ว่าการเจรจาที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการลดกระแสความกดดันที่มีต่อตนเอง "พรรคเพื่อไทยกำลังวางแผนยืดอายุรัฐบาล ด้วยการเลือกคนในคณะรัฐมนตรีขึ้นมาแทนยิ่งลักษณ์" ดร.ปณิธานกล่าว "พวกเขาจะพยายามและทดสอบความเป็นไปได้ในทางเลือกนี้ด้วยการเจรจากับแกนนำกปปส.ที่มีความยืดหยุ่นกว่า อย่างเช่นหลวงปู่พุทธะอิสระ"

สื่อแห่งรัฐของอเมริการะบุว่าการเจรจาครั้งนี้มีขึ้นหลังจากความพยายามเจรจาก่อนหน้านี้กับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของยิ่งลักษณ์ มีอันต้องพับฐานลงไป ด้วยนักวิเคราะห์ชี้ว่า ทักษิณ ปฏิเสธการเจรจาหากเขาไม่ได้เงินที่ถูกอายัดไปคืนและรื้อคดีคอรัปชันที่มีต่อตัวเขาขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้วอยซ์ออฟอเมริกาให้ข้อมูลด้วยว่า ทักษิณ หลบหนีโทษจำคุกข้อหาคอรัปชัน ไปพำนักในต่างแดน แต่เขายังคงมีอิทธิพลมหาศาลเหนือรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา บอกกับวอยซ์ออฟอเมริกาบอกว่าเงื่อนไขของทักษิณคืออุปสรรคสำคัญ "ทักษิณ เห็นพ้องต่อรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติ แน่นอนว่านั่นคือการลาออกของน้องสาวของเขา(ยิ่งลักษณ์) แต่เขาวางเงื่อนไขที่ไม่สมเหตุสมผล นั่นคือต้องได้เงินคืนหรือไม่ก็ คดีนี้ต้องนำไปพิจาณาในศาลปกติด้วยผู้พิพากษาคนเดียวและไม่ตัดสินโดยศาลฎีกา" เขากล่าว พร้อมย้ำว่า "แน่นอนว่า มันเป็นไปไม่ได้ มันคือทางตัน"

ความกังวลต่อเหตุความรุนแรงที่อาจเลวร้ายลง ทำให้ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ยื่นข้อเสนอให้สำนักงานของเขาเป็นคนกลางเจรจาคลี่คลายปัญหาความขัดแย้ง ด้วยวอยซ์ออฟอเมริกาอ้างว่าทั้งรัฐบาลและผู้สนับสนุนฝ่ายค้านต่างยินดีต่อข้อเสนอดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ยูเอ็นดำเนินการอย่างเร่งด่วน

นายสมาน เลิศวงศ์รัฐ สมาชิกพรรคเพื่อไทย อ้างว่าการแทรกแซงของต่างชาติอาจช่วยปกป้องชีวิตท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง "ผู้นำส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงในไทย หากพวกเขาแข็งกร้าวกว่านี้เล็กน้อย บันคีมูน ก็อาจประสบความสำเร็จในฐานะนักประนีประนอม หากประชาชนในสหรัฐฯหรืออียู บอกว่าพวกเขาสนับสนุนบันคีมูน ผมคิดว่ามันจะช่วยปกป้องชีวิตผู้คนได้"





ผบ.ทบ.สั่งจับตากลุ่มยุยงแบ่งฝ่ายพาดพิงสถาบัน....


"ประยุทธ์" สวมหมวกรอง ผอ.รมน.สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดจับตากลุ่มยุยง แบ่งฝ่าย พาดพิงสถาบัน ส่งทหารคุม องค์กรอิสระ-ศาล-พื้นที่ล่อแหลม เมื่อวันที่ 25 ก.พ. พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร....... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1k9EBx6



ทรราชย์ 'นปช.' ลุยเคลื่อนพล 'อีสาน-เหนือ' ซ้อมใหญ่ก่อนบุกกรุง !!!!!
เดลินิวส์ออนไลน์

ทรราชย์ "นปช." ลุยเคลื่อนพล "อีสาน-เหนือ" ดีเดย์ 1 มี.ค. ซ้อมปิดสถานที่ราชการ องค์กรอิสระ ก่อนยกพลเข้ากรุง ปัดไม่มีกองกำลังติดอาวุธ มีแค่ชายฉกรรจ์ไว้ดูแล ปชช.

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิร์ด ลาดพร้าว แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ร่วมกันแถลงข่าว โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า หลังจากที่มีการประชุมลั่นกลองรบเมื่อวันที่ 23 ก.พ. พี่น้องชาวเสื้อเเดงได้เเสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำมาคัดสรร จัดระบบ และประสานกับทฤษฏีของความเป็นจริงจึงจะสามารถนำไปปฏิบัติได้ "การลั่นกลองรบของเรา ไม่ใช่ลั่นเฉยๆ สัปดาห์นี้มีกำหนดเคลื่อนพลคนประชาธิปไตยทันที โดยเริ่มต้นในวันเสาร์ที่ 1 มี.ค. และอาทิตย์ที่ 2 มี.ค.นี้ ที่ จ.อุดรธานี และในสัปดาห์ต่อไปจะเป็นกำหนดการที่ภาคเหนือ จากลำพูน และ เชียงใหม่ซึ่งเป็นการเริ่มต้น โดยหลังประชุมและตัดสินแล้ว ตนจะมีหน้าที่รายงานเพื่อให้พี่น้องได้รับฟัง ในสถานการณ์วิกฤติการเมืองนี้"

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันที่ 1 มี.ค. เป็นวันเคลื่อนพลคนประชาธิปไตย ส่วนรูปแบบวิธีการที่เราจะดำเนินการ ก็เกิดขึ้นจากการประชุมกัน เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยนำเอาข้อเสนอ ความคิดเห็น จากพี่น้องคนเสื้อแดง ที่มาประชุมกันมาพิจารณา ต้องทำความเข้าใจว่า ข้อเสนอต่างๆ ที่ได้สรุปเป็นประเด็นแล้วนำเสนอผ่านเวทีในวันที่ 23 ก.พ. เป็นข้อสรุปที่เราจะเก็บไว้เป็นต้นทุน สำหรับแนวทางขับเคลื่อน ซึ่งมีกว่า 20 ข้อ อาจหยิบมาใช้ได้ครบทุกข้อหรืออาจหยิบมาใช้เป็นบางข้อ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะเป็นตัวกำหนด นอกจากนี้อาจมีแนวทางอื่นที่สรุปตรงกัน จะกำหนดเป็นแนวต่อสู้เพิ่มเติมก็ทำได้เช่นกัน

"การที่มีความพยายามขยายผลให้เกิดความสับสน ว่าคนเสื้อแดงกำลังตั้งกองกำลังติดอาวุธ กำลังซ่องสุมผู้คน เพื่อที่จะใช้ความรุนแรงกับกลุ่ม กปปส. หรือกลุ่มตรงข้ามทางการเมือง ผมขอยืนยันว่าไม่มี แม้แต่ความคิดที่จะดำเนินการในรูปแบบนั้น การจัดเตรียมชายฉกรรจ์ไว้ในทุกจังหวัดเพื่อให้เกิดความพร้อมในการดูแลขบวนพี่น้องประชาชน เมื่อต้องขับเคลื่อนเข้าสู่ กทม. ส่วนทำไมต้องจัดเตรียมนั้นเพราะว่าเราห่างหายว่างเว้นจากการชุมนุมใหญ่มาแล้ว 4 ปี ครั้งล่าสุด คือ 12 มี.ค. 2553 ดังนั้นระยะเวลาที่เราว่างเว้นการศึก ก็มีความจำเป็นที่จะต้องรวบรวมบุคลากร เป็นอาสาสมัครดูแลความเรียบร้อยให้กับประชาชน ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ไม่มีการประกาศภาคภูมิใจ กับพ่อค้าป๊อปคอร์นใดๆ อย่างที่นายสุเทพ ทำแน่นอน" นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า รูปแบบการเคลื่อนไหวนั้นได้นัดหมายในเวลา 16.00 น .ของวันที่ 1 มี.ค.จะเชิญชวนพี่น้องชาวอุดรธานี ชาวจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมพลังกันที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี โดยจะเปิดเวทีปราศัยสลับกับการพูดจาทางวิชาการให้ความรู้ การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่น ๆ บนเวที ที่สอดคล้องกับแนวทางการต่อสู้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ข้ามคืนไปจนถึงเช้าวันที่ 2 มี.ค. จากนั้นขึ้นขบวนรถ ไม่เกินเวลา 09.00 น. ออกจาก จ.อุดรธานี มุ่งหน้าไป จ.กาฬสินธุ์

