GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL

GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL
LONG LIVE THE KING BHUMIBHOL

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ความลับทักษิณถูกเปิดเผยแล้ว/We love Thai Soldier



ความลับทักษิณถูกเปิดเผยแล้ว
งามหน้าละทีนี้!!!
เคยมีข่าวมานาน แต่ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยัน!!!
คราวนี้ไม่ต้องสืบแล้ว เพราะต่างประเทศลงข่าวว่า
บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม ที่ทำธุรกิจด้านพลังงานของรัฐอาบูดาบี ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้ออกคำแถลงผ่านสื่อต่างประเทศว่าพวกเขาได้รับสัมปทานเข้าไปพัฒนาแหล่งพลังงานในอ่าวไทย ที่เรียกว่า “แหล่งนงเยาว์” โดยจะเริ่มดำเนินการพัฒนา ในเชิงพาณิชย์ภายในปีหน้า (2558) เป็นต้นไป รายงานข่าวดังกล่าวเผยแพร่โดยสำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อสองสามวันก่อน ที่อ้างคำแถลงอย่างเป็นทางการจากบริษัท ดังกล่าวที่มี คัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค เป็นซีอีโอ เปิดเผยเรื่องนี้ให้ทราบ โดย เขายังควบตำแหน่งประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร ของสโมสรฟุตบอล “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ในศึกพรีเมียร์ลีกในอังกฤษ ที่ซื้อกิจการต่อมาจาก ทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ ตามรายงานข่าวดังกล่าว ระบุว่า บริษัท มูบาดาลาฯ จะได้รับประโยชน์จากสัญญาสัมปทานพลัง งานแปลง “นงเยาว์”ในอ่าวไทย ในสัดส่วนราวร้อยละ 75 และมีบริษัทพลังงาน ในชื่อ คริส เอ็นเนอร์จี จากสิงคโปร์ ที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ได้รับส่วนแบ่งที่เหลืออีกร้อย ละ 25 ที่น่าสนใจก็คือ แหล่งน้ำมันแห่งนี้ มีศักยภาพในการผลิต น้ำมันรองรับได้ถึงวันละ 15,000 บาร์เรล นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทพลังงาน ของรัฐอาบูดาบี ดังกล่าว ยังมีการจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทยในชื่อ “เพิร์ล ออยส์ (ประเทศไทย) จำกัด” มีสำนักงานอยู่ที่ “ตึกชินวัตร 3” โดย บริษัทเพิร์ลออยส์ฯ ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านธุรกิจพลังงานกับ ทักษิณ ชินวัตร ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในด้านการทำธุรกิจด้านพลังงานในอ่าวไทย ทั้งที่อยู่ในเขตไทย และในเขตที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างสิทธิ โดยมีการดึงเอาบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือ ปตท.สผ.เข้ามาเป็นหุ้นส่วนมาก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 นายสรรเสริญ สมะลาภา อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ที่ยกทรัพยากรธรรมชาติของชาติ ไปให้ ทักษิณ ชินวัตร ไปขายให้กับต่างชาติ สอดคล้องกัน กับคำให้สัมภาษณ์ของ ปลัดกระทรวงพลังงาน ณอคุณ สิทธิพงศ์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นกรรมการปิโตรเลียม เปิดเผยว่าคณะกรรมการปิโตรเลียมได้เปิดพื้นที่ ผลิตปิโตรเลียมใน แหล่งนงเยาว์ ตามข้อเสนอของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมีบริษัท เพิร์ลออยส์ฯ เข้าไปพัฒนา อยู่ในแปลงสำรวจ จี11/48 ในอ่าวไทย เมื่อเชื่อมโยง คำแถลงล่าสุดของบริษัท คัลดูน คาลิฟาฯ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และตัวซีอีโอที่ออกมายอมรับการเข้าทำธุรกิจพลังงาน ในอ่าวไทย โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป และการเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ที่มาที่ไปกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ลงนามสั่งการ รวมไปถึงบรรดารัฐมนตรี “ขี้ข้า” ที่พร้อม “รับงาน” ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน ทั้งคนก่อน คนปัจจุบันอย่าง พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ความเคลื่อนไหวที่เห็น แม้ไม่ต้องอธิบาย ก็สามารถหลับตานึกภาพเห็นได้ชัดเจนกันอยู่แล้ว ว่านี่คือ รายการ “สมคบกันฮุบ ทรัพยากรของชาติ” ไปเป็นของส่วนตัว โดยใช้อำนาจรัฐ ใช้รัฐบาลที่มีน้องสาวตัวเอง และบรรดารัฐมนตรี “ขี้ข้า” ทั้งหลายช่วยอำนวยความสะดวก ทุกอย่างเป็น“จิ๊กซอว์” ที่ต่อเชื่อมเห็นภาพได้ อย่างชัดเจน และที่ผ่านมาแม้ว่า จะมีการรับรู้ และคาดการณ์กันอยู่ล่วงหน้าในทำนองว่า “กูว่าแล้ว” อะไรประมาณนั้นแหละ เพียงแต่ว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน มีแต่การปะติดปะต่อ คาดเดาจากความเคลื่อนไหวและการเดินสายไปเจรจากับ ต่างประเทศที่มีพิรุธ และสื่อต่างประเทศก็เคยมีการรายงาน ตั้งข้อสงสัย ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ไล่หลังการเดินทางของ ทั้งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ทักษิณ ชินวัตร อยู่เสมอในเรื่องของ ผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจพลังงานทั้งในอ่าวไทย พม่า เป็นต้น รวมทั้งเวลานั้นกระแสต่อต้านรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณ ยังไม่มีแรงพอ ทำให้สังคมเกิดความรู้สึกร่วมได้มากเหมือนในตอนนี้ ดังนั้นการยอมรับและ การแถลงอย่างเป็นทางการ ของบริษัทพลังงานที่เข้ามารับสัมปทานขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ ทักษิณ ชินวัตร คราวนี้มันจึงไม่ต่างจาก “ใบเสร็จ” ชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าคนใน ครอบครัวนี้กำลัง “ฮุบทรัพยากรของชาติ” ไปเป็นของส่วนตัว อย่างหน้าไม่อาย และนี่แหละคือ “ทุนสามานย์ข้ามชาติ” ที่คนอย่างเขาทำตัวทั้งเป็น “นายหน้า” และร่วมหุ้นแบบที่ไม่ต้องลงทุน ขณะเดียวกันกรณีนี้ยังเป็นตัวอย่างและเป็นอีกคำตอบว่า ทำไมการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทรราชย์ ของ “มวลมหาประชาชน” ในไทยจึงได้รับการบิดเบือน และโจมตีจากมหาอำนาจตะวันตก ก็เพราะมีผลประโยชน์ ทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นแหละ ยิ่งเห็นภาพชัดแบบนี้ ก็ต้องถึงเวลาที่รวมพลังกัน ขับไล่พวกทรราชย์ไปทั้งโคตร!! แชร์แฉเรื่องจริงเรื่องนี้ ไปให้เยอะๆ เพราะสื่อหลัก มันไม่ทำข่าวพวกนี้ให้ ปชช.ทั่วไปรู้ ยิ่งคนรู้มากยิ่งช่วย ประเทศได้มาก อ่านแล้ว ช่วยส่งต่อให้มากที่สุดด้วย



Thai Soldiers are enormously popular in Bangkok

It is clear that millions of people are happy about the coup d'etat. It is also clear that much of the generosity towards Soldiers is genuine and spontaneous, but other times it seems staged as if out of Hollywood. The Army is so popular that it does not need to stage anything, but it seems to at times, such as on two occasions that I witnessed today. Psyops.

But the real Hollywood act so far is coming from the anti-coup demonstrators. There were at least three minor violent dramas today from the protestor side. There were huge numbers of journalists, who went into photo-frenzy around the dramas. What you could see from being there, but what likely will not translate in the thousands of photos that journalists must have made -- is that all three ladies who were starting fights, were stark raving mad. Completely crazy. The crazy ladies may not even have been involved in the protests -- I am unsure. Perhaps they only got swept up in the drama around them, and spun out of control.

But again, despite some obvious psyop, the people are on whole very happy to see Soldiers on the streets.


 ผบ.ทบ ลั่นทุบโต๊ะ ไม่ยอมให้ ประชาชนชาวไทย ใช้น้ำมันแพงอีกต่อไป
ประกาศลั่น ! สะเทือนปฐพี ให้ปลด บอร์ด ปตท. ทั้งหมด เพื่อ นำพลังงานคืนชาติ คืนประชาชน
 

สหรัฐฯกลัวไทยปฏิรูปพลังงานมากที่สุด ถึงออกมาเต้น

- ป๋าเปรมเคยกล่าวในปี 2524 ว่า "เมืองไทยจะโชติช่วงชัชวาล" เพราะเจอก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่แหล่งเอราวัณ และเจอน้ำมันดิบที่แหล่งลานกระบือในปีเดียวกัน

- 30 ปีผ่านไป หลังตั้งกระทรวงพลังงาน ข้าราชการและนักการเมืองบางคนกลับพูดว่า "เมืองไทยไม่มีน้ำมัน!!!" ...

- แต่เมื่อประชาชนตื่นรู้และเห็นแท่นขุดเจาะโผล่ขึ้นมาในชุมชน เขาก็บอกพวกเราว่า "ถึงมี ก็มีน้อย ไม่พอใช้!!!"

