
บารมีหลวงปู่ดู่ช่วยชีวิตเด ็กน้อย
***********************
ช่วงที่ 1
--------
เขาเล่าให้ฟังว่าเขาแต่งงาน อยู่กินกับภรรยามา12ปีไม่มี บุตร เลยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีลูก ไว้ดูแลยามแก่เฒ่าจึงหมดหวั ง และวันหนึ่งภรรยาได้ไปหาหมอ เพราะระยะหลังเธอเมารถ หมอบอกว่าเธอตั้งครรภ์ได้4เ ดือน ผมดีใจมากภรรยาผมแพ้ท้องมาก กว่าคนอื่นในที่สุดก็คลอดลู กเป็นผู้ชายโดยเธอ ต้องแบกท้องอยูสิบเดือนกว่า ผมรับลูกชายและภรรยากลับมาอ ยู่บ้าน ในวันหนึ่งก็มีชายคนหนึ่งเดินเ ข้ามาแล้วพูดขึ้นว่าดูหมอไห มครับนาย ผมรีบตอบทันทีว่าไม่ดูครับล ุง แต่ไหนๆก็มาแล้วกินน้ำให้หา ยเหนื่อยก่อน ผมถามลุงมาจากไหน ชายผู้นั้นบอกว่าเขาเป็นคนจ รหมอนหมิ่นค่ำไหนนอนนั่น ผมนึกสงสารจึงดูหมอกับแกเลย หันไปถามภรรยาว่าดูอะไรดี ภรรยาว่าดูดวงลูกเราสิ แกบวกเลขอยู่พักใหญ่แล้วพูด ด้วยเสียงที่หนักแน่นว่า ลูกของนายคงอยู่กับนายได้ไม ่นานไม่ถึง2ฝนจะต้องตกน้ำเป ็นตายร้ายดียังบอกไม่ ได้ แต่ถ้ารอดไปได้ฝนที่5จะต้อง ถูกสัตว์ร้ายด้วยเขี้ยวงา ตายหรือเป็นฟ้าดินกำหนดแต่ถ ้ายังไม่วายชีวา ฝน7จะต้องอาวุธร้ายเป็นตายก ำหนดยาก ถ้ารอดไปได้ถึงฝนเก้าเทวดาก ็ช่วยยาก
ชายชราพูดต่อว่าที่ผมบอกนาย เป็นแต่ตอนร้ายหน่อย แต่ยังมีอีกมากถ้าบอกไปกลัว นายจะใจเสียผมจึงไม่กล้าบอก นายครับ ผมพูดขึ้นอย่างไม่พอใจลุงเอ าอะไรมาพูดตำราของลุงเดาเอา หรือเปล่า ท่าทางแกโมโหเหมือนกันแกพูด ว่าถ้านายด่าหรือดูถูกผมไม่ ว่ากัน นี่นายดูถูกตำราผม มันเกินไปผมทนไม่ได้ผมจะบอก ให้เอาบุญตำราของผมตระกูลเร าหลายชั่วอายุคนไม่ สอนคนนอกตระกูลคนที่จะเรียน ได้ต้องเป็นลูกชายเท่านั้น ถ้าดูว่าร้ายก็ต้องร้ายถ้าด ูว่าดีก็ต้องดี ดูตายไม่เคยมีใครรอดสักคนเล ย แกพูดด้วยท่าทางดุดันและเอา จริง
ผมมองดูแววตาแกมีอำนาจอะไรบ างอย่างทำให้ผมขนลุกทั้งตัว ผมรู้สึกเกรงใจในความเอาจริ งเอาจังของแกจึงพูดด้วยวาจา ที่สุภาพว่า ลุงครับแล้วผมจะทำอย่างไรดี ลุงช่วยผมหน่อยน่ะครับ แกมองผมอย่างเห็นใจ"พูดน่าฟ ังอย่างนี้พอคุยกันได้" ผมจะบอกให้ตำราท่านว่าดวงตก ร้ายถึงปานนี้เทวดาช่วยไม่ไ ด้ พระอรหันต์ท่านยังต้องวางเฉ ย แต่ผู้มีบุญใหญ่ช่วยได้ ผมถาม"ลุงครับผู้มีบุญกว่าพ ระอรหันต์ ผมจะหาได้ที่ไหนหล่ะ" ชาย ชราตอบว่าเรื่องนี้ผมก็ตอบน ายไม่ได้เหมือนกัน ผมพยายามคุยกับแกเพื่อขอคำแ นะนำแต่ก็หาทางออกไม่ได้ ผมคุยกับแกอยู่หลายชั่วโมงจ นเย็นแล้วแกก็ลาผมจึงส่งเงิ นให้แกไป100บาท แกร้องโอ้โหตั้ง100หรือครับ นายไม่เคยมีใครให้ผมมากเท่า นี้เลย ชายชราผู้นั้นเดินออกจากบ้า นผมไปไม่ไกลมากนัก แกหันมามองผมกับภรรยาแล้วพู ดขึ้นว่า"บุญเป็นของพึ่งได้ จริง"
ช่วงที่ 2
--------
แล้วแกก็หันเดินจากไปจนลับส ายตา ชายแปลกหน้าจากไปแล้ว ผมก็บอกกับภรรยา "เธออย่าไปฟังหมอดูมากนัก เดี๋ยวจะไม่สบายใจ เขาก็บอกว่า เขาเป็นคนจรหมอนหมิ่น เธออย่าคิดมากนะ โบราณก็เคยบอกคนจรหมอนหมิ่น เชื่อยาก" จากวันนั้นมาลูกชายเราก็ได้ สองเดือนเขาเริ่มเจ็บไข้ได้ ป่วยอยู่บ่อย ๆ ผมและภรรยาต้องพาลูกชายเข้า ออกคลีนิค-โรงพยาบาลหลายสิบ ครั้ง