"สองข้างทางเราเชื่อมั่นว่าจะมีประชาชนมากมาย ออกมาแสดงพลังสัญลักษณ์ สนับสนุน ไปถึงกาฬสินธุ์ ก็จะพักรับประทานอาหารในขณะเดียวกันในตัวเมืองจะมีสถานที่ราชการ สถานที่ปฏิบัติงานขององค์กรอิสระต่างๆ เราจะซ้อมปิดล้อมไปในตัว ทั้ง กกต. ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เราจะซ้อมปิดล้อมอย่างครบถ้วน แต่จะไม่ขัดขวางข้าราชการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ เพียงแต่ซ้อมไว้ เมื่อมุ่งเข้า กทม.จะได้ทำตามที่ซ้อมไว้ เสร็จจาก จ. กาฬสินธุ์เราจะเคลื่อนผ่านไปยัง จ.มหาสารคาม เคลื่อนผ่านถนนเส้นใจกลางเมือง

แต่ถ้าหากมีทำเลเหมาะสมก็อาจแบ่งกำลังซ้อมล้อมไว้บ้าง แต่กำลังส่วนใหญ่จะมุ่งตรงไปยัง จ.ขอนแก่น จะมีเวทีเหมือนกับที่จัดที่อุดรธานี และอยู่ที่นั้น จนเช้าของวันรุ่งขึ้น ร้องเพลงชาติร่วมกัน หลังจากยุติเคลื่อนพลในภาคอีสาน ในสัปดาห์ถัดไปถ้าสถานการณ์ยังทำได้ เราก็จะซ้อมที่ภาคเหนือ ใน จ.ลำพูน และเชียงใหม่ หลังจากนั้นรอการประกาศเมื่อไรเมื่อนั้น ต้องพร้อมภายใน 24 ชั่วโมง เคลื่อนพลเข้ากรุงเทพฯ ทันทีเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ขอให้พี่น้องสบายใจว่า แนวทางของเรา ยังคงสันติวิธิ ไม่ใช่ความรุนแรงและกองกำลังติดอาวุธ จะจัดเป็นกองกำลังการเคลื่อนไหวของประชาชน โดยเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่การท้าทายหรือประลองอาวุธ "นายณัฐวุฒิ กล่าว

ด้านนายจตุรพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจว่าพวกเรามีความเข้มเเข็งเหมือนเดิม เนื่องจากนายขวัญชัย ไพรพนา ถูกยิง เพราะฉะนั้นการชุมนุมที่ จ.อุดรธานี จะเป็นการเคลื่อนขบวนมาจากภาคอีสาน หัวแถวอยู่รังสิต ปลายทาง อยู่โคราช หรือภาคเหนือ ปลายแถวอยู่ จ.นครสวรรค์ หัวแถวจอด กทม. จะเป็นลักษณะเดียวกัน "ผมเชื่อว่า บรรยากาศที่ทุ่งศรีเมืองจะสะท้อนเรื่องนี้ได้ดีที่สุด จะแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มหนึ่งอยู่ อุดร อีกกลุ่มไปที่ขอนแก่น การซ้อมครั้งนี้จะได้แลเห็นว่า กระบวนการของคนเสื้อแดงในภาคอีสาน เหนือ และภาคอื่นๆ เป็นอย่างไร นายสุเทพอาจจะต้องรอพักหนึ่ง เพราะว่าคนคิดถึงกันอยากจะเจอกันทุกวัน ก็รอหน่อย" นายจตุพร กล่าว



บึ้มที่ตราดฝีมือ นปช. . มันยอมรับแล้ว







รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กลายเป็นรัฐบาลอั้งยี่ซ่องโจร ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชน ทั้งยิง ทั้งระเบิด โดยใช้ลิ่วล้ออันธพาลจากหลายกลุ่มด้วยกัน..จากทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน..

ทหารจึงต้องทำหน้าที่ปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ กระจายกำลังตั้งด่านสกัด..หลายจุดทั่วกรุงเทพ..

นาทีนี้ผู้กองปูเค็มรู้สึกเห็นใจ พล.อ.ประยุทธ ผบ.ทบ. ที่ถูกทั้งฝ่ายระบอบทักษิณโจมตี ฝ่ายเราก็ดูถูกเหยียดหยาม..

เข้าใจสถานการณ์ความขัดแย้งของประเทศ ประชาชนบางส่วนถูกปลุกปั่นยุยง ให้หลงผิด กลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์..

เป็นเรื่องยากที่จะแยกปลาออกจากน้ำ..แต่กองทัพไทยก็ต้องพยายามทำให้ได้..

เรื่องสำคัญประการหนึ่ง ที่ประชาชนควรรู้ ตระหนักไว้ว่า..
ศัตรูของชาติ..มิใช่คนเสื้อแดง..พี่น้องร่วมชาติของเรา..

แต่มันคือระบอบทักษิณ ตระกูลชินวัตร ต่างหากเล่า ที่พวกเราทุกคนจะร่วมลงมือกันกำจัดให้สิ้นซาก ทำลายมันให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทยของเรา..
See More —






"สงครามกลางเมือง @กรุงเทพ ระวังกันด้วยครับ

เวลานี้กรุงเทพกลายเป็น "สงครามกลางเมือง" เป็น'วันที่สอง'แล้ว กำลังมีการปะทะอย่างหนัก ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร กับขบวนการก่อการร้ายแดงที่ได้ก่อสงครามกลางเมือง หลังจากก่อวินาศกรรมต่อเนื่องมานับเดือนทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร มีการใช้อาวุธระเบิด ปืนยิงถล่มใส่บังเกอร์ทหาร

เจ้าหน้าที่ทหารยังคงปกป้องผู้ชุมนุมอย่างเต็มที่ ทหารจำนวนมากกำลังจะพยายามเข้าเคลียร์พื้นที่ มีรายงานว่า กลุ่มขบวนการก่อการร้ายแดง ที่มีกลุ่มอดีตขบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และกองกำลังผสมเขมร ได้นำกำลังพร้อมอาวุธถล่มใส่ผู้ชุมนุมมือเปล่า









คลิป "ทักษิณ และโอ๊ค ไปขายชาติที่ AIS เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่"

























วันที่ 25 ก.พ. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์ อาทิ เว็บไซค์เฟซบุ๊ค ยูทูป กำลังมีการแชร์คลิปวิดีโอที่ใช้ชื่อว่า "ทักษิณและโอ๊ค ไปขายชาติที่ AIS @เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่" ความยาว 5.08 นาที โดยเหตุการณ์ในคลิปมีชาย 2 คนใส่หน้ากากกระดาษซึ่งเป็นใบหน้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคดีตามหมายศาล และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของพ.ต.ท.ทักษิณ ตะโกนขายธงชาติ ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ ท่ามกลางความสนใจประชาชนที่พบเห็น และได้มีการเข้ามาสอบถามพร้อมขอถ่ายรูปอีกด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง พยายามเชิญตัวชายทั้ง 2 ให้ออกนอกพื้นที่ โดยชี้แจงว่าทางห้างไม่อนุญาตให้เข้ามา ด้านชายทั้งสองคนโต้แย้งกลับไปว่า ตนก็เข้ามาเดินเที่ยงห้างปกติ

สหรัฐอเมริกาแถลง ไม่ยอมรับรัฐแดง ที่ก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนตนเอง




นี่เป็นข่าวดีในรอบปีนี้ข่าวนึงนะคะ

สหรัฐอเมริกาแถลง ไม่ยอมรับรัฐแดง ที่ก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนตนเอง

สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานว่า แมรี ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ว่า...

"ประเทศสหรัฐอเมริกาขอประนามการก่อเหตุรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน ภายหลังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อการร้ายปาระเบิดใส่การชุมนุมบริสุทธิ์ของกลุ่ม กปปส. ทั้งที่ถนนบรรทัดทอง และเวทีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และขอให้ทางการไทยเร่งสืบสวนและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่ขบวนการทางกฏหมายโดยเร็ว งดเว้นการก่อเหตุรุนแรงใช้ความยับยั้งชั่งใจ และเคารพหลักนิติธรรม"

The United States strongly condemns increasing violence in Bangkok that has resulted in deaths and injuries. We urge Thai authorities to investigate these attacks and bring those responsible to justice. We urge all sides to refrain from violence, exercise restraint, and respect the rule of law.