- ประชาชนก็ถามต่อว่า "มีน้อยไม่พอใช้ ทำไมมีการส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศไทยไปไกลถึงอเมริกา จีน เกาหลี และสิงคโปร์ทุกปีล่ะ"

- ข้าราชการก็ตอบว่า "น้ำมันดิบไทยไม่ดี จึงส่งออก และส่งออกนิดเดียวเอง"

- ประชาชนก็ถามต่อว่า "ถ้าไม่ดีอเมริกาคงไม่ซื้อ เพราะเขามีมาตรฐานสูง และถึงปริมาณไม่มากก็ไม่ควรส่งออก เพราะคนไทยยังมีพลังงานไม่พอใช้เลย"

- ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจพลังงานก็ขอตอบบ้างว่า "น้ำมันดิบไทยดีเกินไป ไม่เหมาะกับเมืองไทย"

- ประชาชนก็ถามต่อว่า "คำว่าดีเกินไปแปลว่าอะไร คนไทยไม่มีสิทธิจะใช้ของดีหรือ???"

- ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจพลังงานก็ตอบว่า "โรงกลั่นไทย(ที่เขาถือหุ้นใหญ่) กลั่นน้ำมันดิบไทยไม่ได้"

-ประชาชนจึงถามต่อ "ถ้าโรงกลั่นไทยกลั่นไม่ได้ แล้วให้สัมปทานขุดน้ำมันในเมืองไทยทำไม???"

- ข้าราชการก็ตอบขึ้นมาทันทีว่า "ก็พลังงานเราไม่พอใช้!!!"

- ประชาชนก็ถามต่อว่า "มีน้อยไม่พอใช้ ทำไมมีการส่งออกน้ำมันดิบจากประเทศไทยไปไกลถึงอเมริกา จีน เกาหลี และสิงคโปร์ทุกปี" (ถามซ้ำอีกรอบ)

- ข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจพลังงานไทย "............" (เงิบ)

จากบางช่วงบางตอนของการดีเบตวงเล็กที่ห้องประชุมกระทรวงพลังงาน(ช่วงต้นปี 2556) ระหว่างภาคประชาชนกับกลุ่มทุนพลังงานไทย

นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าราชการและนักการเมืองสายพลังงานจึงไม่อยากขึ้นเวทีดีเบตกับภาคประชาชน

ปล.สัมปทานไทยจำนวนไม่น้อยที่ผู้รับสัมปทานนำไปเร่ขายต่อๆกัน หลังได้รับสัมปทานเพียงไม่นาน จึงไม่ต่างกับการเก็งกำไรในทรัพยากรของคนไทย แล้วคนไทยได้อะไรจากการเก็งกำไรสัมปทานไทยของต่างชาติ
 
 

 

By Paisal Puechmongkol
ทำดีคนช่วยมาก
ทนายสหรัฐวอนทูตสหรัฐแคร์รี่อย่ายุ่งเรื่องไทย

ทนายความของบริษัทชื่อดังในสหรัฐชี้รัฐประหารเป็นประโยชน์ต่อคนไทยเชื่อกองทัพจะคืนอำนาจให้เมื่อถึงเวลา

โจเซฟ ครีทซ์ ที่ปรึกษาทางกฎหมายจาก “ครีทซ์ แอนด์ เซเรบิน” บริษัทกฎหมายชื่อดังแห่ง ซานฟรานซิสโก ได้ส่งจดหมายถึง จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ในฐานะของพลเมืองสหรัฐผู้มีสิทธิในการเลือกตั้ง และมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวและเศรษฐกิจกับประเทศไทยอย่างเหนียวแน่น ขอเรียกร้องให้ แคร์รีหยุดแทรกแซงกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทย

ครีทซ์ ได้อ้างกฎหมายของสหรัฐ มาตรา 22 USC 8422(b)(iii) ที่ระบุถึงการระงับความช่วยเหลือทางการทหารแก่ประเทศที่ทหารโค่นล้มอำนาจ รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ครีทซ์ แสดงทัศนะว่า กฎหมายดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในไทยเพราะรัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้งของไทยได้ถูกปลดออกไปแล้วก่อนหน้าที่จะเกิดการรัฐประหาร

ที่ปรึกษาทางกฎหมายผู้นี้ยังแสดงทัศนะว่า การทำรัฐประหารจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทย ทั้งคนจนและคนรวย คนเมืองและคนชนบท และย้ำว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนเลวร้าย หากสหรัฐยังคงสนับสนุนทักษิณต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งประเทศได้

“เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว รวมถึงพรรคเพื่อไทย ขาดการสนับสนุนจากคนไทยแล้ว สหรัฐควรตระหนักว่า ทักษิณ เป็นขโมย นักการเมืองที่เห็นแก่ได้ ซื้อเสียง ฆาตกร และเป็นผู้มีอิทธิพลที่ใจแคบ นี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงและหากทางสหรัฐยังคงเข้าข้างกลุ่มที่สนับสนุนอดีต นายกรัฐมนตรี ทักษิณ จะเป็นการทำให้คนไทยซึ่งนิยมชมชอบสหรัฐ อาจหันมาต่อต้านและเกลียดชังแทน” ครีทซ์ ระบุในจดหมาย พร้อมย้ำว่า การกระทำของแคร์รีครั้งนี้จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสหรัฐ

จดหมายระบุต่อไว้ว่าสหรัฐต้องไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในออกประเทศไทย และเชื่อว่าในท้ายที่สุด กองทัพจะคืนอำนาจให้กับประชาชนเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

“แคร์รี และ คริสตีย์ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย จะต้องหยุดการวิจารณ์การเมืองไทย และปล่อยให้ประเทศไทยจัดการกับปัญหาของตนเอง นอกจากนี้ ไม่ว่าสหรัฐจะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วกองทัพไทยจะคืนอำนาจให้กับพลเรือนเอง แต่ต้องรอให้ถึงสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน ไม่ใช่การบงการจากสหรัฐ”

คำต่อตำ: คลิปชัดๆ ตัวเป็นๆ "ทูตมะกัน" สุดจุ้น ลั่นฐานะมิตรประเทศ ขอให้ไทยกลับไปสู่รัฐบาลพลเรือนทันที-เลือกตั้ง ลั่นห่วงชาวมะกันในไทย พร้อมทบทวนความช่วยเหลือระหว่างกัน

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Move Kristie Kenney/ปฎิรูปประเทศไทย







นี่คือคำร้องบนเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2557 โดยทีมข่าว ASTVผู้จัดการ Live ขออนุญาตแปลมาให้อ่านเป็นภาษาไทยในบรรทัดด้านล่างนี้
ถูกมองเป็นทูตเลือกข้าง (ระบอบทักษิณ) มาโดยตลอด สำหรับ คริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ล่าสุดมีผู้มาตั้งกระทู้ล่ารายชื่อในเพจรับร้องเรียนของทำเนียบขาว www.petitions.whitehouse.gov ขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปลด 'คริสตี เคนนีย์' ออกจากการเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยโดยด่วน เพราะเหลืออดเต็มทีกับพฤติกรรมของทูตสาวคนนี้

        ดูเหมือนว่าชาวไทย หรือแม้แต่เพื่อนร่วมชาติชักจะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของทูตมะกันประจำประเทศไทยคนนี้มากขึ้นทุกที ล่าสุดมีการยื่นคำร้องต่อทำเนียบขาวให้เรียกเอกอัครราชทูต "คริสตี" กลับคืนไปจากประเทศไทยด้วยการชวนกันลงชื่อให้ครบแสน ผ่านการตั้งคำร้องบนเว็บไซต์ WhiteHouse.gov ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสำนักของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในหลายๆ เรื่อง

หลังจากมีคำร้องในเพจรับร้องเรียนดังกล่าว ล่าสุด (26 พ.ค.2557) มีผู้มาร่วมลงทะเบียนแล้วกว่า 150 ชื่อ ถ้ามีผู้มาร่วมลงทะเบียนครบ 100,000 ชื่อ หวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะรับพิจารณาคำร้องดังกล่าวเช่นเดียวกับกรณีนักร้องหนุ่มฉาวจากแคนาดา จัสติน บีเบอร์ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ รับพิจารณาคำร้องขอให้มีการเนรเทศ "จัสติน บีเบอร์" พร้อมกับยึดกรีนการ์ดคืน หลังจากที่ชาวอเมริกันสามารถล่ารายชื่อได้เกิน 100,000 ชื่อ (145,000 ชื่อ)

        ต่อกรณี จัสติน บีเบอร์ นั้น แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะรับพิจารณาแล้วก็ตาม แต่ถึงตอนนี้ยังไม่เห็นทีท่าว่าจะเนรเทศนักร้องหนุ่มสุดฉาวกลับแคนาดาบ้านเกิดได้จริง ดังนั้นในกรณีของทูตมะกันคนนี้ หลายคนได้แต่หวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ควรจะออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็ตักเตือนให้เจ้าตัวได้รู้ว่า สังคมไทย รวมไปถึงชาวมะกันด้วยกันเอง เอือมระอากับพฤติกรรมของเธอจนทนไม่ไหวกันแล้ว