ลูกชายผมได้สองขวบ บ้านเราอยู่ติดกับแม่น้ำป่า สัก วันนั้นก็เหมือนกับทุกวัน ผมและภรรยาออกไปธุระนอกบ้าน น้องสาวผมเลี้ยงลูกของผมอยู ่ตามปกติ น้องสาวบอกผมว่า วันนั้นเธอไม่ค่อยสบาย เลยกินยาแก้ไข้ไปสองเม็ดจึง ง่วงนอน และหลับไป ตื่นอีกครั้งก็ได้ยินคนตะโก นว่า "เด็กตกน้ำ!" เธอก็วิ่งไปดู มองเห็นหลานนอนอยู่ โดยมีคนสองคนผายปอดให้อยู่ แต่เด็กก็ไม่มีอาการดีขึ้น คนข้างบ้านช่วยกันเอารถไปส่ งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า เด็กขาดอากาศนานเกินไป หมอไม่แน่ใจว่าจะมีความหวัง อยู่เท่าไหร่ อยากให้ญาติทำใจ ลูกผมอยู่ รพ.หลายวัน อาการก็ยังไม่มีทีท่าจะดีขึ ้น และอยู่ ๆ วันหนึ่งลูกชายผมก็ฟื้นขึ้น มาอย่างปาฏิหาริย์ ไม่นานก็กลับบ้านได้ ลูกชายผมเกิดเรื่องอีกมากมา ยหลายอย่าง จนน่าเป็นห่วงว่าชีวิตของเข าจะรอดไปได้หรือไม่
ในปีที่เขาอายุครบห้าขวบ ขณะเท่ากับห้าฝนพอดี ตอนนี้เขาเข้าโรงเรียนแล้ว วันนี้ที่เขาและเพื่อน ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ในสนามของโร งเรียน มีหมาตัวหนึ่งวิ่งตรงมากัดล ูกชายผม จนเป้นแผลลึกและใหญ่ถึงสี่เ ขี้ยว ทั้ง ๆ ที่มีเด็กตั้งมากมายวิ่งเล่ นกันอยุ่แต่หมาตัวนั้นกลับไ ม่สนใจเด็กคนอื่น กัดเฉพาะลูกชายของผมเพียงคน เดียว แล้วมันก็วิ่งจากไป เรารักษาเขาตามประสาแบบชาวบ ้าน ผู้เฒ่าของชาวบ้านที่คนทั่ว ไปนับถือวาแกมีวิชาต่าง ๆ เช่น สูณฝี กวาดยา พ่นลมพิษ งูสวัต และรักษาได้อีกหลายอย่างตาม แบบอย่างหมอประจำหมู่บ้านทั ่วไป ผมพาลูกชายไปหาปู่ใหญ่ แกก็นำว่านยาหลายชนิดมาบดแล ้วปิดแปลให้แกบอกว่า "ไอ้หนูไม่เป็นอะไร แล้วมาหาปู่ เปลี่ยนยาสามวันก็หาย" ผมถามปู่ใหญ่ว่า "คืนนี้ลูกผมจะปวดแผลหรือคร ับ" แกบอกว่า "รักษามามากไม่เคยมีคนมาบอ กว่าปวดเลยสักคน ว่านยาที่ใส่ให้แก้ได้ทั้งพ ิษงูและพิษสัตว์ร้ายต่าง ๆ เอ็งไม่ต้องห่วงหรอกไอ้หนู" ผมพาลูกชายไปให้แกเปลี่ยนว่ านยาทุกวัน จนครบสามวัน แต่พอถึงวันที่สี่ลูกชายผมก ็มีอาการหนัก ผมตกใจทำอะไรไม่ถูก สิ่งเดียวที่คิดได้คือพาลูก ชายไป รพ. พอถึงมือหมอทั้งหมอและพยาบา ลวิ่งวุ่นไปหมด หมอบอกว่า อาการน่าเป็นห่วงสงสัยหมาที ่กัดเขาคงเป็นหมาบ้า ผมได้ยินคำว่าหมาบ้าผมนึกไม ่ถึงว่าลูกชายจะโชคร้ายถึงป านนี้ วันนี้ผมเฝ้าลูกชายอยู่ที่ รพ.ทั้งคืน ประมาณตีห้าผมก็เผลอหลับไป และก็มีนางพยาบาลคนหนึ่งมาป ลุกผมบอกว่า "กลับบ้านไปก่อนค่ะ ทางเราต้องเอาตัวเด็กไว้ก่อ น ตอนนี้เด็กอยู่ในห้องไอซียู "
ผมกลับบ้านอย่างหมดอาลัยตาย อยาก ไม่มีความหวังอะไรมากนัก เพราะผมเห็นอาการลูกชายขนาด นั้น คนเป็นพ่อยังคิดว่าจะรอดยาก อาการของเขาน่ากลัวตอนที่เข าชักจนตาค้างแล้วแน่นิ่งไป เป็นภาพที่ติดตาผมเวลานอนภา พนั้นจะปรากฏอยู่เสมอ ทำให้ผมข่มตานอนไม่ลงผมไป รพ.ทุกวัน เฝ้าเขาจนมืดหรือบางวันก็ดึ ก ถึงจะกลับบ้าน ผมนอนไม่กี่ชั่วโมงก็รีบตื่ นแต่เช้าไปรพ.ผมทำอยู่อย่าง นี้ถึงแปดวัน