The United States supports democratic institutions and processes in Thailand, our long-time friend and ally. We encourage all involved to commit to sincere dialogue to resolve political differences peacefully and democraticall

( ที่มา : http://www.state.gov/r/pa/prs/ps/2014/01/220497.htm )

รัฐแดงอั้งยี่ซ่องโจร โดนมหาอำนาจดีดหูสะกิด เพราะรู้ทันเข้าแล้ว ก่อนหน้านี้สหรัฐแจ้งเตือนไทย หลังดักฟังคนดูไบ ขณะเดินทางไปมอนเตเนโกร สั่งเตรียมก่อวินาศกรรมกรุงเทพฯ
เพราะไทยกับอเมริกามีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ตามกฎหมายที่เรียกว่า The USA Patriot Act หรือ Homeland Security แต่รัฐแดงทำหูทวนลม เพราะคนสั่งก่อการร้ายคือผู้บงการพรรคเผาไทยของตนนั่นเอง

ซึ่งปกติสหรัฐก็ดักฟังผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ จนบางประเทศแถวยุโรป และรัสเซียรู้ตัวจนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว
ปกติสหรัฐจะไม่ออกตัวแรง หนุนฝ่ายใดในต่างประเทศอย่างชัดเจน การแสดงออกของทูตสหรัฐในประเทศไทยเขาอาจจะสงวนท่าทีตามธรรมเนียมทูตตามมาตรฐาน แต่ถ้าเมื่อไรเขาแถลงผ่านกระทรวงการต่างประเทศออกมาเอง แสดงว่าทีมการเมืองของเขาวิเคราะห์แล้วว่า “สิ่งเทียมรัฐบาล“ ปูแดงแพ้แน่ ๆ นี่เป็นสัญญาณเตือนแล้วว่า สหรัฐไม่ยอมรับการก่อวินาศกรรมฆ่าประชาชนตนเองของรัฐแดง และปรามให้ยับยั้งชั่งใจ หากปึ้งเหน่ง และเป็ดเหลิม จะสั่งชายชุดดำไทย และเขมรมาปราบปรามผู้ชุมนุม รัฐแดงจึงถูกโดดเดี่ยวจากมหาอำนาจไปอีก 1ประเทศ จึงเป็นทีของประชาชนจะต้องเปิดเกมส์รุก “อุดรูปูในประเทศ” ให้หนักขึ้นไปอีก โดยมีชาย 3 สีเป็น “ เปลือกหุ้มใส้ดินสอ” ป้องกันภัยจากกองกำลังแดงเถื่อน และมีอเมริกาเป็น
กองหนุน “อุดรูปูอยู่นอกประเทศ“
















อภิสิทธิ์ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม : สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง
"I'm not friend with Mr.Abhisit, I'm just friend with the truth."
"ไมเคิล ยอน" นักเขียน ผู้สื่อข่าวสงครามอิสระ และผู้สังเกตการณ์ในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมปี ๕๓ ย้ำชัดความจริงอีกครั้งในรายการ "ตอบโจทย์" TPBS 31 ธันวาคม 2555
ข้อมูลความจริงทั้งหมด
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3685329...
คลิปสัมภาษณ์1
http://www.youtube.com/watch?v=FeaXzCNPHmo
คลิปสัมภาษณ์2
http://www.youtube.com/watch?v=KkZZW9o0jA8
ข่าวอ้างอิงมากมายอาทิเช่น
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?















โฉมหน้าขี้ข้าทรราชย์





ปูมหลัง 7 บิ๊กบอร์ดชินคอร์ปโยงชินวัตร ไฉน!คนยังเชื่อเฝ้าสมบัติให้“ทักษิณ”

สนข อิศรา 25/2/57

สาวลึกปูมหลัง 7 บิ๊กบอร์ดชินคอร์ป-อินทัช โยงสายตรงธุรกิจตระกูล“ชินวัตร-มหากิจศิริ” ไขปริศนาไฉน!คนยังเชื่อเฝ้าสมบัติ AIS ให้“ทักษิณ”...

หลังจากที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านธุรกิจของครอบครัวชินวัตร รวมถึงบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ เอไอเอส (AIS) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ในเครือชินคอร์ป

แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้กลุ่มทุนสิงคโปร์ (ปัจจุบันบริษัทแอสเพน โฮลดิ้งส์ จำกัด สัญชาติไทย ถือหุ้นใหญ่ บริษัทนี้ มีแอนเดอร์ตั้น อินเวสเม้นท์ พีทีอี แอลทีดี สัญชาติสิงคโปร์ ถือหุ้นใหญ่อีกที) เมื่อหลายปีก่อน

และแม้ว่าทาง AIS ได้ส่งข้อความสั้น (sms) ถึงถูกค้าและทุ่มเงินซื้อโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ชี้แจงว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตรและเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ฝ่ายใดแล้วก็ตาม

กระนั้น จนถึงป่านฉะนี้คนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะมวลชน กปปส.ยังคงปักใจเชื่อว่าบริษัทดังกล่าวเป็นของคนตระกูลชินวัตรอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม หากพลิกข้อมูลกรรมการใน 3 บริษัทข้างต้นจะพบว่า

บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช (INTUCH) มีกรรมการ 7 คน ได้แก่ นายสมประสงค์ บุญยะชัย นายวิรัช อภิเมธีธำรง นายวิทิต ลีนุตพงษ์ นายสมชาย ศุภธาดา นายชลาลักษณ์ บุนนาค นายบุน สวอน ฟู และ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ นายสมประสงค์ บุญยะชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ จำกัด ถือหุ้น 41.62% (บริษัทนี้ แอนเดอร์ตั้น อินเวสเม้นท์ พีทีอี แอลทีดี จากสิงคโปร์ ถือหุ้น 100% )

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มี กรรมการ 11 คน ได้แก่ นายสมประสงค์ บุญยะชัย นายไพบูลย์ ลิมปพยอม นายวิเชียร เมฆตระการ นายอึ้ง ชิง-วาห์ นายอวิรุทธ์ วงศ์พุทธพิทักษ์ นายแอเลน ลิว ยง เคียง นายสุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์ น.ส.จีน โล เงี้ยบ จง นางทัศนีย์ มโนรถ นายวิทิต ลีนุตพงษ์ และ นายนฤาชา จิตรีขันธ์ นายสมประสงค์ บุญยะชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 40.45% Singtel Strategic Investments Pte Ltd. 23.31%

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) มีกรรมการ 8 คน ได้แก่ นายสมประสงค์ บุญยะชัย นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา นายหิรัญ รดีศรี นางชรินทร วงศ์ภูธร นายสำเรียง เมฆเกรียงไกร นายยอง ลำ ซุง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ นายเอนก พนาอภิชน นายสมประสงค์ บุญยะชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 41.14%

ในจำนวนนี้อย่างน้อย 7 คนเคยเป็นกรรมการในเครือชินคอร์ปที่มีตระกูลชินวัตรเป็นเจ้าของมาก่อน

1.นายสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ก่อนหน้านี้เป็นกรรมการบริษัทในเครือข่ายชินคอร์ปในยุค พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวเป็นเจ้าของอย่างน้อย 7 แห่ง

1.บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด (ปัจจุบันแปรสภาพเป็น บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมี บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่ (บมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ มี บริษัท ดีทีวี เซอร์วิส จำกัด เครือชินคอร์ป และ Singapore Telecommunication Limited ถือหุ้นใหญ่อีกทอดหนึ่ง)

2.บริษัท ดาต้าเน็ทเวอร์ค โซลูชั่นส์ จำกัด การบริการสื่อสารข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์และเช่าอุปกรณ์ (เลิกกิจการแล้ว)

3.บริษัท ดาต้า ลายไทย จำกัด ให้บริการข้อมูลข่าวสาร (เลิกกิจการแล้ว)

4.บริษัท โมบาย บรอดแบนด์ บิสซิเนส จำกัด ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม (เลิกกิจการแล้ว)

5.บริษัท อินโฟลิงค์ จำกัด ติดตั้ง สร้าง ปฎิบัติการและบำรุงรักษาซึ่งเครื่องมือโทรคมนาคม และ
อิเลคโทรนิค (เลิกกิจการแล้ว)

6.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (ปัจจุบันแปรสภาพเป็น บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด )

7.บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด มีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นเจ้าของ

ปัจจุบันยังเป็นกรรมการบริษัทลูกกลุ่มชินคอร์ปในปัจจุบันอีก 7 แห่ง ได้แก่ บริษัท แมทช์บอกซ์ จำกัด บริษัท เอไอเอ็น โกลบอลคอม จำกัด บริษัท แอดวานซ์ คอนแท็คเซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท แอดวานซ์ เมจิคการ์ด จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ อินเทอร์เน็ต เรโวลูชั่น จำกัด