        เห็นได้จากเพื่อนร่วมชาติอย่าง ไมเคิล ยอน นักเขียน และช่างภาพชาวอเมริกัน ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาแสดงความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของเขาโดยโพสต์รูปภาพของคริสตี และระบุข้อความว่า "Go Home กลับบ้านไป" และ "Please send a real Ambassador to Thailand. This is important. กรุณาส่งเอกอัครราชทูตจริงมาประเทศไทย นี่เป็นเรื่องสำคัญ" ทั้งนี้ ไมเคิล ยอนได้เคยเปิดใจสัมภาษณ์และกล่าวถึงคริสตี เคนนีย์ ว่า การพูดเข้าข้างรัฐบาลของท่านทูตอาจไม่เป็นผลดีต่ออเมริกันชนที่อยู่ในประเทศไทยสักเท่าไหร่นัก

        "ตอนนี้มีสองเรื่องที่ผมกังวล คือ เมืองไทยกำลังแตกเป็นสองส่วน และห่วงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากท่านทูตของอเมริกาประจำประเทศไทย คือ "คริสตี เคนนีย์" เห็นชัดเจนว่าเวลาที่เธอออกมาพูด มักจะดูเข้าข้างคุณทักษิณ ผมคิดว่าท่านไม่ควรออกมาพูดอะไรในฐานะทูต คนอเมริกันไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ดังนั้นเวลาที่ท่านทูตพูดอะไรเกี่ยวกับเมืองไทย ซึ่งดูไม่เป็นมิตรกับผู้ชุมนุม และเข้าข้างรัฐบาล อาจจะทำให้ชาวอเมริกันเชื่อได้ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมพอจะทำได้คือ ช่วยทำให้เกิดความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย คือ ระหว่างคนไทยและชาวอเมริกัน"


ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 ไมเคิล ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่ สหรัฐฯขู่ว่าจะตัดงบประมาณความช่วยเหลือที่ให้แก่ประเทศไทย 10 ล้านเหรียญ โดยบอกว่า เป็นการแสดงออกอย่างโง่เขลาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทำการขู่ประเทศไทย ก่อนจะโยงไปถึง คริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ที่เขาบอกว่า น่าจะไร้สติปัญญามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกใบนี้

        "...เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ คริสตี เคนนีย์ ได้เป็นฝ่ายที่ทำให้เกิดความห่างเหินของคนไทยที่ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นมิตรด้วยจำนวนหลายล้านคน เธอทำให้พวกเรา (ชาวอเมริกัน) กลายเป็นตัวตลก จาก ทวิตเตอร์ประจำวันของเธอ วิดีโอหน่อมแน้ม เซลฟี่ และใช้คำหรูหราฟุ่มเฟือย เพื่อที่จะอธิบายว่าเธอตื่นสายอย่างไร

        เพื่อนฝูงที่ได้ติดตามการทำงานของผมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว รู้ว่าการกล่าวอ้างจากต่างแดนของผมในวันนี้ สุดท้ายความจริงอีกไม่กี่ปีที่ข้างหน้า กรุณาอย่าให้ความว่าหมายว่านี่เป็นการขี้แนะ แต่ นี่คือคำเตือน : กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา -- การใช้เอกอัครราชทูตเคนนีย์ ซึ่งต้องทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงาน -- สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความสัมพันธ์กับประเทศไทย คุณอาจจะยังมองไม่เห็น แต่ผมเห็น ผมติดต่อทำงานร่วมกันกับบุคคลสำคัญในประเทศนี้ และใช้เวลาทุกวันกับผู้คนธรรมดาทั่วไป พวกเขาโกรธ และพวกเขาก็มีสิทธิที่จะโกรธ...

        มาถึงตอนนี้ จำไว้ด้วยว่าเมื่อเพียงแค่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ว่า มันไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหาร ในเวลาไม่ถึง 48 ชม. รัฐประหารก็เกิดขึ้น เมื่อวานนี้

        CIA ของเราไม่รู้เรื่อง กระทรวงการต่างประเทศของเราไม่รู้เรื่องเอกอัครราชทูตของเราอยู่ข้างเดียวกับระบอบของอาชญากร และทำตัวน่ารักเหมือนช้างหรรษาที่ได้การทาบทามจากฮอลลีวู้ด

        อย่าเพิ่งเชื่อในคำพูดของผม เข้าไปเสริชหาทวิตเตอร์ของ "Kristie Kenny" อินสตาแกรมของ Kristie Kenny แล้วไปที่ youtube และ เว็ป ค้นหา US Embassy Thailand video คุณจะตกใจว่าเธอทำให้ภาพพจน์ของเรา (อเมริกัน) เป็นอย่างไร และการวางตัวของรัฐบาลสหรัฐฯเป็นเช่นไร

        ใช่ 10 ล้านเหรียญ นี่มันแค่ขนข้างหลังช้างร่วงหนึ่งเส้น แต่มันทำให้ช้างโกรธเวลาที่เราตี"

        นอกจากนี้ บรรณาธิการโต๊ะข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ก็ยังได้เคยโพสต์เฟซบุ๊กถึงพฤติกรรม และวีรกรรมของทูตมะกันนางนี้ไว้ด้วย

        "นับวันแกนนำการประท้วงเรียกร้องการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งที่ราชดำเนินก็เริ่มเหลืออดกับพฤติกรรมของนางคริสตี เคนนีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำไทยมากขึ้นทุกที ถึงขนาดแกนนำ คปท. เตือนว่าถ้าสหรัฐฯ ยังเลือกปฏิบัติวิจารณ์การชุมนุมในไทยอย่างผิดๆ ก็อาจจะยกขบวนไปประท้วงที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางคริสตีถูกประท้วงว่าชอบยื่นจมูกไปจุ้นเรื่องคนอื่น ระหว่างที่เป็นทูตสหรัฐประจำฟิลิปปินส์เธอก็เคยถูกชาวฟิลิปปินส์ประท้วงและรวมหัวขับไล่มาแล้ว สื่อบางสื่อก็เคยเตือนเธอเป็นนัยๆว่ามีพฤติกรรมเป็นนกสองหัว หรือหน้าไหว้หลังหลอก

        เบื้องหน้าทำตัวเป็นคนสนุกสนานและคบคนง่าย แต่เบื้องหลังนั้นทำให้ชาวฟิลิปปินส์หลายคนแทบจะเส้นเลือดในสมองแตกมาแล้ว ในเว็บไซต์จอมแฉวิกิลีกส์ก็เคยแฉว่าเธอเคยวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีคอรี อาคีโน ที่ชาวฟิลิปปินส์ยกย่องว่าเป็นต้นแบบในเรื่องประชาธิปไตยว่าเป็นแค่ต้นแบบเรื่องจริยธรรมบางส่วนเท่านั้น หนำซ้ำ ยังอ่านเกมการเมืองในฟิลิปปินส์ไม่แตกเพราะอคติและการเลือกปฏิบัติ ทำให้ภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ยิ่งมีแต่ตกต่ำลงจนท้ายที่สุดเธอก็ถูกเรียกตัวกลับก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นทูตประจำประเทศไทย"
 
        สำหรับทูตท่านนี้ เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในความไม่เป็นกลาง หลังเมื่อปี 2554 คริสตี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า สหรัฐฯ กังวลใจต่อการตัดสินคดีของนายโจ กอร์ดอน ชายไทย-อเมริกันที่ถูกตัดสินจำคุกในคดีหมิ่นฯ ซึ่งทางการสหรัฐฯ ยืนยันว่า ให้ความเคารพต่อสถาบันกษัตริย์ของไทยอย่างสูงสุด แต่รู้สึกเป็นกังวลต่อการตัดสินที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

        หลังจากนั้น คนไทยหลายคนจึงมองว่าเธอเป็นทูตเลือกข้างระบอบทักษิณ และเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศของไทย ทั้งนี้ รอยบาดหมางในวันนั้นยังส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน อย่างเหตุการณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว ผู้ชุมนุมกลุ่ม คปท. ได้ไปชุมนุมและปักธงชาติหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย พร้อมกับบอกให้สหรัฐฯ เปลี่ยนตัวเอกอัครราชทูต เนื่องจากเห็นว่า เอกอัครราชทูตคนปัจจุบันไม่เป็นกลาง รวมถึงกรณีที่รัฐบาลไทยได้แอบไปทำข้อตกลงตั้งฐานทัพเรือกับสหรัฐฯ นั้น คปท.ยืนยันจะคัดค้านจนถึงที่สุดและหากยังเดินหน้าต่อจะรณรงค์ให้คนไทยขับไล่ออกนอกประเทศ

        อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวยืนยันครั้งชุมนุมเมื่อตอนต้นปีว่า สหรัฐฯ ไม่แทรกแซงการเมืองไทย แค่เพียงเตือนพลเมืองของอเมริกันให้อยู่ห่างจากพื้นที่การชุมนุมตามจุดต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย พร้อมระบุด้วยว่า ประเทศไทยจะต้องแก้ปัญหาด้วยคนไทย และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง

       กระทั่งล่าสุดมีการยื่นคำร้องต่อทำเนียบขาวให้เรียกเอกอัครราชทูต "คริสตี" กลับคืนไปจากประเทศไทยด้วยการชวนกันลงชื่อให้ครบแสน เพราะเหลืออดเต็มที่กับพฤติกรรมของเธอ ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีท่าทีอย่างไรต่อการล่าชื่อเพื่อปลดทูตมะกันให้พ้นไทย น่าติดตาม..