ในวันที่ เก้าคุณหมอก็บอกว่า "เด็กพ้นขีดอันตรายแล้ว ผมดีใจกับคุณด้วยปาฏิหาริย์ จริง ๆ" คุณหมอพูดแล้วเดินจากไป ส่วนผมยืนน้ำตาซึมและไหลออก มาจนเปียกแก้มสองข้าง ตอนนั้นผมรู้สึกว่าชีวิตครึ ่งหนึ่งที่หายไปของผมได้กลั บคืนมาอีกครั้ง เพราะเขาเป็นลูกชายคนเดียวข องผม ภรรยาและผมก็หวังจะฝากผีฝาก ไข้กับเขา ตอนไม่มีเขาเราสองคนก็ทำใจไ ว้แล้ว ว่าคงต้องอยู่กันตามลำพังไป จนเฒ่า และตายอย่างไม่มีผู้สืบสกุล แต่พอมีเขาความหวังเของเราก ็เปลี่ยนไปจากคนสิ้นหวัง เป็นคนมีความหวัง ภรรยาของผมเป็นคนใจอ่อน จึงไม่กล้ามา รพ.ดูอาการลูกชาย คอยแต่ฟังข่าวเล่าที่ผมกลับ บ้าน ผมก็ไม่กล้าเสี่ยงให้เธอไป รพ.ผมกลัวเธอเห็นลูกชายเป็น อะไรไปแล้วเธอจะช็อก ผมไม่อยากเสียทั้งลูกชายและ ภรรยา วันนั้นพอผมได้ข่าวดีจากคุณ หมอ ผมรีบกล้บบ้านไปบอกข่าวดีกั บภรรยา พอภรรยาของผมเธอรู้ว่าลูกรอ ดตายแล้ว เธอดีใจจนน้ำตาออกมาแล้วเธอ ก็กอดผม และพูดว่า “ลูกเราไม่จากเราไปแล้วพี่”
ช่วงที่ 3
--------
นับจากวันนั้นหวนคิดไปถึงคำ พูดของคนจรหมอนหมิ่นหมอดูชร า ที่แกบอกว่า ฝนสองจะต้องตกน้ำ พอลูกผมอายุได้สองขวบเขาก็ต กน้ำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และแกบอกต่อว่าถ้ารอดไปได้ฝ นห้าจะต้องถูกสัตว์ร้ายด้วย เขี้ยวงา ลูกผมครบห้าขวบก็ถูกหมาบ้าก ัด พึ่งรอดมาได้ แกยังพูดอีกว่า ฝนเจ็ดจะต้องถูกอาวุธร้าย เป็นตายกำหนดยาก คำพูดของแกไม่เคยผิดเลยสักค รั้งแล้วครั้งที่สามจะเป็นอ ย่างไร ทำให้ผมและภรรยาเกิดความกลั วถึงชะตากรรมของลูกชายเราทั ้งสอง ว่าต่อไปจะดีร้ายอย่างไร
คนแก่แถวบ้านผมบอกว่าลูกของ เอ็งเป็นอย่างนี้โบราณเคราะ ห์ ร้ายดวงตก ต้องพาไปทำสังฆทานต่ออายุถึ งจะดี แกบอกว่าเรื่องอย่างนี้ ถ้าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ดังนั้นวันต่อมาผมและภรรยา ก็พาลูกชายตะเวนไปทำสังฆทาน บางวัดท่านก็อาบน้ำมนต์ให้ บางที่ก็ให้นอนแล้วเอาผ้าขา วมาคลุมแล้วบังสุกุล บางวัดก็ให้ลูกผมลงไปนอนในโ ลงศพ แล้วสวดมนต์หลายบทเป็นการต่ อชะตาต่ออายุ เมื่อผมมีเวลาว่างใครบอกว่า วัดไหนดีที่ไหนคนเขาไปทำมาแ ล้วดีหายเจ็บไข้ ดวงไม่ดีก็ดีในเดือน ๆ อย่างน้อยก็เดือนละสองครั้ง แต่ถ้าเดือนไหนผมว่าง ก็เดือนละสี่ถึงห้าครั้งเป็ นอย่างน้อย ผมทำอย่างนี้มาเป็นเวลาเกือ บสองปี ด้วยความหวังว่า ทำบุญมาก ๆ ชะตากรรมของลูกชายผมจะเปลี่ ยนไปในทางที่ดี
แต่พอเขาอายุได้เจ็ดขวบ วัดข้างบ้านผมจัดงานประจำปี มีการละเล่นมากมายหลายอย่าง เช่น หนัง-ลิเก-วงดนตรี ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน และของขายอีกมากลูกชายผมและ เด็กข้างบ้านหลายคน ทั้งที่เล็กกว่าเขาบ้างก็มี อายุมากกว่าเป็นรุ่นพี่หลาย คนพากันไปเที่ยวงาน วัดตามปกติ เวลาผ่านไปสักสองทุ่มเห็นจะไ ด้ คนข้างบ้านก็วิ่งมาบอกว่า "พี่..ลูกพี่ถูกยิง!" ผมพูดตอบเขาไปว่า "เป็นไปได้ยังไง ลูกผมเพิ่งเจ็ดขวบจะไปมีเรื ่องถึงขนาดถูกยิง มาบอกบ้านผ ิดหรือเปล่า" เขารีบเถียงว่า "ไม่ผิดหรอก พี่รีบไปดูลูกของพี่เถอะ เลือดท่วมตัวเลย" เมื่อเขายืนยันอย่างนั้น ผมก็รีบวิ่งไปที่งานวัด สิ่งที่ผมเห็นมีคนกลุ่มใหญ่ มุงดูอะไรบางอย่าง ผมวิ่งแหวกฝูงคนเข้าไป ก็เห็นลูกชายของผมเลือดเต็ม ตัวไปหมดมีรถคันหนึ่งวิ่งมา จอดใกล้ ๆ และมีคนตะโกนว่า "เอาเด็กขึ้นรถเร็ว" ผมไม่รอให้เขาบอกเป็นครั้งท ี่สอง ผมรีบอุ้มลูกขึ้นรถและก็กอด ลูกชายไปตลอดทาง