2.นายไพบูลย์ ลิมปพยอม กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) อดีตผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ต่อมาได้รับแต่งตั่งเป็นกรรมการ บริษัท ชินวัตร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อมาแปรสภาพเป็น บริษัท อินโฟร์เซล เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ให้คำปรึกษาทางด้านโทรคมนาคม โดยมีบริษัท คลองเตยธุรกิจ จำกัดถือหุ้นใหญ่ (บริษัทนี้มีบริษัท เคลียสกาย โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งบริษัท เคลียสกาย โฮลดิ้ง จำกัด มีนางสาวนิมิตโศษฐ์ กมลทิพย์ ถือหุ้นใหญ่อีกทอดหนึ่ง)

3.นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เคยเป็นกรรมการ บริษัท ดาต้า ลายไทย จำกัด ร่วมกับนายสมประสงค์ บุญยะชัย ให้บริการข้อมูลข่าวสาร มีกลุ่มชินวัตรเป็นเจ้าของ (เลิกกิจการแล้ว) ปัจจุบันเป็นกรรมการบริษัทลูกในกลุ่มชินหลายแห่ง

4.นายสุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์ กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ทนายความจากสำนักงาน Freshfield เคยเป็นทนายความคดีซุกหุ้นภาคแรกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีสำนักงานในย่านสีลมร่วมกับนายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล อดีต ส.ว.พระนครศรีอยุธยา เครือญาตินายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.พระนครศรีอยุธยา

5.นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมการเครือ ปตท. 2 แห่ง คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด

และยังเป็นกรรมการ บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) เพื่อการลงทุน บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) ให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจ ทั้งสองบริษัท มีกลุ่มบริษัท เซ็นทรัล เดพอสิทอรี่ จำกัด จากสิงคโปร์ และตระกูล มหากิจศิริ ร่วมกันถือหุ้นใหญ่

ทั้งนี้ นายประยุทธ มหากิจศิริ เคยเป็นรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่พรรคไทยรักไทย นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ บุตรชายเป็นรองโฆษกรัฐบาล และเป็นหุ้นส่วนธุรกิจฮาวคัมของนายพานทองแท้ ชินวัตร

6.นายพารณ อิศราเสนา กรรมการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เคยเป็นกรรมการ บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด ของพ.ต.ท.ทักษิณ

7.นายเอนก พนาอภิชน กรรมการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เคยเป็นกรรมการ บริษัท ชินวัตร อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด ให้บริการด้านคอมพิวเตอร์ และบริษัท อาร์คไซเบอร์ จำกัด ให้บริการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเจ้าของเช่นกัน (ดูตารางประกอบ)

ส่วน นายวิทิต ลีนุต กรรมการ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เจ้าของกลุ่มบริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้ขายรถยนต์รายใหญ่มีบริษัทในเครือ 21 บริษัท ไม่พบว่าเป็นกรรมการในบริษัทของ พ.ต.ท.ทักษิณมาก่อน ยกเว้นความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่เคยเป็นผู้บริหารพรรคไทยรักไทยและเป็นนายทุนคนหนึ่งสมัย พ.ต.ท.ทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค

ด้วยปูมหลังของคีย์แมนทั้ง 7 นี้หรือไม่ที่ทำให้คนยังเชื่อว่า อาณาจักร“ชินคอร์ป” หรือ เอไอเอสในปัจจุบันยังเป็นของคนตระกูลชินวัตรอยู่ ทั้งๆที่นั่งยัน นอนยันแล้วก็ตาม

http://www.isranews.org/investigative/investigate-news-person/item/27514-chin_27514.html







วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Thailand crisis : Deadly attacks on opposition rallies





       บีบีซี/ASTVผู้จัดการ - สำนักข่าวบีบีซีรายงานถึงเหตุโจมตีเวทีชุมนุมของ กปปส.2 แห่งซ้อน ในเวลาห่างกันแค่ไม่วัน คร่าชีวิต 3 ศพ ในนั้นมีเด็กน้อยรวมอยู่ด้วย 2 นาย ด้วย โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวที่มักถูกฝ่ายต่อต้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มองว่ามีความใกล้ชิดกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ชี้ว่ามันอาจเป็นการเริ่มต้นแก้แค้นของฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งขุ่นแค้นจากสถานการณ์ที่รัฐบาลถูกบีบรอบด้าน
   
       ในรายงานพาดหัว Thailand crisis: Deadly attacks on opposition rallies ของสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 20 คน ในเหตุระเบิดใกล้ๆ กับเวทีชุมนุมของผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลใกล้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชายวัย 12 ขวบ และสตรีวัย 40 ปี
   
       รายงานของบีบีซี ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเกิดเหตุมือปืนกราดยิงเข้าใส่เวทีชุมนุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในจังหวัดตราด ทางภาคตะวันออกของไทย ซึ่งเป็นผลให้เด็กหญิงวัย 5 ขวบเสียชีวิต และชาวบ้านอีกอย่างน้อย 30 คนได้รับบาดเจ็บ ในนั้นยังมีเด็กอีกคนที่อาการสาหัส
   
       บีบีซีรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ออกมาประณามเหตุโจมตีดังกล่าว ด้วยบอกว่ามันเป็นปฏิบัติการก่อการร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง พร้อมบอกว่ารัฐบาลของเธอจะไม่อดทนต่อก่อการร้ายและสั่งให้ดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มที่
“โจนาธาน เฮด” ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกเองเหตุกราดยิง-ระเบิดถล่ม กปปส.เป็นฝีมือกลุ่มติดอาวุธ “คนเสื้อแดง”
ตำรวจเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโจมตีเวทีชุมนุมกปปส.ที่จังหวัดตรราด
       จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่บีบีซีระบุว่า นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวของพวกเขาประจำกรุงเทพฯ เชื่อว่ามันน่าจะเป็นการเริ่มต้นแก้แค้นของฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มเคลื่อนไหว “คนเสื้อแดง” ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย
   
       นายเฮด บอกว่า 3 เดือนมาแล้ว ที่คนเสื้อแดงเฝ้ามองด้วยความผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วง กปปส.ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากทหาร ได้รับอนุญาตให้ขัดขวางรัฐบาลและลอบทำลายการเลือกตั้งที่เกือบแน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายชนะ
   
       ในรายงานข่าวของบีบีซี บอกด้วยว่าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าแกนนำคนเสื้อแดงเพิ่งจัดชุมนุมใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหารือกันถึงแนวทางการตอบโต้ฝ่ายที่ต้องการโค่นล้มรัฐบาล
   
       อนึ่ง สำหรับ นายโจนาธาน เฮด เมื่อหลายปีก่อนเคยถูกแจ้งความจับดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ กรณีร่วมกันนำคำบรรยายพิเศษภาษาอังกฤษ ของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้น และแกนนำ นปช.ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย รวมทั้งจัดแปลบทเสวนาของนายวีระ มุสิกพงศ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สองแกนนำ นปช.ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง เป็นภาษาอังกฤษออกเผยแพร่
   
       ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา นายเฮด มักถูกฝ่ายต่อต้านรัฐบาลตั้งคำถามเกี่ยวกับความใกล้ชิดกับคนในพรรคเพื่อไทย และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นกลางอยู่ตลอด


สื่อสหรัฐฯชี้ผู้ชุมนุมไทยไม่มีแผ่ว สวนทาง “ยิ่งลักษณ์” เจอมรสุมรอบด้าน



สื่อสหรัฐฯชี้ผู้ชุมนุมไทยไม่มีแผ่ว สวนทาง “ยิ่งลักษณ์” เจอมรสุมรอบด้าน


  วอยซ์ออฟอเมริกา/ASTVผู้จัดการ - สื่อแห่งรัฐอเมริกาตีข่าวในวันพฤหัสบดี(20) ผู้ประท้วงในไทย ยังไม่แสดงสัญญาณแผ่วลงใดๆ สวนทางกลับรัฐบาลที่กำลังเจอแรงกดดันรอบด้าน ในนั้นรวมถึงคำตัดสินห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุมของศาลและกระแสต่อต้านโครงการจำนำข้าว ที่จุดชนวนถอนเงินจากแบงก์ออมสิน จน ฟิทช์ เรตติงส์ ต้องออกมาเตือนว่าปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้ออาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบธนาคาร ขณะที่ฮิวแมนไรต์วอตช์ ประณามทั้งสองฝ่ายในเหตุความรุนแรงที่คร่าชีวิต 5 ศพเมื่อวันอังคาร (18)
     
       วอยซ์ออฟอเมริการายงานว่า นอกเหนือจากการชุมนุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ยังเจอปัญหาปวดหัวซ้ำเติม เมื่อขบวนรถไถและรถอีแต๋นของชาวนา ที่เคยเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของเธอ กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง หลังเกษตรกรเหล่านี้โกรธกริ้ว ยังไม่ได้รับเงินค่าข้าวที่พวกเขาขายให้กับรัฐบาลในโครงการรับจำนำที่เต็มไปด้วยปัญหาอื้อฉาว
     
       ปัญหาในนโยบายรับจำนำข้าว นำมาซึ่งการแห่ถอนเงินจากแบงก์ออมสินหลายหมื่นล้านบาทแค่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จากความกังขาต่อกรณีธนาคารแห่งนี้ปล่อยกู้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ที่เชื่อว่ามีสาเหตุจากปัจจัยทางการเมือง มากกว่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงจากสถานะทางการเงิน
     
       รายงานของวอยซ์ออฟอเมริการะบุว่า ในวันอังคาร (18) ฟิทช์ เรตติงส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงปัญหาทางการเมือง ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบธนาคารและการเงินของประเทศไทย
     
       ฟิทช์ บอกด้วยว่า แม้สภาพคล่องของออมสินและการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐ ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือองค์กรรัฐอื่น จะสามารถเผชิญกับความเสี่ยงได้ในระยะสั้น แต่หากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่มีความชัดเจนว่าสิ้นสุดลงเมื่อไร และการหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลให้ความเสี่ยงของระบบธนาคารและการเงินยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น
     
       “ฟิทช์มองว่าความไม่สงบทางการเมือง ได้ส่งผลให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ และส่งผลต่อเนื่องให้ความเสี่่ยงของธนาคารไทยมีมากขึ้น แม้ปริมาณการถอนเงินฝากออกจากธนาคารจะยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ก็ตาม” ฟิทช์ระบุ
     
       หายนะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อสื่อมวลชนแห่งนี้ระบุต่อว่าในส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักในกรุงเทพฯ มาหลายเดือน ก็ได้เริ่มเล่นงานไปที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตระกูลของเธอ ในนั้นรวมถึงรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนคว่ำบาตรทุกสินค้าและการบริการที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรชินวัตร
     
       เหตุประท้วงบนท้องถนนที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน และบางครั้งก็เลี้ยวเข้าสู่เหตุนองเลือด ยังได้ทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยพบว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีของปีที่แล้ว ชะลอตัวอย่างรุนแรง และคาดหมายด้วยว่าปัญหาความยุ่งเหยิงทางการเมืองก็จะฉุดรั้งการเติบโตในปีนี้ด้วย ในขณะที่ภาคท่องเที่ยว ก็พบว่ามีการยกเลิกทัวร์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีนและญี่ปุ่น
     
       ภาวะเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน ก่อความกังวลแก่เหล่านักสังเกตการณ์นานาชาติว่าสถานการณ์จะลุกลามบานปลายหลุดจากการควบคุม หลังจากเหตุปะทะเมื่อวันอังคาร (18) ได้คร่าชีวิตผู้คนไป 5 รายและบาดเจ็บหลายสิบคน
     
       ทั้งนี้ ทางองค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมนไรต์วอตช์” ประณามทั้งตำรวจและผู้ชุมนุมต่อพฤติกรรมผิดกฎหมาย อันนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยเตือนว่า “การละเว้นโทษต่อผู้ที่ก่อความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นวิธีการที่ไม่รักษากฎหมาย และรังแต่จะขยายความรุนแรงแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน”


สื่อนอกตีข่าวหุ้นบริษัท “ตระกูลชินวัตร” ร่วงหนัก หลังเจอกระแสคว่ำบาตรในโลกออนไลน์

สื่อนอกตีข่าวหุ้นบริษัท “ตระกูลชินวัตร” ร่วงหนัก หลังเจอกระแสคว่ำบาตรในโลกออนไลน์
ผู้ประท้วงหลายร้อยคนยกพลไปชุมนุมกันบริเวณด้านหน้าอาคารชินวัตร 3 ในกรุงเทพฯ อันเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเอสซี แอสเสท
       รอยเตอร์ - สื่อต่างประเทศรายงานหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ดิ่งลงแรงในวันพฤหัสบดี (20) หลังจากผู้ประท้วงฝ่ายต่อต้านรัฐบาล รณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนคว่ำบาตรสินค้าและการบริการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านี้
     
       สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นถนนในเมืองหลวง และกดดันจนต้องปิดหน่วยงานราชการต่างๆ ได้สร้างความอ่อนแอแก่รัฐบาล และเวลานี้ผู้ประท้วงได้หันมาใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุู๊กเล่นงานผลประโยชน์ทางธุรกิจของนางสาวยิ่งลักษณ์และทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของเธอ หรือแม้แต่บริษัทที่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลนี้แล้วก็ตาม
     
       รายงานข่าวของรอยเตอร์ ระบุว่า เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันสำคัญของตระกูลชินวัตร และเอ็ม-ลิงค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น บริษัทนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารและโทรศัพท์เคลื่อนที่ คือสองบริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด ด้วยแค่ช่วง 2 วันที่ผ่านมา หุ้นร่วงไปแล้วเกือบร้อยละ 10
     
       รอยเตอร์ให้ข้อมูลว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ เคยนั่งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอสซี แอสเสท ก่อนเข้าสู่แวดวงการเมืองและก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากพรรคเพื่อไทยชนะศึกเลือกตั้งในปี 2011 ขณะที่เว็บไซต์ของเอสซี แอสเสท ระบุว่าตระกูลชินวัตรถือครองหุ้นของเอสซี แอสเสท อยู่ราวๆ 60 เปอร์เซ็นต์
     
       นอกจากการรณรงค์คว่ำบาตรทางออนไลน์แล้ว รอยเตอร์บอกด้วยว่าในวันพฤหัสบดี(20) มีผู้ประท้วงอีกหลายร้อยคนยกพลไปชุมนุมกันบริเวณด้านหน้าอาคารชินวัตร 3 ในกรุงเทพฯ อันเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท เอสซี แอสเสท
     
       สื่อมวลชนระดับโลกแห่งนี้ระบุต่อไปว่าในส่วนของ เอ็ม-ลิงค์ นั้น มีความเชื่อมโยงกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวคนรองของทักษิณ และภรรยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ช่วงสั้นๆ ในปี 2008 ช่วงที่พันธมิตรของทักษิณอยู่ในอำนาจ ขณะที่ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร เป็นคู่สมรสของยิ่งลักษณ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานของเอ็ม-ลิงค์ หลังจากเธอก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
     
       ทั้งนี้ รอยเตอร์อ้างข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทบอกว่าครอบครัววงศ์สวัสดิ์ มีหุ้นอยู่ในบริษัท เอ็ม-ลิงค์ อยู่ 28.6 เปอร์เซ็นต์
     
       นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ให้ความเห็นกับรอยเตอร์ว่า “มันส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในระยะสั้น เอสซี แอสเสท ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เพราะตระกูลชินวัตรถือครองบริษัทนี้โดยตรง”
     
       ส่วนของหุ้นตัวอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ในนั้นรวมถึงชินคอร์ป ที่ ทักษิณ เป็นผู้ก่อตั้งก่อนที่เขาจะผันตัวเองเข้าสู่การเมือง ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอไอเอสและไทยคม จำกัด โดยรอยเตอร์รายงานว่าหุ้นของชินคอร์ป ปรับลดร้อยละ 1.7 เอไอเอส ลดลงร้อยละ 2.8 และไทยคม ลดลงร้อยละ 1.9
     
       รายงานของรอยเตอร์ให้ข้อมูลเสริมอีกว่าการขายหุ้นชินคอร์ปแก่เทมาเส็ก โฮลดิ้ง ของสิงคโปร์ ของตระกูลชินวัตรในปี 2006 และแนวทางข้อตกลงที่ไม่เสียภาษี จุดชนวนเสียงต่อต้านอย่างหนักหน่วงต่อทักษิณ ณ เวลานั้น และลงเอยด้วยการที่กองทัพก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของเขาในปีเดียวกัน ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ทักษิณ ก็หนีไปพำนักอยู่ในต่างแดนเพื่อหลบหลีกโทษจำคุกฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ
     
       แรงต่อต้านบนโลกสังคมออนไลน์ ถึงขั้นทำให้ นางวิไล เคียงประดู่ โฆษกของชินคอร์ปต้องออกมาชี้แจงผ่านถ้อยแถลงว่าบริษัทไม่มีความเกี่ยงข้องกับตระกูลชินวัตร “บริษัทไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ผู้ก่อตั้งบริษัทไม่ได้มีหุ้นในบริษัทของเราอีกต่อไปแล้ว”
     