       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Live







Michael Yon
Now : people offering flowers and gifts to Soldiers for making the coup d'etat. At the 1st Division, The Kings Guard.




I'm not here to fight. I'm here to fix.
But I will do anything (in order to fix).

ผมไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ ผมมาเพื่อแก้ไข
แต่ผมจะทำทุกอย่าง (เพื่อที่จะแก้ไข)...

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
๒๖ พฤาภาคม ๒๕๕๗




Paisal Puechmongkol

สัญญาณดีๆตามมาเรื่อยๆ
๑  ในวันปฏิวัติรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพม่าอยู่ในประเทศไทย และอยู่ในงานเลี้ยงรับรองของสมาคมที่ผมเป็นเลขาธิการ ท่านทราบเรื่องดีมาก รุ่งขึ้นกลับพม่า วันนี้รัฐบาลพม่าแถลงว่าเคารพการตัดสินใจของประเทศไทย พม่าเป็นมิตรที่ดีของไทยจะไม่ก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของไทย คาดว่าท่าทีมิตรประเทศอาเซี่ยนจะชัดเจนทั้งหมดในเร็วนี้
๒  เพื่อนจีนจากหน่วยงานสำคัญยืนยันกับเพื่อนไทยว่า "ขอให้วางใจในสติปัญญาและการตัดสินใจของท่านสี" หมายถึงท่านประธานาธิบดีสีสิ้นผิง และเมื่อใดที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งนั้งนายกแล้ว รัฐบาลจีนจะออกแถลงการณ์สำคัญ
๓  นี่ก็ยิ่งชัดแจ๋ว แหล่งข่าวจากทางรัสเซียระบุว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีปูตินจะมีแถลงการณ์สำคัญ
๔  ยังมีการปล่อยข่าวประปรายว่าทักษิณจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่เขมร แต่ไร้ผลสิ้นเชิง เพราะคนทั้งหลายรู้ปั็บเลยว่าโกหก เนื่องจากรับทราบข้อมูลต่อเนื่องมาแล้วว่าทักษินกับฮุนเซ็นเป็นอย่างไรในตอนนี้
๕  มีรายงานข่าวว่านักการเมืองไทยบางคนที่เดินทางไปประเทศลาวกำลังว้าวุ่นและสองจิตสองใจว่าจะกลับมามอบตัวหรือว่าจะเดินทางไปประเทศอื่น ก็เพราะลาวเขาไม่เอาด้วยนะซี
 
By Sermsuk Kasitipradit
 
>>>>> เตือนใจทหารพระราชา <<<<<

กระบี่ได้พระราชทาน
เพื่อประหารทรราชย์ให้ดับสูญ
ใช้ปกป้องประเทศชาติให้จำรูญ ...
ใช้เทิดทูนพิทักษ์กษัตรา
ขอใช้คมกระบี่พิทักษ์ราชย์
ทรราชย์อย่าคิดชีวิตอยู่
จะฟาดฟันฝ่าให้น่าดู
เพื่อเชิดชูวีรชนคนเจริญ
แม้วันใดคิดคดทรยศ
ขอจงอย่างดเว้นแต่แม้ตัวข้า
ขอกระบี่จงย้อนกลับทิ่มกายา
ของตัวข้าจนสิ้นดับลับโลกไป
อันกระบี่นี้ศักดิ์สิทธิ์
ทรงมหิทธิ์ฤทธิผลาญ
มลายล้วนมวลหมู่มาร
พิฆาตเข่นทรชน
ปกปักรักษ์ประชา
ป้องผู้กล้ากอร์ปกุศล
ผู้ถือคือศักดิ์ตน
เป็นไพร่พลองค์ราชันย์

>>>>>> บทกลอนของ <<<<<<>>> พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

คลิปเพลง "นาวารัฐบุรุษ" เชิดชูบิ๊กตู่ โดย แอ๊ด คาราบาว/ฝรั่งวิพากษ์การเมืองไทย



"แอ๊ด คาราบาว" ปล่อยเพลง "เพลงนาวารัฐบุรุษ" ลงยูทูป เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.57) พร้อมทั้งเขียนข้อความบรรยายไว้ "เชิดชู บิ๊กตู่"





มุกดา ปรีชา's photo.

การเมืองไทยเขียนโดยฝรั่ง อ่านดิ
"จริงของมัน !!"  โดนไปถึงกระดองใจ!!!!!!!ช่วยกันอ่าน แล้วแชร์ แล้วพิจารณาตัวเอง  เป็นอีกหนึ่งมุมมอง ครับ!

การเมืองแบบไทยๆ
โดย Thomas tarn เก็บมาจาก เฟซบุ๊ค

ถ้าเราล้มระบอบทักษิณได้แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ?
ระบอบทักษิณคืออะไร?  ถ้าตระกูลชินวัตรตายหมดไปจากโลก ประเทศไทยจะดีขึ้นจริงหรือ?
ทุกคนทุกฝ่าย นักวิชาการ ทนายผู้เชี่ยวชาญสารพัด ช่วยคิด หาเหตุ หาผล ก็ยังหาทางลงไม่ได้!!!
เพราะระบอบที่ทำให้บ้านเมืองฉิบหายอยู่ทุกวันนี้?  มันคือระบอบที่มีมาก่อนทักษิณ   แมร่งจะเกิดอีก ขอเรียกว่าระบอบไทยๆ ..ระบอบไทยๆนี้
เป็นระบอบที่เกิดขึ้นมาจากนิสัย สันดาน สภาพแวดล้อม แนวคิดพฤติกรรมและสังคมแบบไทยๆ ที่ส่วนใหญ่ ที่รักสบาย มักง่าย เล่นพรรคเล่นพวก มือถือสากปากถือศีล ไม่ซื่อสัตย์ ไม่มีอุดมการณ์ และที่สำคัญในช่วงหลังคือวัดค่าของคนจากเงิน ของใช้ สิ่งที่มองเห็นจากข้างนอก? ในเมื่อการวัดค่าของคน?
ไม่ได้อยู่ที่จิตใจ ความดีงาม ความสามารถอีกต่อไป...
คนส่วนใหญ่..จึงมีเป้าหมายใหม่ เป็นการทำอย่างไรก็ได้...ให้มีเงินมากที่สุด? เมื่อความต้องการเงินมากๆ โดยไม่เลือกวิธีการ + ไปรวมกับนิสัยแบบไทยๆ ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ จึงนำไปสู่การ คอร์รัปชั่น ทั้งใน นอก ลับ และเปิดเผย...การคอร์รัปชั่น?  มีขึ้นทุกแทบหน่วยงานราชการ
รวมไปถึงทุกคนในภาคเอกชนและภาคครัวเรือน ที่เป็นหนึ่งในตัวการส่งเสริมการคอร์รัปชั่น (ยอมให้ชาติเสียประโยชน์เพื่อตัวเองได้ประโยชน์) ถ้าเกิดและโตมาจนอ่านหนังสือออกเล่นเฟซบุคได้ คงไม่มีใครไม่เคยเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น
ฝากลูกเข้าโรงเรียนเอย? ยัดเงินตำรวจเอย? โกงภาษีเงินได้เอย?
สารพัดการคอร์รัปชั่นในชีวิตประจำวัน (ไม่ต้องพูดถึงการคอร์รัปชั่นระดับนักการเมืองที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว)
ที่น่าแปลกใจ? คือ.!!!    คนไทยรับได้?  แถมอยู่กับมันได้อย่างมีความสุขอีกด้วย!!!
ด่านักการเมืองว่าเลวทุกคน?  ถึงเวลา ขอให้ช่วยฝากลูกเข้าโรงเรียน???  ด่าตำรวจไม่มีดี?
พอถึงเวลา ช่วยหนูหน่อยนะพี่ ขี้เกียจไปโรงพัก!!!   สิ่งเหล่านี้ คือ...ระบอบไทยๆ มีมานานก่อนทักษิณจะมีอำนาจ?
พูดให้ถูก ก็คือ....ทักษิณ...มีอำนาจ....เติบโตจนสั่นคลอนประเทศวุ่นวายได้ขนาดนี้?  ก็เพราะมันรู้จักใช้ประโยชน์จากระบอบนี้นั่นแหละ?
ที่ทุกวันนี้่?  มันกลายเป็นระบอบทักษิณไปแล้ว เพราะทักษิณได้กระจายอำนาจและบริวารครอบคลุมหน่วยงานต่างๆไว้เป็นจำนวนมากสมัยอยู่ในอำนาจ
จึงทำให้ทักษิณเหมือนกลายเป็นผู้รับประโยชน์สูงสุด?
ถามอีกรอบ????  สมมุติพรุ่งนี้???  ตระกูลทักษิณ..หายไปจากโลก???   คิดว่า...ไอ้ระบอบไทยๆ ที่หยั่งรากลึกมาก่อนทักษิณจะมาเล่นการเมืองเสียอีก มันจะหายไปหรือ?   ข้าราชการ?   ตำรวจ?  ประชาชน?  นักการเมืองทุกคน?  จะพร้อมใจกันเป็นคนดีขึ้นมากกว่าเดิมทันที?   อ่าห์!!!!
โลกช่างสวยงามมากเหลือเกิน... คิด...แบบนั้นกันจริงๆหรือ?  เชื่อว่า..ทุกคนก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่? ต่อให้ทักษิณตายไป?  ไอ้ระบอบไทยๆที่ว่า?
มันก็แค่ไปหาหัวโขนอื่นมาใส่ แล้วก็คอร์รัปชั่นกันต่อไปอย่างเมามันส์อยู่ดี?  การโยนความเลวทรามชั่วช้าทั้งหมดบนโลกใบนี้???ไปให้ทักษิณมันง่าย?
มันสะดวกกว่าการโทษตัวเอง?  แต่มันไม่ใช่การแก้ปัญหา?  การปลุกระดมม็อบไปปิดสถานที่ราชการ?  มันก็ไม่ใช่การแก้ปัญหา..?
เพราะนักการเมืองทุกฝ่าย... มีเงินทุนและมวลชนของตัวเองมากพอ พอที่จะปลุกม็อบมากี่ครั้งก็ได้?  เมื่อฝ่ายตรงข้ามได้เป็นรัฐบาล?
กลายเป็นวังวนอัปยศที่หาทางออกไม่ได้ของประเทศไทย?  ทางแก้ของปัญหาการเมืองในประเทศ?  ผมเชื่อว่า...ไม่มีทางออกจากวงจรอุบาทว์?
ไม่ว่าจะก่อม็อบไปเปลี่ยนรัฐบาลไปซักกี่รัฐบาล????ถ้าคนไทย!!!!ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง? ปฏิวัติตัวเอง?  จากข้างใน....เลิกเห็นแก่ความสบาย?
เลิกร้องขอสิทธิพิเศษ? เลิกมองคนที่ภายนอก? เลิกคิดมักง่าย? เลิกขับรถผิดกฏจราจร?... หันมามองความสามารถภายใน ความดี ความมีคุณธรรม...
ถ้าทำให้ใครที่มาอ่านไม่พอใจก็ขออภัย?  แต่นี่มันตรงกับ เมืองไทยมาก...จริงๆครับ