พอถึงโรงพยาบาล ผมอุ้มลูกลงจากรถและก็วิ่งเ ข้า ปากก็ร้องตะโกนว่า “หมอช่วยลูกผมด้วย” ผมร้องซ้ำ ๆ อย่างนั้นตลอดทางจนถึงห้องไ อซียู มีหมอและพยาบาลสามสี่คนวิ่ง ออกมารับ เขานำลูกผมเข้าห้องผ่าตัด พอผมจะไปดูลูกอย่างใกล้ชิด จะเข้าเขตประตูห้องผ่าตัด พยายาลคนหนึ่งร้องบอกว่า “คุณคะเข้าไปไม่ได้ รออยู่ข้างนอกก่อน” เป็นอันว่าผมต้องรออยู่ข้าง นอก ผมเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าห ้องผ่าตัดไม่รู้ว่ากี่ชั่วโ มง ตัวเองเดินวนไปมากี่รอบ นานจนผมคิดว่าผมไม่เคยรออะไ รนานขนาดนี้เลย
ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาบอกว่ าหมอได้ผ่าเอากระสุนออกจากต ัวเด็กแล้ว เขาถูกยิงถึงสามนัด ตอนนี้ยังไม่ได้สติหมอยังบอ กอะไรคุณๆไม่ได้มากกว่านี้ คืนนั้นผมอยู่ที่รพ.ถึงเช้า ทั้ง ๆ ที่เสื้อผ้าของผมมีแต่เลือด ของลูกชายแดงเต็มอกเสื้อ พอตอนเช้าเพื่อนของผมรู้ข่ าวก็พากันมาเยี่ยมกันหลายคน มีเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเข าบอกว่าเด็กวัยรุ่นมีเรื่อง กัน ชกต่อยกันจนไม่รู้ว่าใครเป็ นใคร ขณะกำลังชุลมุนกันอยู่ก็มีเ สียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด วัยรุ่นต่างแตกกระจายวิ่งกั นไปคนละทิศคนละทาง หันมาเห็นอีกทีลูกของผมก็นอ นอยู่ที่พื้น ผมพูดกับเพื่อนว่า “พวกมันมีเรื่องกันต่อยกันแ ละก็ยิงปืนใส่กันพวกมันไม่เ ป็นอะไร แต่ลูกกูไม่ได้มีเรื่องแต่ก ลับถูกลูกปืนกูไม่เข้าใจจริ งๆ" ลูกของผมนอนอยู่ รพ.หลายวันคุณหมอก็บอกว่าพ้ นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ รพ.เดือนกับห้าวันจึงกลับบ้ านได้
เขากลับมาอยู่กันอีกครั้ง ผมและภรรยายิ่งให้ความรักแล ะความห่วงใยเขามากกว่าเก่า ภรรยาของผมพูดกับผมว่า "ลุง หมอดูบอกว่าลูกเราเจ็ดฝนจะถ ูกอาวุธร้ายนี่พอเขาเจ็ดขวบ ลูกเราก็ถูกยิงแต่ ครั้งนี้ลูกเรารอดมาได้ ก็เพราะอาจเป็นบุญที่เราพาเ ขาทำมาตลอด แต่ครั้งหน้าลูกเราคงไม่รอด หรอกพี่ เพราะหมอดูเฒ่าแกบอกว่าฝนเก ้าเทวดาก็ช่วยไม่ได้" ผมปลอบใจภรรยาว่า "แกอาจดูไม่ถูกก็ได้" เธอเถียงทันที "พี่ก็บอกอย่างนี้ทุกทีแล้วเ ป็นไง ลุงหมอดูแกพูดอย่งไรไม่เคยผ ิดเลยสักครั้ง” ผมจนด้วยเหตุผลเลยเถียงเธอไ ม่ขึ้น เพราะสิ่งที่เธอพูดเป็นจริง ทุกอย่าง ผมเริ่มคิดหนักว่าลูกจะไม่ม ีชีวิตอยู่กับเราไม่นานเท่า ไร แต่ไม่กล้าบอกภรรยา ได้แต่พาลูกชายไปทำบุญให้ได ้มากที่สุด เพราะผมเชื่อว่า บุญเท่านั้นที่จะติดตามเหมื อนเงาตามตัวเขาไปได้ นอกจากบุญคงไม่มีอะไรช่วยเข าได้เลย ผมยังจำได้ก่อนหมอดูชราจะจา กไป แกหันมาพูดว่า “บุญเป็นของพึ่งได้จริง”
ลูกชายผมเกิด พ.ศ.2520 ตอนนี้ พ.ศ.2529 ลูกชายของผมก็จะมีอายุ 9 ขวบพอดี ปีนั้นลูกชาย อยากไปเที่ยวที่ไหน ผมและภรรยาไม่เคยขัดใจเขา ลูกอยากกินอะไร ภรรยาจะให้เขากินตลอด ในปีนั้นผมและภรรยาหยุดงานม ากเป็นพิเศษ ใช้เวลาอยู่กับลูกชายเป็นส่ วนใหญ่ วันหนึ่งมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ ง มาบอกว่า ที่ วัดสะแกเกิดปาฏิหาริย์ คนกรุงเทพฯ จะมาเป็นเจ้าภาพกฐินเพื่อซ่ อมหลังคาโบสถ์อยู่ ๆ ภาพหลวงปู่ทวด หลวงพ่อดู่ ก็ปรากฏขึ้นตามองค์พระพุทธร ูปที่ฉัตรหน้ากุฏิหลวงพ่อดู ่ ก็มีเทวดาอยู่ตามชั้นของยอด ฉัตรเต็มไปหมด ผมถามเพื่อนว่าขนาดมีเทวดาเ ชียวหรือ นึกว่าเทวดามีแต่ในหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ และผมก็พาลูกชายกับภรรยาไปว ัดสะแก แต่ก็ไม่ได้มีความหวังอะไรม ากนัก ไปทำบุญเหมือนกับวัดอื่น ๆ ที่เคยไปทำบุญมา ผมไปถึงวัดหลังเพล พระท่านฉันเพลแล้ววันนั้นมี คนไปทำบุญมากพอสมควร ผมและภรรยาทำบุญ ใส่ตู้กฐินคนละหนึ่งร้อยบาท ส่วนลูกชายผมเขาล้วงเงินในก ระเป๋ากางเกงของเขาแต่เขามี เงินอยู่เพียงห้าบาท ผมเห็นเขาเอาเงินใส่ตู้กฐิน และยกมือขึ้นไหว้ เห็นดังนั้นผมก็บอกเขาว่าเด ี๋ยวพ่อให้ร้อยหนึ่ง แล้วไปใส่ตู้ใหม่นะลูก พอดีมีคนสองคนเดินผ่านมา คนหนึ่งพูดว่า "รีบไปกันเถอะหลวงพ่อดู่จะถ ึงเวลาจำวัตรแล้ว"
พอผมได้ยินว่ารีบไปกันเถอะหล วงพ่อดู่จะถึงเวลาจำวัตรแล้ ว ผมหันมาบอกภรรยา "เรารีบไปหาหลวงพ่อก่อนเถอะ " เราทั้งสามคนก็ไปที่กุฏิหลว งพ่อดู่ มีคนอยู่ก่อนแล้วสิบกว่าคน ผมพาภรรยาและลูกเข้าไปใกล้ท ่าน และกราบท่านสามครั้ง ท่านเห็นเราทั้งสาม ท่านก็ยิ้มอย่างเมตตา
ผมพูดบอกท่านว่า “หลวงพ่อครับ ผมพาลูกชายมาให้หลวงพ่อเมตต าสะเดาะเคราะห์ให้เขาครับ" ผมทำท่าจะเล่าความเป็นมาของ ลูกชายผมให้ท่านฟัง ท่านก็ยกมือขึ้นห้าม แล้วท่านพูดว่า “ข้าเข้าใจแล้ว แกไม่ต้องบอกหรอก” ผมนึกในใจยังไม่ได้เล่า ท่านจะรู้ได้อย่างไร ผมถามต่อ “หลวงพ่อครับผมต้องเตรียมอะ ไรบ้างครับ” ท่านตอบ “ไม่ต้องเตรียมอะไร” ผมร้อง “อ้าว แล้วจะทำอย่างไร"
ผมก็พูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นผมขอให้ลูกชาย เอาเงินไปใส่ตู้กฐินทำบุญก่ อนนะครับ” ท่านพูดว่า “ห้าบาทก็เกินพอแล้ว” ท่านเรียกลูกชายผมเข้าไปใกล ้ๆ แล้วบอกเขาว่า "เดี๋ยวเวลาข้าให้พร แกก็พูดว่า พรใด ๆ ที่ได้นี้ขอให้ติดตามข้าตลอ ดไป แกเข้าใจไหม” เขาตอบท่านว่า “เข้าใจครับ” และหลวงพ่อก็เริ่มให้พร ลูกผมก็พูดตามที่ท่านสอน ไม่ถึงห้านาที ท่านลืมตาขึ้นแล้วบอกว่า "เสร็จเรียบร้อย" ผมถามท่านทันทีว่า “เสร็จแล้วหรือครับหลวงพ่อ” ท่านตอบ “ก็เสร็จนะสิ” ผมบอกท่านว่า "ไปมาหลายที่ ทุกวัดเขาทำกันตั้งนาน ให้นอนในโลงศพบ้าง อาบน้ำมนต์ก็มีสารพัดวิธี บางทีเป็นชั่วโมงก็เคย" ท่านตอบว่า “ข้าไม่ต้องตั้งท่ามาก” ท่านหันไปพูดกับลูกชายผมว่า “เอ็งมันดวงไม่เหมือนชาวบ้า นเขา เอาพระเหนือพรหมของข้าไปติด ตัวไว้” ผมบอกท่านอีกว่า “หลวงพ่อครับ หมอดูบอกว่าลูกชายผมจะอยู่ไม ่เกินเก้าขวบ” ท่านก็ว่า “ข้าไม่ใช่หมอดู แต่ข้าบอกว่าไม่ตายก็ไม่ตาย หรอกแก” ผมคิดในใจว่าจะเชื่อได้มากแ ค่ไหนก็ยังไม่รู้ มีลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่งฟั งอยู่ใกล้ๆ เขาพูดกับผมว่า "แต่ โบราณมาเชื่อกันว่า พระพรหมเป็นผู้ลิขิตชีวิตมน ุษย์ให้ดีร้าย ยากจน หรือร่ำรวยและมีชีวิตอยู่ยื นยาวหรือสั้นก็ตามแต่ท่านจะ ลิขิต
หลวงพ่อดู่ของพวกเราสอนว่า “ใครจะใหญ่เกินกรรม” ท่าน ให้พวกเราทำแต่กรรมดี พี่ไม่ต้องกลัวลูกชายตายหรอ ก เพราะหลวงพ่อท่านให้พระเหนื อพรหมเขาไปแล้ว และอีกอย่างหนึ่งพี่กับลูกท ำบุญกฐินปีนี้กับหลวงพ่อ ท่านบอกว่ากฐินปีนี้เป็นบุญ ใหญ่ แม้แต่เทวาเทพ พรหม ยังมาร่วมอนุโมทนาด้วยเลย" ใคร ๆ เขาก็เห็นกันทั้งวัด ผมก็เห็นเหมือนกัน ผมเกิดมาไม่เคยเห็นหลวงปู่ท วด วันนี้มาวัดสะแกก็ได้เห็นเป ็นบุญตา เราสามคนลาหลวงพ่อดู่กลับ ท่านก็พูดว่า “บุญเป็นของพึ่งได้จริง” ผมนึกในใจเคยได้ยินคำพูดนี้ ที่ไหน นึกไม่ออก