       รอยเตอร์ระบุว่าในบัญชีคว่ำบาตรของผู้ประท้วงมีรายชื่อบริษัทและสถาบันต่างๆมากกว่า 40 แห่ง ไล่ตั้งแต่มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม สนามกอล์ฟ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า
     
       หนึ่งในนั้นได้แก่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ที่ต้องรุดออกมาชี้แจงว่าไม่มีคนในตระกูลชินวัตรถือหุ้นอยู่ และทางธนาคารมีไอเอ็นจีแบงก์ แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ และกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พร้อมยืนยันว่าทางธนาคารทหารไทยมีการกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนมีการตรวจสอบที่ดี





“เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลธรรม วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์ บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ” มหาตมะ คานธี









23 ก.พ.57 - ณัฐวุฒิ ประกาศให้เสื้อแดงเตรียมพร้อม หนุน นายกฯไม่ยอมรับอำนาจองค์กรอิสระ ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ให้ตำรวจติดอาวุธ
เวลา 17.05 น. นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง ขึ้นพูดบนเวที "นปช.ลั่นกลองรบ" ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อสรุปข้อเสนอจากเวทีทั้งหมด โดยกล่าวว่า รายละเอียดชัดๆว่าจะทำอะไรต่อไปยังไม่สามารถเปิดเผยได้บนเวทีนี้ แต่ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ 30 พ.ย. 56 เป็นต้นมา แกนนำ นปช.ทำงานหนักในการติดตามสถานการณ์การเมืองมาตลอด ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของเราและฝ่ายตรงข้าม เตรียมความพร้อม ในที่สุดเห็นว่าสถานการณ์สุกงอม และ เรามีความพร้อมมากพอ จึงชวนคนเสื้อแดงมาที่นี่

"ผมให้ความมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดได้ เรามี เราทำทุกอย่างแล้ว 100เปอร์เซ็นต์ และมีความพร้อมแล้ว ส่วนอะไรเกินศักยภาพเรา เราก็พยายามประสานงานกับคนที่มีศักยภาพ และคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ"

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เราต้องลดเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามเอาไปใช้ทิ่มแทงทางการเมือง สถานการณ์ครั้งนี้เข้มข้นและแหลมคมที่สุดนับแต่ต่อสู้มา เข้มข้นและแหลมคมกว่าปี 2549 และ 2553 ฉะนั้นอะไรที่จำเป็นต้องลดทอนเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามรุกเข้ามาได้ แกนนำก็ต้องขอตัด หากทำให้ไม่สบายใจขออภัย ณ โอกาสนี้ 

ทั้งนี้ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะขึ้นมาพูด ในช่วงที่เปิดโอกาสให้แกนนำจากจังหวัดต่างๆขึ้นมาพูด มีแกนนำคนหนึ่งใช้คำพูดที่แสดงความสะใจถึงเหตุการณ์ระเบิดและกราดยิงที่ จ.ตราด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.พูดปรามบนเวที จนทำให้แกนนำคนนั้นไม่พอใจ 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มีกลุ่มคนเจตนาร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย ทั้งในทางเปิดเผย และทางลับ ทางเปิดเผย คือสุเทพ แต่ในทางปิดลับ คือ ขบวนการสร้างสถานการณ์ สร้างความรุนแรง ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค 

"เราประเมินรอบด้าน ถ้าไม่แสดงพลังตั้งแต่วันนี้ อาจไม่มีพื้นที่ให้เราแสดงพลัง ไม่มีอะไรง่าย ไม่มีใครยืนยันความปลอดภัยให้ท่านได้ 100% หากพี่น้องประเมินสถานกาณณ์ แล้วบอกว่าภายในสถานการณ์นี้ไม่ขอร่วม ก็เป็นเสรีภาพ แต่พวกผมตัดสินใจแล้ว พวกผมเห็นว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามรุกไล่ขนาดนี้ ไม่ว่าจะแพ้ จะชนะ จะเจ็บ จะตาย เสี่ยงอันตรายเพียงใด ขอให้สู้สุดหัวใจ หากจะร่วมกัน ก็ขอให้ตั้งใจ ขอให้มุ่งมั่น มีพี่น้องเราถามว่าครั้งนี้จะสู้จริงไหม ขอตอบว่า สู้จริงและสู้ถึงที่สุด" นยายณัฐวุฒิประกาศ ท่ามกลางเสียงมวลชนเสื้อแดงปรบมือเฮลั่น

"ไม่ใช่ที่ผ่านมาไม่สู้จริง แต่สถานการณ์เปลี่ยน เหตุปัจจัยเปลี่ยน ครั้งนี้นอกจากสู้จริงแล้วต้องสู้สุดๆ สู้ให้ถึงที่สุด ขอประกาศถึงมวลชน ท่านมีเสรีภาพจะสู้หรือไม่สู้ ถ้าท่านมั่นใจ ขอให้เข้าสู้ สถานการณ์การต่อสู้ของ นปช. ขอประกาศตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ว่า นี่อยู่ในสถานการณ์การต่อสู้ 100% หลังจากนี้เมื่อกลับบ้านแล้ว ขอให้ติดตามการแถลงข่าวของ นปช.ในช่วงบ่ายทุกวัน"

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สรุปประเด็นที่มีการเสนอในวันนี้ มี 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1.ข้อเสนอต่อรัฐบาล 2.ข้อเสนอต่อ นปช.

ในส่วนข้อเสนอรัฐบาล มี 11 ข้อ คือ
1.ขอให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ยืนหยัดต่อสู้เพื่อปชต.ไม่ลาออกเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ
2.ให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาโดยเร็ว
3.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดจับกุมสุเทพและแกนนำ กปปส.
4.นายกฯผู้มาจากการเลือกตั้ง และถูกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ไม่ต้องไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ปปช.
5.หากมีการวินิจฉัยกรณีใดๆจากองค์กรอิสระ ขัดหลักยุติธรรม ขาดความชอบธรรม ให้นายกฯแสดงอารยะขัดขืนไม่ยอมรับอำนาจองค์กรอิสระ 
6.ภายใต้สถานการณ์การสร้างความรุนแรงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ขอให้รัฐบาลลงนามรับขอบเขตอำนาจของ ICC (International Criminal Court คือ ศาลอาญาระหว่างประเทศ) โดยเร็วที่สุด
7.หลายสถานกรณ์ชี้ชัดว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมมีกองกำลังติดอาวุธหนักจำนวนมากคอยทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจติดอาวุธ เพื่อปราบปรามกองกำลังติดอาวุธ ไม่ใช่เรียกร้องให้ติดอาวุธปราบปรามผู้ชุมนุม
8.ปฏิรูปพรรคเพื่อไทย
9.ให้เปิดรับอาสาสมัครช่วยเฝ้าระวัง
10.เตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องตั้งรัฐบาลในภาคเหนือหรืออีสาน
11.หากสถานการณ์ร้ายแรงบานปลาย ให้รัฐบาลตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเพื่อต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย

"ข้อเสนอทุกข้อไม่อนุญาตให้รัฐบาลยอมแพ้ ฉะนั้นรัฐบาลยอมแพ้ไม่ได้ นี่คือคำสั่งของประชาชน" นายณัฐวุฒิ ประกาศ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของคนเสื้อแดงเป็นระยะ

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อถึงข้อเสนอต่อ นปช. เช่น
1.ถ้ามีการนัดหมายชุมนุมใหญ่เข้า กทม.ให้นปช.เคลื่อนได้อย่างเสรีเหมือน กปปส.ทำ เพราะแนวทางนี้ได้รับการคุ้มครองจากคำพิพากษาของศาลแพ่ง ศาลแพ่งคุ้มครองอย่างไร ให้เดินอย่างนั้น อย่าได้แตกแถว อยากล้อมบ้านใครก็ล้อม อยากปิดหน่วยงานไหนก็ปิด อยากประกาศกองกำลังไล่ล่าใครก็ล่า อยากปิดถนนก็ทำ อยากทำอะไรเหมือนที่สุเทพทำ ก็ขอให้ทำ เพราะคำพิพากษาศาลคุ้มครองไว้ 
2.ให้ นปช.ประชุมกับ ระดมคน คัดสรรชายฉกรรจ์ และอบรมให้มาช่วยทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย
3.ประสานงานกับกลุ่มนักวิชาการ เคลื่อนไหวปชต.
4.เสนอให้จัดเวทีชุมนุมรอบปริมณฑล เพื่อไม่ให้สุเทพเคลื่อนไหวได้อิสระ
5.ให้ความรู้กับประชาชนเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อเข้าไปเป็นนักรบไซเบอร์
6.ประกาศชัตดาวน์องค์กรอิสระทุกองค์กร
7.จัดตั้งองค์กรเงา เช่น กรรมการสิทธิมนุษยชนเงา ศาลรธน.เงา ที่ประชุมอธิการบดีเงา
8.ตั้งกรรมการส่งเสริมประชาชนและต่อต้านฝ่ายเผด็จการ จัดอีเวนท์ เช่น ประกาศต่อต้านดาราฝ่ายเผด็จการ
9.รณรงค์ต่อต้านรัฐประหารเต็มรูปแบบ
10.ถ้ามีชุมนุมใหญ่ในกทม. ต้องมีกำลังในพื้นที่เฝ้าระวังค่ายทหารเพื่อคอยประสานกัน
11.ถ้าสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำให้เตรียมช่องทางล่าถอยและแหล่งหลบภัย 