สุดยอดฝีมือ ผบ.ทบ พระเอกแห่งกองทัพไทย !

พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยกหู ถึงกองทัพจีน
ผู้มีคุณูปราการต่อคนไทย สั่งซื้อยางที่เดียว
เกือบหมดเกี้ยงทั้งโกดัง ...
ทักษิณ หนาว ปูหนาว

อ่านแล้วคิด..มันก็มีส่วนจริงอยู่มากทีเดียว เพราะความเป็นไทยมันฝังรากลึกมาช้านาน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคำพีงเพยที่ว่า "ทำอะไรตามใจ คือไทยแท้" หรอก ทักษิณเอาข้อด้อยทั้งหมดนี้ทำให้มันเลวร้ายมากยิ่งขึ้นทุกระบบ ทุกหัวระแหง ไม่มีว่างเว้น และประเทศไทยก็ปล่อยให้มันกระทำย่ำยีมานานแสนนานจนยากที่จะเยียวยา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ยังไม่สายเกินไปที่เราจะต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ โดยเริ่มต้นจากหาบุคคลากรที่ดี ไม่มีข้อด่างพร้อย หรือมีก็ให้น้อยที่สุดมาประจำทุกกระทรวงทบวงกรม และขัดเกลาใหม่ให้หมด โดยเฉพาะกรมการศาสนา และการศึกษา เป็นสองกระทรวงต้น ๆ ที่ควรจะเริ่มสังคายนาเป็นอันดับแรก MV ขอใจแลกเบอร์โทร (แปลง DRZO)




แบงค์รุ่นใหม่ที่ออกมาเป็นแบบนี้... ใครต้องรับผิดชอบ
จิ้งจกทักเราเชื่อ แล้วคนทักเราจะไม่เชื่อหรือ???

ใครมีอำนาจ ฝากจัดการเรื่องนี้ด้วย
ใครไม่มีอำนาจ ฝากแชร์ด้วย จนกว่าจะถึงผู้มีอำนาจ
แบงค์รุ่นใหม่ที่รัฐบาลผลิต เราตั้งข้อสังเกตุว่า...
มามีเจตนาที่จะต้องการให้สถาบันกษัตรย์เป็นเพียงสัญลักษณ์หรือไม่
และมีเจตนาแอบแฝงที่จะทำฮวงจุ้ยพิฆาตบุคคลหรือไม่

1. ไม่มีตราสัญลักษณ์ ภปร.ของในหลวง

2. มีการใส่สัญลักษณ์แปลกๆ 7 ขีดใต้เลข 20 โดยทางฮวงจุ้ยมีความหมายถึงการเล็ง อาจทำให้เจ็บป่วย
    ตำแหน่งเล็งคือขมับซ้าย เลข 7 ทางฮวงจุ้ย หมายถึงเสียหาย เสื่อมถอย

3. มีการใส่สัญลักษณ์ คล้ายดอกไม้ 2 ดอก ตรงตำแหน่งบ่า เลข 2 ทางฮวงจุ้ยหมายถึงเจ็บป่วย

 เรื่องฮวงจุ้ยพิฆาต ลองหาดูจากการทำฮวงจุ้ยบ่อนที่สิงคโปร์ มีกฏหมายการทำฮวงจุ้ยที่พิฆาตกัน สามารถฟ้องร้องกันได้





ผ่านมา 2 - 3 วัน ได้ยินไม่ผิด ผลงานของท่านเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับในสังคมวงกว้างแล้วว่า ท่านทำเพื่อส่วนร่วมจริงๆ แต่อยากขอร้องท่าน เรื่อง พลังงาน ขอให้ท่านจริงจังกับมันกัดอย่าปล่อย เพราะมันเป็นสมบัติของชาติ คนไทยทุกคนต้องมีสิทธิ์

 
แชร์ด่วน ! พ่อพระพลังงาน ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธาน ปตท. เปิดบัญชีลับ ธนาคารเคย์เเมน ดินแดนฟอกเงิน ผ่องถ่ายกำไร ปตท.ซื้อขายน้ำมัน เงินทอน อยู่ในบัญชี้ลับนี้ จ่ายเก๋าเจี๋ย รมต.พลังงาน 60ล้าน/เดือน
บ่อน้ำมันเเห่งชาติ จุดไฟไม่ติด! ปตท.มือเปิป จ่ายเงินอุดปาก โฆษณาทีวี ทุกช่อง ทุกสี เรื่องเล่าเช้านี้! หนังสือพิมพ์เอาด้วย ทุกคอลัมนิสต์รับเงินทุกเดือน เชียร์สุดหัวใจ.....นี่ไงสาเหตุ น้ำมันไม่ติดไฟ. 555
ปตท.ถูกนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปี44 โดยผู้กำกับมือทอง ทักษิณ ชินวัตร เเละ ผู้ว่าการปตท.วิเศษ จูภิบาล เปิดขายทั้งหมด 49% (รัฐถือ51%) ขายราคาหุ้นละ 35บาท มีนอมินี(ตัวเเทน) ฝรั่งหัวดำ กวาดซื้อเข้าตระกูลชินวัตร โดยใช้ชื่อนอมินี กองทุนพลังงาน สิงคโปร์ ฯลฯ ปัญจุบัน ทักษิณ ชินวัตร มีหุ้น ปตท.ราวๆ 35เปอร์เซ็นต์ ราคาสูงสุดกว่า หุ้นละ 400บาท ทักษิณครอบครอง(999,704,868หุ้น) ราคาวันนี้หุ้นละ 271บาท คูณ 999ล้านหุ้น..!!! เเค่เงินปันผล ก็เอามาซื้อ สส.เข้าพรรคเพื่อไทยได้เเล้ว

ฟันธง!!! ขุมทรัพย์ชินวัตร อยู่ที่ ปตท.
มาเลเซียน้ำมันลิตรละ19 บาท เทียบ เมืองไทยราคาน้ำมันลิตรละ 40บาท ส่วนต่าง 21บาท คนไทยใช้น้ำมันวันละ 30 ล้านลิตร...!!!
การที่รัฐบาลอ้างยกเลิก เบนซิน 91 เเละ 95 เพื่อสนับสนุนเกษตรกร เเท้จริงคือ ต้องการ ผลิตเอทานอล โดยทักษิณ ชินวัตร มีหุ้นโรงงานผลิตเอทานอล ป้อน ปตท. (นโยบายรถคันเเรก เพื่อกระตุ้นการใช้น้ำมัน เเละเอทานอล)
พ่อพระไพรินทร์ ชูโชติถาวร อ้างว่า ปตท. มีกำไรน้อยมาก จากการขายน้ำมันให้ประชาชนในประเทศ...?
กำไร 2-3 เเสนล้าน/ปี มาจากบริษัทลูก ของ ปตท. เเต่บอกไม่หมด ยักย้าย ถ่ายเท ทางการบัญชีไปที่ ธ.บริติชเวอร์จิ้น ธ.เคย์แมน รวมทั้ง ธ.สิงค์โปร
นอกจากนี้ ทักษิณ ชินวัตร อยู่เบื้องหลัง ปตท. ผ่องถ่าย เงินสด 25,000 ล้าน ไปธนาคารเคย์เเมน เข้าบัญชีตระกูลชินวัตร สัปทาน บริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียมขุดเจาะน้ำมันเเหล่งนงเยาว์ ที่อ่าวไทย " บริษัทมูบาดาลา ผู้ถือหุ้นคือ ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง.
ชาวบ้านดีใจนำ้ตาไหล เเก๊ส LPG (เเก๊ซหุ้งต้ม) ปรับขึ้นราคา ปตท.อ้างนำเข้าจากเมืองนอก.......เเต่ดูดเเก๊สอ่าวไทย ไอ้โม่งชอบใจ เปิด L/C ที่เกาะเคย์แมน เเหกตาคนไทย ชาวบ้านนั้นเชื่อ ธรรมาภิบาล ทนใช้ไปเถอะทั้งเเก๊ส น้ำมัน 2ลิตร ร้อยบาท
ช่วยกันป่าวประกาศออกไปนะกล่องดวงใจทักษิณอยู่ที่พลังงาน และโทรคมนาคม มันดุดเงินคนไทยไปเหลือนับคณาแล้ว

ผบ.ทบ ลั่นทุบโต๊ะ ไม่ยอมให้ ประชาชนชาวไทย
ใช้น้ำมันแพงอีกตัวไป ประกาศลั่น ! สะเทือนปฐพี
ให้ปลด บอร์ด ปตท. ทั้งหมด เพื่อ นำพลังงานคืนชาติ คืนประชาชน


ขอให้พีน้องชาวไทย ทั่วทั้งแผ่นดิน กดไลค์ กดแชร์ ให้กำลังใจ ผบ.ทบ ท่าน พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นับล้านๆไลค์ล้านๆแชร์ ด่วนที่สุด !