เขาบอกว่าเวลาใดผ่านไปนานหล ายปี ทุกวันนี้เขายังคิดถึงหลวงพ ่อดู่อยู่ตลอด เพราะท่านมีพระคุณกับครอบคร ัวของเขามากเหลือเกิน หลวงพ่อดู่ท่านละสังขารไปนา นแล้ว แต่ท่านจะอยู่ในใจของเขาตลอ ดไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่
ผู้เขียนพบกับเขาที่วัดสะแก เมื่อปี พ.ศ.2540 เขาบอกว่า ลูกชายทำบุญเพียงห้าบาทกับก ฐินครั้งนั้น หรือเป็นเพราะหลวงพ่อดู่ท่า นให้พร หรือเพราะพระหรหมของหลวงพ่อ ที่ลูกชายผมห้อยคอจนถึงทุกว ันนี้จึงทำให้เขารอดชีวิตมา ถึงปี พ.ศ.2540
พุทธคุณและปาฏิหาริย์ของพระ เหนือพรหม ของหลวงปู่ดู่ ศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดหลวงพ่อ ดู่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าพระ เหนือพรหมของหลวงพ่อ ใครมีไว้บูชา เรื่องร้ายจะกลับกลายเป็นดี คนดวงตกก็รอดได้ ผู้ใดได้ไข้ได้เจ็บก็หายผี และปีศาจร้ายมิอาจกล้ำกราย คุณไสยมนต์ดำการกระทำย่ำยีม ิอาจครอบงำ ผู้ใดเป็นศัตรูคิดร้าย จะพินาศด้วยวิบากกรรมของตนเ อง บูชาติดตัวไว้ เทพ พรหม เทวดาและมนุษย์รักใคร่เมตตา ปราณี ถ้าถึงเวลาหมดอายุจิตสงบพบท างสว่างมีสุคติเป็นที่ไปผู ้ที่มีพระเหนือพรหม ของหลวงพ่อองค์เดียวก็เกินพ อ
ข้อมูลจาก: นะโภคทรัพย์ เล่ม 7

***********************
ช่วงที่ 1
--------
เขาเล่าให้ฟังว่าเขาแต่งงาน
ชายชราพูดต่อว่าที่ผมบอกนาย
ผมมองดูแววตาแกมีอำนาจอะไรบ
ช่วงที่ 2
--------
แล้วแกก็หันเดินจากไปจนลับส
ลูกชายผมได้สองขวบ บ้านเราอยู่ติดกับแม่น้ำป่า
ในปีที่เขาอายุครบห้าขวบ ขณะเท่ากับห้าฝนพอดี ตอนนี้เขาเข้าโรงเรียนแล้ว วันนี้ที่เขาและเพื่อน ๆ วิ่งเล่นกันอยู่ในสนามของโร
ผมกลับบ้านอย่างหมดอาลัยตาย
ในวันที่ เก้าคุณหมอก็บอกว่า "เด็กพ้นขีดอันตรายแล้ว ผมดีใจกับคุณด้วยปาฏิหาริย์
ช่วงที่ 3
--------
นับจากวันนั้นหวนคิดไปถึงคำ
คนแก่แถวบ้านผมบอกว่าลูกของ
แต่พอเขาอายุได้เจ็ดขวบ วัดข้างบ้านผมจัดงานประจำปี
พอถึงโรงพยาบาล ผมอุ้มลูกลงจากรถและก็วิ่งเ
ในที่สุดคุณหมอก็ออกมาบอกว่
เขากลับมาอยู่กันอีกครั้ง ผมและภรรยายิ่งให้ความรักแล
ลูกชายผมเกิด พ.ศ.2520 ตอนนี้ พ.ศ.2529 ลูกชายของผมก็จะมีอายุ 9 ขวบพอดี ปีนั้นลูกชาย อยากไปเที่ยวที่ไหน ผมและภรรยาไม่เคยขัดใจเขา ลูกอยากกินอะไร ภรรยาจะให้เขากินตลอด ในปีนั้นผมและภรรยาหยุดงานม
พอผมได้ยินว่ารีบไปกันเถอะหล
ผมพูดบอกท่านว่า “หลวงพ่อครับ ผมพาลูกชายมาให้หลวงพ่อเมตต
ผมก็พูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นผมขอให้ลูกชาย
หลวงพ่อดู่ของพวกเราสอนว่า “ใครจะใหญ่เกินกรรม” ท่าน ให้พวกเราทำแต่กรรมดี พี่ไม่ต้องกลัวลูกชายตายหรอ
เขาบอกว่าเวลาใดผ่านไปนานหล
ผู้เขียนพบกับเขาที่วัดสะแก
พุทธคุณและปาฏิหาริย์ของพระ
ข้อมูลจาก: นะโภคทรัพย์ เล่ม 7

ธรรมโอวาท ของหลวงปู่ดู่
".....เวลาเหลืออีกไม่มากแล ้ว ให้รีบพากันปฏิบัติ"
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เห นือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คือ กรรม"...