"เที่ยวนี้ขอให้สู้จริง และมีทุกสิ่งให้พร้อมสรรพ การมีทุกสิ่งให้พร้อมสรรรพ เป็นหน้าที่ฝ่ายเกี่ยวข้องจะต้องประเมินว่าสิ่งใดบ้างที่ควรมี ต้องมี จำเป็นต้องมีอย่างยิ่งขาดไม่ได้ ซึ่งแกนนำ นปช.จะไปหารือดำเนินการ"

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สถานการณ์หลังจากวันนี้เรากังวลว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น ถี่ขึ้น เพราะฝ่ายตรงข้ามต้องการเร่งเกม กดดันกองทัพ ทุกฝ่ายในบ้านเมือง เพื่อผ่าทางตัน เราจึงต้องสุขุม รอบคอบ หนักแน่น เอาตามสะใจ ใส่ตามอารมณ์ไม่ได้ ขอให้เตรียมพร้อม อาจมีการวอร์มอัพที่ต่างจังหวัดก่อน แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้า กทม.ก็ต้องเข้า

"เราถอยจนไม่มีที่ถอย เราถอยจนหลังพิงฝา ไม่มีที่จะถอยอีกแล้ว เป็นไงก็เป็นกัน"

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าจะทำตามที่พูดทั้งหมดนี้ แต่เป็นข้อเสนอ ที่จะนำไปปรับใช้ตามสถานการณ์ ซึ่งแกนนำจะไปหารือและกำหนดออกมา

ต่อมา นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นพูดบนเวที โดยกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้รอไม่ได้ ถ้าช้าก็จะแพ้ ทุกอย่างเข้าสู่สถานการณ์แตกหัก แต่ก็ต้องสู้อย่างสุขุม เพราะครั้งนี้มีเดิมพันด้วยชีวิต "ไม่ได้สู้เหมือนในหนังที่ไม่ตายจริง สู้คราวนี้ตายจริง แต่ผมเชื่อว่าเราต้องไม่ตาย เราต้องชนะ"




ตามดวงเมืองมันต้องเกิดการนองเลือด "หมอนิด กิจจา ทวีกุลกิจ"




ตามดวงเมืองมันต้องเกิดการนองเลือด
ที่ผ่านมาเดี๋ยวตูม เดี๋ยวเปรี้ยง มีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก บางคนดูแล้วน่ากลัว บางคนบอกว่าได้เสียเลือดแล้ว ต่อไปคงจะดีขึ้น น่าจะพอแล้วคงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอีก แต่ผมกลับมองว่าที่ผ่านมาเป็นแค่ “น้ำจิ้ม” เท่านั้น ชุดใหญ่จานเด็ดยังไม่ได้เสิร์ฟ แต่คิดว่าคงอีกไม่นานนี้จะมีเมนูรสเด็ด เผ็ดร้อนชนิดรุนแรงตามมา..........ยังไม่ได้ตอกเสาเข็ม ยังไม่ได้ขึ้นเสาเอก บ้านจะเสร็จได้อย่างไร.....ตามดวงเมืองมันจะต้องเกิด..."การนองเลือด"...ครั้งใหญ่ขึ้นก่อน ทุกอย่างจึงจะ “จบ” แต่ยัง...“ไม่จาง”...จำไว้คำว่า..."จบ แต่ยัง ไม่จาง" เพราะมันมีความหมายต่อเหตุการณ์ในวันข้างหน้า

ไม่ใช่ผมอยากเห็น..."สงครามประชาชน"....ไม่ใช่ผมอยากให้เกิด..."การนองเลือด"...แต่คงหลีกเลี่ยงยาก เพราะเป็นลิขิตที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ช้าหรือเร็วมันต้องเกิด แต่ผมมั่นใจเกินร้อยว่าถ้าเกิด...สงครามประชาชน...ขึ้นมาจน...เลือดนองแผ่นดิน...สุดท้ายแล้ว ชัยชนะจะเป็นของฝ่าย..."มวลมหาประชาชน"...อย่างแน่นอน ในขณะนี้ ดวงของ “นางปูมุดรู”...“ดวงสุดจู๋”...ส่วนดวงของ..."เจ้ามูลเมือง"...ดวงจู๋สุดๆ...ดวงแบบนี้ต่อให้ รบร้อยครั้ง ก็แพ้ทั้งร้อยครั้ง...เท่านั้นยังไม่พอ “ความซวย” ของทั้งสองพี่น้องยังต่อวีซ่า...ซวยต่อเนื่อง...ไปถึงปีหน้า (2558) ถ้าเปรียบเป็นคนป่วย แพทย์ผู้รักษาคงส่ายหัว แล้วกระซิบบอกเครือญาติว่าให้ไปเตรียม...จองศาลา...เอาไว้ล่วงหน้า   วาสนาของแม่นาง...เดี๋ยวเงี่ยน”....”....มีวาสนาต้องเดินทางไกลไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าไม่เดินทางไปอยู่ต่างถิ่นก็มีที่อยู่ฟรี ไม่ต้องเสียค่าเช่า ช่างมีวาสนาดีจริงๆ นะแม่นาง...เดี๋ยวเงี่ยน...แต่อีกไม่นานคงเปลี่ยนชื่อจากแม่นาง...เดี๋ยวเงี่ยน...เป็น...หายเงี่ยน...ตามกรรมที่กระทำเอาไว้มากมาย เชื่อเหอะความผิดที่ทำไว้มากมายหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน ต่อให้ดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด เพราะฉะนั้นจึงเหลืออยู่สองทางเลือกเท่านั้นคือ...หนีไปต่างประเทศ...กับอยู่เพื่อ...ติดคุกติดตะราง...เลือกเอา E โง่ “เห็นหมี”
.................................................ยังมีอีกหลายตัวที่มีวาสนา ต้องหอบหิ้วกระเป๋า ไปอยู่ต่างถิ่นแดนไกลเช่นกัน อาจจะไปเป็นพวง ยกขบวนต่อแถวขึ้นเครื่องยาวเหยียด อีกไม่นาน...”ตระกูลชิน”...จะหมดอำนาจวาสนา หมดแบบถอนรากถอนโคนเลยทีเดียว เชื่อเถิดว่าอีกไม่นาน...หมู่บ้านคนเสื้อแดง”...จะสูญหายไปหมดสิ้นจากประเทศไทย....“แกนซ่าเสื้อแดง”...ทั้งหลายที่ว่า “เจ๋งๆ” จะกลายเป็นหมาหัวเน่า น่าอนาถกว่าหมาขี้เรื้อนเสียอีก ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต หรือติดคุกหัวโต