"เผด็จ การคุณธรรมเพื่อชาติ" ประยุทธ์..ระบุการบังคับใช้กฏหมายอาจเข้มขึ้นหากสถานการณ์รุนเเรง



เปลว สีเงิน : แบบอย่าง 'เผด็จการสร้างชาติ'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2557 00:00:06 น.

คนปลายซอย
plew_seengern@yahoo.com
การเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศของ คสช. เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗ เปรียบก็เหมือนดายหญ้าสนามหรือการโกนขนรกชัฏ
ปราบพื้นที่ส่วนใหญ่เตียนโล่งก็จริง.....!
แต่....เป็นธรรมดา ตามขอบๆ แคมๆ ตามร่องช่องแคบๆ จะมีเศษขยะ เศษต้นหญ้าหัวแข็งแทงแซมเป็นเสี้ยนตำมือ-ตำตีน ให้รำคาญตาอยู่บ้าง!
ฉะนั้น ไม่ต้องเอาทหารของกองทัพไปรองรับเศษขยะพวกนี้หรอก จะทำให้พวกแก๊ง ร.ก.ต. (รับจ้างกวนตีน) หลงเข้าใจว่า
"คสช.หวั่นไหว จนผวาแล้วมั้ยล่ะ!? คือใช้ภาพมวลชน เขียนภาษาฝรั่ง โดยที่คนถือป้ายก็อ่านไม่ออก ดูหน้า-ดูสภาพแต่ละคนซี เหมือน "มนุษย์กลายพันธุ์" หน้าเดิมๆ ช้ำๆ นั่นแหละ
ทำยั่วยุ หลอกล่อ ให้ทหารเข้าปราบ เข้าจับกุม แล้วบันทึกภาพเหตุการณ์ ถ่ายให้เห็นข้อความต่อต้าน คสช.ในป้าย
ยิ่งถ้าทหารหลงกล สติแตกต่อการยั่วยุนิดเดียว ใช้กำลัง-ใช้อาวุธ เกิดชุลมุนวุ่นวายกับแก๊ง ร.ก.ต.ขึ้นละก็....
ถือว่า "ทะลุเป้า" เลยทีเดียว!เพราะโลกยุคสังคมออนไลน์ ภายในนาทีเดียว ภาพที่สื่อให้โลกเห็นว่า.....
"ประเทศไทยเกิดจลาจลวุ่นวายหลังรัฐประหาร ด้วยประชาชนออกมาต่อต้าน แล้วทหารใช้ "เผด็จการอำนาจ" เข้าปราบปราม-จับกุม"
ก็จะแพร่ไปทั่วโลกฉับพลัน!ทักษิณมันจ้างบริษัทฝรั่งในยุโรป-สหรัฐ "โค่น-ทำลาย" ประเทศ ไทยในทุกด้าน
จ้างทั้งสื่อ ทั้งล็อบบี้ยิสต์ ต่อรอง-โน้มน้าว-จูงใจ ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล ในรัฐบาล-รัฐสภาสหรัฐ เป็นโครงข่ายกับในประเทศ
ดังนั้น พวกกากเดนทักษิณมันลงทุน "อาหารขยะ" ก้อนเดียวผ่านแก๊ง ร.ก.ต. ก็สามารถสร้างฉาก-สร้างข่าว ให้คนทั้งโลกจินตนาการตามภาพและคำบรรยาย ๒-๓ บรรทัดได้....เกินคุ้ม
แถมได้ทหารในชุดเต็มอัตราศึกเข้าฉาก ขับเน้นให้เป็นจริง-เป็นจังมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย!
และเหล่านี้ จะเป็นหลักฐานให้พวกล็อบบี้ยิสต์ที่ทักษิณจ้างไว้ นำไปอ้างอิง "ใส่ร้าย คสช.-ใส่ดีระบอบทักษิณ" หว่านล้อมกับพวกรัฐบาลรัฐสภาตะวันตก
ฉะนั้น กับพวกหญ้าแซมรู-แซมร่องสังคมประเภทนี้ น่าเปลี่ยนวิธีสนับสนุนกิจกรรมเขา ไม่ต้องถึงระดับทหารหรอก ใช้ระดับนักเรียน รด. ลูกเสือ-เนตรนารีใสๆ ก็เหลือเฟือ
ไม่ใช่ให้ไปปราบ ไปขับไล่ หรือไปแสดงปฏิกิริยาต่อต้านกิจกรรมพวก "มนุษย์กลายพันธุ์" ที่เดี๋ยวใส่เสื้อแดงไล่เตะพระ เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นเสื้อขาวไปจุดเทียน เดี๋ยวเปลี่ยนเป็นดำไปเผาโลงศพ
แล้วเมื่อวาน เปลี่ยนจากกินหญ้ามากินแมค ไปชูป้ายตามชุมชนตรงนั้นบ้าง-ตรงนี้บ้าง เรียกว่า ก.ต.ไปเรื่อย
ยั่วยุหวังให้ทหารปราบเพื่อจะได้เป็นข่าวไปประกอบเอกสารดังกล่าว หวังจะได้คืบคลานสานฝันถึงขั้น "ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น" นั่นไงล่ะ!
ให้นักเรียน รด. ลูกเสือ-เนตรนารี "อาสาสมัคร" ไปยืนดูมนุษย์กลายพันธุ์เขาทำบ้าๆ บอๆ เฉยๆ ดูด้วยอารยะ เป็นระเบียบเรียบร้อย มีโอกาสก็ถามเขาว่า....
"คุณป้าครับ...คุณพี่ขา ที่เขียนมานั่นอ่านว่าอะไรคะ ช่วยแปลให้หนูฟังหน่อยซีครับ"!
แล้วถามเขาว่า....ที่พลเอกประยุทธ์นำคณะควบคุมอำนาจปกครอง เพื่อนำประเทศไปให้ถูกทิศ-ถูกทาง แล้วค่อยเลือกตั้งนั่นน่ะ มันไม่ดีตรงไหน อย่างใด?
เทียบกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ว่าดี เป็นประชาธิปไตยดูซิ ทุจริตคอร์รัปชันค่ารับจำนำข้าวไปเป็นแสนๆ ล้าน ถามหาบัญชี...บอกไม่มี
มิหนำซ้ำ เอาข้าวชาวนาเขามา เงินก็ไม่จ่ายเขา เขามาทวงก็ไม่ให้ จนชาวนาต้องฆ่าตัวตายไปเป็นสิบๆ คนน่ะ
"คุณลุง คุณป้า คุณพี่ อยากได้ประชาธิปไตยอย่างนี้หรือคะ?"แล้วประชาธิปไตยระบอบทักษิณ เอาโจรเข้ามาตั้งเป็นรัฐมนตรีบ้าง เป็นข้าราชการการเมืองแฝงแทะทุกกระทรวงบ้าง จนเกิดระบบ ๖๐/๔๐ คอร์รัปชันติดอันดับโลก
ข้าราชการประจำที่ยอมเป็นสมุนโจรก็ชุบเลี้ยงให้มีอำนาจ ใครที่ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจก็ย้ายไปเก็บไว้ จนโจรผู้ร้าย อาชญากรรม-อาชญากร บ่อน-ซ่อง การค้าของเถื่อน อาวุธสงคราม เต็มบ้าน-เต็มเมือง
คุณลุง-คุณป้า-คุณพี่ ชอบสิ่งที่ประชาธิปไตยระบอบทักษิณเพาะขึ้นไว้ในประเทศอย่างนี้หรือครับ?
กองทัพเขาเข้ามากวาดล้าง-จัดระเบียบให้บ้านเมือง ไม่ดีตรงไหน ถึงได้มาจุดเทียน กินขยะ เขียนอะไรๆ บ้าๆ บอๆ ที่ตัวเองก็อ่านไม่ออกแบบนี้....
แล้วคุณลุง คุณป้า คุณพี่ มีลูกหรือเปล่าคะ?ทำแบบนี้ไม่สงสารลูก-หลานที่ต้องอายเพื่อนฝูงตามโรงเรียนที่ถามว่า คุณพ่อ-คุณแม่เธอ ไม่รักบ้านเมือง ไม่รัก "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" หรือ?
และถ้าประเทศไทยเป็นอะไรไป....!ลูกคุณลุง คุณป้า คุณพี่ จะไปอยู่ที่ไหน ทักษิณเขาจะให้ไปอยู่มอนเตเนโกรกับเขาหรือคะ?
"คุณป้าคะ..คุณลุงครับ...ค่าจ้างมาถ่วงความเจริญประเทศ ๔-๕ ร้อยบาทนี่ อาหารเม็ดเลี้ยงสุนัขถุงนึง ยังแพงกว่าค่าตัวคุณลุง คุณป้าเลยนะคะ!"
เนี่ย...เอาแบบนี้ก็พอ สงสารทหารน่ะ ที่ต้องเหนื่อย ต้องร้อน ต้องอดทน กัดฟันกล้ำกลืนกับการยั่วยุด้วยคำหยาบหยาม
ไม่จำเป็นต้องเอาความแข็งไปตั้งรับความหยาบ ไร้จิตสำนึกแห่งความชั่ว-ดีของพวกมนุษย์กลายพันธุ์กระจุกเดียวนี้หรอก
ไม่คุ้มเรา แต่คุ้มเกินราคาจ้างเขา!พูดถึงประเด็น "ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น" ที่ระบอบทักษิณกำลังชู ไม่ต้องไปเต้นตามมันไร้สาระ
ก่อน คสช.ควบคุมอำนาจปกครอง ประเทศไทย "ไม่มีรัฐบาล-ไม่มี นายกฯ" อยู่แล้ว จะทะลึ่งยึดโยงเชื้อรัฐบาลตรงไหนไปตั้งเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น?
ไอ้ฝรั่ง "อัมสเตอร์ดัม" หลอกแดกยังไม่เข็ด ไปให้ไอ้ดอกเตอร์เพียงดอ ที่ว่าอยู่เยอรมัน กับไอ้โกตี๋หลอกแดกอีกหรือไง...ทักษิณ?
อ่านข้อความในแถลงการณ์รัฐประหาร ๒๒ พ.ค.๕๗ ของพลเอกประยุทธ์ดู...ทักษิณ
อ่านไม่รู้ ก็ให้พวกขี้ข้าที่ "อ่านกฎหมายรู้-ดูกฎหมายเป็น" ช่วยอ่าน แล้วถอดความให้ ข้อความสำคัญในแถลงการณ์ตอนหนึ่ง ดังนี้....
"คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. เป็นต้นไป"
เห็นมั้ย....เขาใช้คำว่า "เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ"เข้า "ควบคุม" หมายความว่า ขณะนั้น ประเทศไม่มีรัฐบาล-ไม่มีนายกฯ "ผู้ซึ่งมีอำนาจ" ในการบริหารปกครอง คสช.จึงต้องเข้าควบคุม
ไม่ใช่เข้า "ยึดอำนาจ"!เหมือนเรือลอยเท้งเต้งกลางทะเล ไม่มีนายท้ายเรือคอยควบคุมหางเสือให้ไปตามทิศทาง คนมีความรู้-ความสามารถในเรือเห็นเข้า
เขาก็เข้ามา "ควบคุมหางเสือเรือ" เพื่อไม่ให้เรือลอยเปะปะ ไม่ใช่เข้าไปใช้อำนาจ "ยึดหางเสือเรือ" จากนายท้าย เหมือนอย่างที่เข้าใจว่า พลเอกประยุทธ์ "ยึดอำนาจ" รัฐบาลยิ่งลักษณ์!
ช่วงนั้น ไม่มีอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศแล้ว...มีแต่ยิ่งเละ กองทัพเขาจึงต้องเข้าควบคุมตะหาก
ถ้าไม่แน่ใจที่ผมพูด จะยกตัวอย่างให้ดู....เมื่อ ๑๙ ก.ย.๔๙ "พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน" ยึดอำนาจ ในแถลงการณ์เรื่อง ประกาศยึดอำนาจ ข้อความในแถลงการณ์มีว่า....
"คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"
ตอนนั้น ยังมีรัฐบาล-มีนายกฯ บริหารประเทศ คือทักษิณ ชินวัตร เขาจึงใช้คำว่า "ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน"!
ชัดมั้ย...!?สรุป ๑๙ ก.ย.๔๙ พลเอกสนธิไปยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณมา จึงใช้คำว่า "ยึด"
ส่วน ๒๒ พ.ค.๕๗ ไม่มีรัฐบาล-ไม่มีนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จึงใช้คำว่า "ควบคุมอำนาจ"!
ถึงวันนี้ ผมไม่สงสัย-ข้องใจอะไรอีกแล้ว เพราะทุกสิ่งที่พลเอกประยุทธ์ทำมา ๔-๕ วันนี้ ขนาดวัยรุ่นใจร้อน "ยังตาค้าง"
แล้ววัยแรกรุ่นอย่างผม ก็ช็อก...ด้วยปีติถึงจุดสุดยอดไปกับ "ประยุทธ์- ผู้ทรงพลังกว่าใครในปฐพี" ตัวจริง ไปเท่านั้นเอง!
แบบนี้แหละที่เป็นแบบอย่างปฏิวัติ-รัฐประหาร ที่เรียกว่า "เผด็จ การคุณธรรมเพื่อชาติ"!
และวันนี้...ผมมีความสุข ที่จะได้เห็นชาวนากว่า ๘ แสนราย อันยิ่งลักษณ์โกงค่าข้าวไว้กว่า ๙ หมื่นล้านบาท จะได้เงินกันแล้วตามคำสั่งพลเอกประยุทธ์
แต่ผมมีความทุกข์ และเกลียดแน่นอก ที่ได้เห็นหน้า "นายวิเชียร พวงลำเจียก" โผล่ออกมา ในทันทีที่.....มี "เงินมา"!