"คนดีน่ะ เขาไม่ตีใคร"
"ของดีอยู่ที่ตัวเราหมั่นทำ (ปฏิบัติ)เข้าไว้"
"ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต"
"อย่าลืมตัวตาย"
"ให้หมั่นพิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา"
"ที่แกปฏิบัติอยู่ให้รู้ไว้ ว่าไม่ใช่เพื่อข้า แต่เพื่อตัวแกเอง"
"ตราบใดก็ตามที่แกยังไม่เห็ นความดีในตัว ก็ไม่นับว่าแกรู้จักข้า
แต่ถ้าเมื่อใดที่เริ่มเห็นค วามดีในตัวเองแล้ว
เมื่อนั้น ข้าว่าแกรู้จักข้าดีขึ้นแล้ ว"
"บุญนั้นหมั่นทำไว้ปฏิบัติไ ว้ คนไหนที่เขาว่าทำได้ดีได้เห ็นอะไรก็ตาม
โมทนาไปเลยไม่มีเสียมีแต่ได ้ อย่าไปขัดเขา"
"หมั่นทำเข้าไว้...ให้หมั่น ดูจิต รักษาจิต
...ของดีอยู่ที่ตัวเรา ของไม่ดีก็อยู่ที่ตัวเรา"
"ปฏิบัติแล้ว โลภ โกรธ หลง แกลดน้อยลงหรือเปล่าล่ะ ถ้าลดลงข้าว่าแกใช้ได้"
"นั่งไปเถอะ สว่างก็ได้บุญ มืดก็ได้บุญ"
"โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม"
"ธรรมนั้น อยู่ฟากตาย"
"ผู้ปฏิบัติต้องหมั่นตามดูจ ิต รักษาจิต"
"ตัวตายน่ะ ตัวสำเร็จ"
"นิพพาน อยู่ฟากตาย"
"ถ้าไม่เอา(ปฏิบัติ) เป็นเถ้าเสียดีกว่า"
"เรื่องของคนอื่น เราไปแก้เขาไม่ได้ ที่แก้ได้คือตัวเรา แก้ข้างนอกเป็นเรื่องโลก แต่แก้ที่ตัวเรานี่เป็นเรื่ องธรรม"
"เชื่อไหมหละ ถ้าเราเชื่อจริง ทำจริง มันก็เป็นของจริง ของจริงมีอยู่ แต่เรามันไม่เชื่อจริง จึงไม่เห็นของจริง"
"ติดวัตถุมงคล ยังดีกว่าที่จะให้ไปติดวัตถ ุอัปมงคล"
"เอาของจริงดีกว่า พุทธังฯ ธัมมังฯ สังฆังฯ สรณัง คัจฉามิ นี่แหละของแท้"
"ของจริง ต้องหมั่นทำ"
"ถ้าแกเกลียดกิเลสเหมือนหมา เน่า หรือของบูดเน่าก็ดี ให้เกลียดให้ได้อย่างนั้น"
"ข้าไม่มีอะไรให้แก
(ธรรม)ที่สอนไปนั้นแหละ ให้รักษาเท่าชีวิต"
"แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก
แกไม่คิดถึงข้า ข้าก็ยังคิดถึงแก"
"หมั่นทำเข้าไว้ พระท่านคอยจะช่วยเราอยู่แล้ ว แล้วเราได้ช่วยเหลือตัวเองก ่อนหรือยัง"
"ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ยังเป็น เด็ก เป็นหนุ่ม เป็นสาวนี่แหละดี เพราะเมื่อแก่เฒ่าไปแล้ว จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย หากจะรอไว้ให้แก่เสียก่อน แล้วจึงค่อยปฏิบัติ ก็เหมือนคนที่คิดจะหัดว่ายน ้ำเอาตอนที่แพใกล้จะแตก มันจะไม่ทันการณ์"
"ถ้ามันไม่ดีหรือไม่ได้พบคว ามจริงก็ให้มันตาย ถ้ามันไม่ตายก็ให้มันดี หรือได้พบกับความจริง"
"แกจะรู้เหรอว่า แกจะตายเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าแกเดินออกไปจากกุฏ ิข้าแล้ว อาจถูกงูกัดตายเสียกลางทางก ่อนไปจับปลา จับกุ้ง ก็ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อตอนนี้แกยั งไม่ได้ทำบาปกรรมอะไร ยังไง ๆ ก็ให้มีศีลไว้ก่อน ถึงจะมีศีลขาดก็ยังดีกว่าไม ่มีศีล"
"ครูอาจารย์ดี ๆ แม้จะมีอยู่มาก แต่สำคัญที่ตัวแกต้องปฏิบัต ิให้จริง สอนตัวเองให้มากนั่นแหละจึง จะดี"
"คนเราทุกวันนี้ โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม เรามัวพากันยุ่งอยู่กับโลกจ นเหมือนลิงติดตัง เรื่องของโลก เรื่องเละ ๆ เรื่องไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้จะต้องแ ก้ไขที่ตัวเราเอง ตนของตนเตือนด้วยตนเอง"