...................................................ความจริงอยากให้ “เชื้อชั่วสีแดง” รีบๆ ขนคนออกมา พวกนี้มาด้วยเงิน ไม่ใช่มาด้วยใจเหมือน...มวลมหาประชาชน...ความมุ่งมั่นจึงผิดกันลิบ คิดว่าพวก “แกนซ่า” ทั้งหลายมันฉลาดที่จะ...หลอกแดกเงิน...จาก “เจ้ามูลเมือง” พอได้เงินแล้วก็ออกแอ็กชั่นนิดหน่อย พาบรรดาเดนตาย...มาตาย...สมใจนึกบางลำพู แต่ “แกนซ่า” เผ่นไปตามระเบียบ ความจริงอยากให้พลแม่นปืนส่อง...”สไนเปอร์”...เด็ดหัวบรรดา “แกนซ่า” ก่อนเป็นอันดับแรก ล่อซะห้าหัว สิบหัว เอามาทำที่เขี่ยบุหรี่อย่างเท่ห์....ถ้า “แกนซ่า” ถูกเด็ดหัวให้เห็นจะจะสักสอง-สามตัว ดูซิว่าพวกที่เหลือจะคลั่งแค่ไหน จะได้ส่งไปลง...”นรก”...รับกรรมอย่างหนักหนาสาหัส แล้วจึงไปเกิดใหม่ในคราบสัตว์...”เดรัจฉาน”...กินขี้เป็นอาหาร
.....................................................ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ อย่าให้ห่างตัว ไม่ต้องไปกลัวพวก...”กุ๊ยสถุน”...พวกนี้ ขอให้มาเหอะ รีบๆ ขนกันออกมาอย่ามัวชักช้า บอกตรงๆ กูรอวันนี้มานานแล้ว จะได้ชำระสะสาง ล้างคราบสกปรกให้หมดไปจากประเทศไทยเสียที ถึงเวลาแล้วที่...มวลมหาประชาชน...จะได้ทำบุญใหญ่...ล้างป่าช้า...พวกเชื้อชั่วให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ใกล้ถึงเวลา...จุดเปลี่ยนประเทศไทย...แล้วพี่น้องทั้งหลาย มาช่วยกันขจัดคนชั่วให้หมดสิ้น มาช่วยกันกำจัดคนโกงให้หมดไป
.................................................เชื่อขนมกินได้ล่วงหน้า เพราะบรรดา “ขี้ข้า” หลายคนจะต้องถูก...”เช็คบิล”...และหลายคนจะต้องถูกดำเนินคดี จากนี้ไปอีกไม่นาน ผู้ที่เคยมีอำนาจทางการเมืองแบบเถื่อนถ่อย ทั้งยังผยองพองขนถือว่ามีพวกมากในสภา จะเริ่มหดหายไปทีละตัว สองตัว และในที่สุดตระกูลของ...”เจ้ามูลเมือง”...จะหายสาบสูญเสื่อมลงอย่างแน่นอน...พรรคของตระกูลชิน”...จะไม่เหลือร่องรอยให้เห็นอีกต่อไป
..............................................ออกมา ออกมา ออกมาช่วยกัน ตีเหี้ยให้กระเจิงกระจาย ถึงเวลา “เอาคืน” จากกลุ่มเหี้ยที่ทำตัวกร่างมานานแล้ว พวกมันทำให้พี่น้องเราเจ็บและตายมาแล้วมากมาย ถึงคราวพวกมันบ้าง จะได้รู้รสชาติความเจ็บปวดว่าเป็นอย่างไร พวกเชื้อชั่วออกมาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จะได้ปิดเกมเร็วขึ้นเท่านั้น บอกตรงๆ....”มาไม่กลัว กลัวไม่มา”....อย่างที่คุย ขอร้องอย่า...”ชักช้า”...(เดี๋ยวท้องไม่มีพ่อ)............................อีกไม่นานผู้คนจะแตกตื่น กักตุนอาหารและน้ำดื่ม จะมีคนออกต่างจังหวัดกันมากเพราะความกลัว.....ธนาคาร โรงแรม บริษัท ห้างร้าน ปั๊มน้ำมัน โรงเรียน จะปิดหลายแห่ง...ร้านสะดวกซื้อต้องระวังเป็นพิเศษ...ตู้ เอทีเอ็ม ควรหาทางป้องกันให้ดี...สถานีรถไฟฟ้า หรือ เสาไฟแรงสูง ต้องดูแลเป็นพิเศษ...คลังน้ำมันต้องจัดเวรยามเฝ้าให้ดี...รถดับเพลิงต้องเตรียมพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง...โรงพยาบาลต้องเตรียม...”สำรองเลือด”...ให้มากเป็นพิเศษ...รถเฮียปอ รถเฮียร่วม รถพยาบาล จะทำงานหนัก...ใครที่จอดรถอยู่ริมถนน หรือตามซอยที่ใกล้จุดปะทะต้องระวัง....คิดว่าจะมีงาน...”แสง สี เสียง”...เร็วๆนี้
เพิ่งอ่านข่าวทราบว่าจะให้ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี มาเป็นที่ปรึกษาศูนย์ “ศรส” ถ้าบุคคลคนนี้มารับทำงาน รับรองเป็นงานใหญ่ บุคคลผู้นี้เชี่ยวชาญเรื่อง “ระเบิด” เป็นพิเศษ และเชี่ยวชาญการวางกำลังรบ อีกทั้งยังโหดชนิดหาตัวจับยาก เคยเป็นเพื่อนซี๊ กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง มาก่อน น่าเสียดายที่มาเสียคนตอนแก่ ความจงรักภักดีที่เคยมีต่อสถาบัน หายไปหมดสิ้นเพราะถูกเงินหล่นทับ ต้องจับตามองบุคคลคนนี้ไว้เป็นพิเศษ ประมาทไม่ได้สำหรับบุคคลผู้นี้ อยากให้ไปเชิญ พล.ต. จำลอง ศรีเมือง มาเป็นที่ปรึกษาบ้าง เพราะคู่นี้เหมือนวัวเคยขา ม้าเคยขี่
..............................เรื่อง ปปช.ชี้มูลความผิด “นายก” นั้นไม่ต้องห่วงว่า “นายก” จะรอด เพราะดวงชะตาของทั้งสองพี่น้อง...”ตระกูลชิน”...ในตอนนี้เหมือนไส้เทียนที่กำลังจะมอดดับไป.........เมื่อวานผมเขียนกระเซ้า...”อัยการสูงสุด”...เล่นๆไปอย่างนั้นเอง...”คนดวงซวย หาคนช่วยยาก”...โดยเฉพาะพวกข้าราชการจะรู้ดี เหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสี รู้ว่าในตอนนี้ “เขาคนนั้น” เริ่มเอา “หัวลง” ไม่ใช่เอา “ขาลง”....”เขาคนนั้น”...เคยพูดว่าสะกดคำว่า “แพ้” ไม่เป็น...อยากกระซิบข้างหู “เขาคนนั้น” ว่าอีกไม่นาน...มวลมหาประชาชน...จะสั่งสอนให้รู้ว่า..."แพ้"...สะกดยังไง แล้วจะรู้ว่า...แพ้จนหมดรูขี้...มันแสบแค่ไหน?   ใจเย็นๆ เดี๋ยวได้เห็นแน่นอน / พอนะ เมื่อยแล้ว พักก่อน สวัสดี
หมอนิด กิจจา ทวีกุลกิจ




ยืนยันแล้ว ....พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไอ้ตัวอำมหิตมากกว่าฮิตเลอร์มาบัญชาการการรบเอง....ขอให้ระวังตัวทุกฝีก้าว ยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่นอนว่าเป็นโรงแรมที่เชียงใหม่ หรือสิงคโปร์









มี hate speech มากมายบนเวที นปช. ทุกวันทุกเวที เพื่อลั่นกลองรบ





เมื่อวันที่ 23 ก.พ. แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จากทั่วประเทศกว่า 4,000 คน ร่วมประชุมใหญ่ “นปช.ลั่นกลองรบ” หารือแนวทางเคลื่อนไหวและสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์....... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1k22YwJ







ยูเอ็นประณามเหตุยิงม็อบจี้เร่งสอบสวน


สหประชาชาติ ประณามเหตุ คนร้ายยิงม็อบ กปปส. ทำให้เด็กเสียชีวิต พร้อมวิงวอนทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง จี้เจ้าหน้าที่เร่งหาตัวคนผิด บันคีมูน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกโรงประณามการใช้อาวุธและความรุนแรง....... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1k1ICUr



กปปส....เยอรมัน








MANA PRADITKET

MANA PRADITKET
Handpainted oil painting by Mana Praditket

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
Original handpainted oil painting by Niran Paijit

PRAYAD TIPPAWAN

PRAYAD TIPPAWAN
ORIGINAL IMPRESSIONAL OIL PAINTING BY PRAYAD TIPPAWAN

Achara 34 (24x36)

Achara 34 (24x36)
ORIGINALl OIL PAINTING

Amornsak Livisit 74 (24x36)

Amornsak Livisit 74 (24x36)
ORIGINAL OIL PAINTING, Impressionist style

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)
Original handpainted oil painting abstract style

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
ORIGINAL ABSTRACT STYLE OIL PAINTING BY NIRAN PAIJIT

Chavalit (Pong)

Chavalit (Pong)
PINTO Horses

Komez 78 (22x30)

Komez 78 (22x30)
Original handpainted pastel painting on paper

KOMES

KOMES
Handpainted pastel painting by Komez

PRATHOUN

PRATHOUN
ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING BY PRATHOUN

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
ORIGINAL OIL PAINTING BY THAVORN IN-AKORN (SIZE 20x30")

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
Original oil painting by Thavorn In-akorn

Facebook


ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING

PHOTO GALLERY

PHOTO GALLERY

Facebook

PHOTO GALLERY