"ขยันก็ให้ทำ ขี้เกียจก็ให้ทำ ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต ้องทำ วันไหนเลิกกินข้าวแล้ว นั่นแหละ จึงค่อยเลิกทำ"
"ภาวนาได้เห็นแสงสว่างเท่าป ลายหัวไม้ขีด ชั่วประเดี๋ยวเดียว เท่าช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น ยังมีอานิสงส์มากกว่าตัดบาต รจนขันลงหินทะลุ"
"หมั่นทำเข้าไว้ หมั่นทำเข้าไว้ ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งภายหน ้า"
นะโมโพธิสัตโต พรหมปัญโญ
นะโมโพธิสัตโต พรหมปัญโญ
นะโมโพธิสัตโต พรหมปัญโญ

".....เวลาเหลืออีกไม่มากแล
"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เห
"คนดีน่ะ เขาไม่ตีใคร"
"ของดีอยู่ที่ตัวเราหมั่นทำ
"ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต"
"อย่าลืมตัวตาย"
"ให้หมั่นพิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา"
"ที่แกปฏิบัติอยู่ให้รู้ไว้
"ตราบใดก็ตามที่แกยังไม่เห็
แต่ถ้าเมื่อใดที่เริ่มเห็นค
เมื่อนั้น ข้าว่าแกรู้จักข้าดีขึ้นแล้
"บุญนั้นหมั่นทำไว้ปฏิบัติไ
โมทนาไปเลยไม่มีเสียมีแต่ได
"หมั่นทำเข้าไว้...ให้หมั่น
...ของดีอยู่ที่ตัวเรา ของไม่ดีก็อยู่ที่ตัวเรา"
"ปฏิบัติแล้ว โลภ โกรธ หลง แกลดน้อยลงหรือเปล่าล่ะ ถ้าลดลงข้าว่าแกใช้ได้"
"นั่งไปเถอะ สว่างก็ได้บุญ มืดก็ได้บุญ"
"โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม"
"ธรรมนั้น อยู่ฟากตาย"
"ผู้ปฏิบัติต้องหมั่นตามดูจ
"ตัวตายน่ะ ตัวสำเร็จ"
"นิพพาน อยู่ฟากตาย"
"ถ้าไม่เอา(ปฏิบัติ) เป็นเถ้าเสียดีกว่า"
"เรื่องของคนอื่น เราไปแก้เขาไม่ได้ ที่แก้ได้คือตัวเรา แก้ข้างนอกเป็นเรื่องโลก แต่แก้ที่ตัวเรานี่เป็นเรื่
"เชื่อไหมหละ ถ้าเราเชื่อจริง ทำจริง มันก็เป็นของจริง ของจริงมีอยู่ แต่เรามันไม่เชื่อจริง จึงไม่เห็นของจริง"
"ติดวัตถุมงคล ยังดีกว่าที่จะให้ไปติดวัตถ
"เอาของจริงดีกว่า พุทธังฯ ธัมมังฯ สังฆังฯ สรณัง คัจฉามิ นี่แหละของแท้"
"ของจริง ต้องหมั่นทำ"
"ถ้าแกเกลียดกิเลสเหมือนหมา
"ข้าไม่มีอะไรให้แก
(ธรรม)ที่สอนไปนั้นแหละ ให้รักษาเท่าชีวิต"
"แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก
แกไม่คิดถึงข้า ข้าก็ยังคิดถึงแก"
"หมั่นทำเข้าไว้ พระท่านคอยจะช่วยเราอยู่แล้
"ปฏิบัติธรรมตั้งแต่ยังเป็น
"ถ้ามันไม่ดีหรือไม่ได้พบคว
"แกจะรู้เหรอว่า แกจะตายเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าแกเดินออกไปจากกุฏ
"ครูอาจารย์ดี ๆ แม้จะมีอยู่มาก แต่สำคัญที่ตัวแกต้องปฏิบัต
"คนเราทุกวันนี้ โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม เรามัวพากันยุ่งอยู่กับโลกจ
"ขยันก็ให้ทำ ขี้เกียจก็ให้ทำ ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต
"ภาวนาได้เห็นแสงสว่างเท่าป
"หมั่นทำเข้าไว้ หมั่นทำเข้าไว้ ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งภายหน
นะโมโพธิสัตโต พรหมปัญโญ
นะโมโพธิสัตโต พรหมปัญโญ
นะโมโพธิสัตโต พรหมปัญโญ
