ถอนหอกโมกขศักดิ์ที่ปักอกคนไทยมานานถึง 12 ปี!
โดย สิริอัญญา
วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557

ระบอบทักษิณน้ำใจแท้กลัวการปฏิวัติ จึงได้ลงทุนลงแรงไปเป็นจำนวนมากเพื่อหวังดึงทหารมาเป็นพวก กระทั่งให้ถึงขั้นทรยศต่อคำสัตย์ปฏิญาณที่ปฏิญาณต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลมาทั้งชีวิต และหลงผิดคิดว่าทำการได้สำเร็จ ...

จึงฮึกเหิมลำพองคิดว่าประเทศไทยและคนไทยอยู่ในอุ้งเท้า จะทำการสิ่งใดก็ได้ดังใจชอบ

ในช่วงเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอยถึงกับประกาศท้าทาย ส.ส.ขี้ข้าว่าถ้าใครไม่เห็นด้วยก็ให้โหวตสวนในสภา ท้าทายคนเสื้อแดงว่าใครไม่เห็นด้วยก็ให้เดินขบวน และยังอวดโอ่ว่าคนคัดค้านเหลืออยู่แค่ไม่ถึง 10,000 คน เหมือนกับที่เคยปรามาสว่าผู้ก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้เป็นแค่โจรกระจอก

การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอยดังกล่าวคือฟางเส้นสุดท้ายที่ประชาชนสุดจะทนได้ไหว จึงลุกฮือขึ้นทั่วประเทศ ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกเชื้อชาติ ทุกชนชาติ ทุกภาษา ทุกอาชีพ ทุกวัย เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของชาติ

และในที่สุดการต่อสู้นั้นก็ขับเคลื่อนมาจนถึงขั้นที่นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ประกาศยุบสภา แต่ก็ยังคงดื้อดึงยื้ออำนาจอยู่ต่อไป
ทำให้ กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อหวังเอาการเลือกตั้งสร้างความชอบธรรมให้กลับมามีอำนาจใหม่

ใช้สองกลยุทธ์ประสาน คือ ยื้ออยู่ในอำนาจให้ยาวนานไปถึงวันที่อาศัยการเลือกตั้งฟอกตัวกลับมามีอำนาจใหม่อีกครั้งหนึ่ง

แต่ประชาชนก็รู้เท่าทัน กำหนดสองกลยุทธ์เข้าโรมรันเช่นเดียวกัน คือ ขับไล่ออกจากอำนาจให้เร็วที่สุด และปิดกั้นไม่ให้มีการเลือกตั้ง จนกว่าจะปฏิรูปประเทศให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ และประชามติของประชาชนข้างมากก็ชี้ชัดว่าประชาชนต้องการปฏิรูปประเทศก่อน เพราะไม่ยอมรับการเลือกตั้งแบบเส็งเคร็งนี้อีกต่อไป

มิหนำซ้ำ ยังได้สร้างประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของโลก โดยประชาชนถึง 2.5 ล้านคน ไปเขียนข้อความในบัตรเลือกตั้ง ด่าทอด้วยสารพัดคำด่า ประณาม ประจาน นักการเมืองจนไม่มีชิ้นดี แต่ก็ไม่มีสำนึกผิดชอบชั่วดีให้ปรากฏเลย

จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลง องค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีหมดไป เหลือแต่รัฐมนตรีผีหัวขาด แต่ก็ยังแถยื้ออยู่ในอำนาจ ใช้วิธีการเณรตั้งสมภาร หวังยึดอำนาจบริหารสืบไป

วุฒิสภาซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามที่รัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองเพื่อนำพาประเทศชาติออกจากวิกฤต แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมีขี้ข้าคอยขัดขวางอยู่ถึง 60 คน จึงได้แต่รำวงเตะถ่วงเวลาไปวัน ๆ ในท่ามกลางความพินาศวายวอดของประเทศ

ประชาชนก็ทนไม่ไหวในความดื้อด้าน กปปส. จึงประกาศไม้ตายระดมพลังมวลมหาประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดเพื่อทวงคืนอธิปไตยเสียเอง

ระบอบทุนสามานย์ด้วยความมั่นใจในอำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจเถื่อน และด้วยความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐเถื่อนที่ถืออยู่ ก็กำหนดแผนการปฏิวัติตัวเอง โดยใช้นายตำรวจ นักการเมืองเป็นแกนนำ ระดมกำลังพลคนเสื้อแดง คนเสื้อดำ และสรรพาวุธเข้ากรุงเทพฯ ครั้งใหญ่

ด้วยความเชื่อมั่นว่าภายใต้ดวงอาทิตย์ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ แต่มองไม่เห็นความจริงซึ่งซ่อนอยู่ คือ ภายใต้ดวงอาทิตย์ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ยกเว้นการปฏิวัติ ดังนั้นความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงถูกจับทิศทางได้

บ้านเมืองนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริงเป็นเที่ยงแท้ ไม่แปรผัน ได้ดลบันดาลให้สิ่งที่ไม่รู้ก็ได้รู้ สิ่งที่ไม่เห็นก็ได้เห็น สิ่งที่ไม่อาจเป็นก็เป็นขึ้น จนฝ่ายทหารล่วงรู้แผนการร้ายอย่างชัดเจน เหล่าโหรานุโหรทั้งหลายก็เห็นปรากฏการณ์บนฟากฟ้านภากาศได้ชัดเจนว่า ธรรมาธรรมะสงครามมาถึงบทสุดท้ายแล้ว

ดูจากความเคลื่อนไหวทั้งหลายอาจสรุปได้ว่า ฝ่ายทหารได้ใช้แผนการสองย่างก้าวเข้าสยบเหตุการณ์ร้าย และอาจนำไปสู่การปิดฉากระบอบทักษิณอย่างสิ้นเชิง!

ย่างก้าวแรก ใช้อำนาจฝ่ายทหารที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 พระผู้ทรงนิพนธ์บทพยากรณ์รัตนโกสินทร์ซ่อนไว้ในธรรมาธรรมะสงคราม ทรงพระราชทานไว้แก่ทหารคือกฎอัยการศึก ประกาศกฎอัยการศึกอย่างฉับพลันเหนือความคาดหมายในกลางดึกของวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 หลังจากใช้วิชาเคลื่อนกายย้ายเงา ทำทีเป็นว่าจะประเมินสถานการณ์ไปอีกสองสัปดาห์ และได้ใช้อำนาจตามกฎหมายระดมกำลัง ตรวจสอบกำลังอย่างแน่ชัด และจัดวางกำลังอย่างเป็นฝ่ายกระทำ กุมสภาพอำนาจทั้งประเทศไว้ในมือ

ย่างก้าวที่สอง ล่อปลามาติดอวน เชิญชวนบรรดาฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันปรึกษาหาทางออกของประเทศ โดยรู้อยู่เต็มอกว่าเสือจะเข้าป่า ปลาจะไปทะเล นกจะบินขึ้นฟ้า จระเข้จะลงน้ำ เหี้ยจะเข้าป่าพระ งู จะลงรู แล้วมันจะตกลงกันได้ไหมว่าจะไปทางไหน และก็เป็นดั่งคาด หาข้อยุติไม่ได้ วัน ว. เวลา น. และ killing zone ก็ถูกกำหนดขึ้นในวันรุ่งขึ้น เวลา 14.00 น. ณ สถานที่เดิม

ปล่อยให้หาทางออกกันไปสองชั่วโมง แล้วจึงถามบทสรุปคือ ไม่มีใครยอมใคร คำพูดสุดท้ายคือ “ผมยึดอำนาจ” รวบปลาทั้งหลายในอวนไว้ในกำมือ และเพียงสามชั่วโมงจากนั้น สถานการณ์โดยทั่วไปก็อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสิ้นเชิง!

เป็นการถอนหอกโมกขศักดิ์ที่ปักอกประเทศไทยและคนไทยมานานถึง 12 ปี!






By Paisal Puechmongkol
สัญญาณดีๆตามมาเรื่อยๆ
๑ ในวันปฏิวัติรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพม่าอยู่ในประเทศไทย และอยู่ในงานเลี้ยงรับรองของสมาคมที่ผมเป็นเลขธิการ ท่านทราบเรื่องดีมาก รุ่งขึ้นกลับพม่า วันนี้รัฐบาลพม่าแถลงว่าเคารพการตัดสินใจของประเทศไทย พม่าเป็นมิตรที่ดีของไทยจะไม่ก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของไทย คาดว่าท่าทีมิตรประเทศอาเซี่ยนจะชัดเจนทั้งหมดในเร็วนี้
๒ เพื่อนจีนจากหน่วยงานสำคัญยืนยันกับเพื่อนไทยว่า "ขอให้วางใจในสติปัญญาและการตัดสินใจของท่านสี" หมายถึงท่านประธานาธิบดีสีสิ้นผิง และเมื่อใดที่มีพระบรมราชโอกงารโปรดเกล้าแต่งนั้งนายกแล้ว รัฐบาลจีนจะออกแถลงการณ์สำคัญ
๓ นี่ก็ยิ่งชัดแจ๋ว แหล่งข่าวจากทางรัสเซียระบุว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีปูตินจะมีแถลงการณ์สำคัญ
๔ ยังมีการปล่อยข่าวประปรายว่าคุณทักษิณจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่เขมร แต่ไร้ผลสิ้นเชิง เพราะคนทั้งหลายรู้ปั็บเลยว่าโกหก เนื่องจากรับทราบข้อมูลต่อเนื่องมาแล้วว่าทักษินกับท่านฮุนเซ็นเป็นอย่างไรในตอนนี้
๕ มีรายงานข่าวว่านักการเมืองไทยบางคนที่เดินทางไปประเทศลาวกำลังว้าวุ่นและสองจิตสองใจว่าจะกลับมามอบตัวหรือว่าจะเดินทางไปประเทศอื่น ก็เพราะลาวเขาไม่เอาด้วยนะซี
 
 
ภารกิจอันหนักและมากของพลเอก ประยุทธ์!
โดย สิริอัญญา

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2557

โหรานุโหรทั้งหลายทำนายทายทักกันไปตามประสาหมอดูคู่กับหมอเดา ถูกมั่ง ผิดมั่ง จริงมั่ง มั่วมั่ง กันไปตามเรื่อง สู้โหรใหญ่ตัวจริงไม่ได้ เพราะได้พยากรณ์ไว้ก่อนหน้าแล้วว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องทำงานหนักมาก ...

แม้จะบ่งบอกความหมายเป็นนัย ๆ แต่ใครเล่าจะหยั่งคาดได้ถูกต้องว่าหมายถึงอะไรกันแน่? หรือเพียงแค่การชื่นชมพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พระอาทิตย์โคจรเป็นมหาสงกรานต์มาแค่ 39 วัน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จำต้องเอาชีวิตเข้าแบกรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของชาติ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชาติไทยทั้งมวล

วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.00 น. อำนาจรัฐของระบอบทักษิณก็ปิดฉากลง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะนายทหารได้เข้ายึดอำนาจการปกครองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อย่างราบรื่น ง่ายดาย โดยไม่ต้องรอจนพระอาทิตย์หายไปจากขอบฟ้าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

เพียงสามชั่วโมงนับแต่ประกาศยึดอำนาจ สถานการณ์โดยทั่วไปก็อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสิ้นเชิงทั่วประเทศ

มีความพยายามปล่อยข่าวลวงในสามลักษณะ คือ

ลักษณะแรก มีการปะทะกันในพื้นที่หลายแห่งอย่างรุนแรงกว้างขวาง ที่ถนนอักษะ ที่โคราช และที่เชียงใหม่ แล้วปล่อยข่าวไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะส่งข่าวออกไปยังต่างประเทศเพื่อให้เห็นว่าได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นภายในประเทศ ทั้งที่ความจริงมิได้มีเหตุการณ์เช่นนั้นเลย

ลักษณะที่สอง นายนิวัฒน์รำวง ทำงงไพศาล ได้เข้าไปอยู่ในสถานทูตสหรัฐอเมริกา และประกาศจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น จนคนขวัญอ่อนทั้งหลายต้องเช็คข่าวกันจ้าละหวั่น จนเดือดร้อนถึงสถานทูตสหรัฐอเมริกาต้องออกมาชี้แจงว่าไม่มีมูลความจริง

ลักษณะที่สาม มีการเคลื่อนไหวโดยขบวนการล็อบบี้ยิสต์ขี้ข้าในต่างประเทศ ที่หลอกลวงให้บางประเทศออกแถลงการณ์แทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย แต่หารู้ไม่ว่าสถานการณ์แท้จริงของประเทศไทยนั้นได้ถูกแฉโพยในเวทีการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโลก ที่ได้ประชุมกันก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพียงไม่กี่วัน และบรรดาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหลายได้ทำรายงานแจ้งรัฐบาลและรัฐสภาในประเทศของตนจนรู้กันทั่วโลกแล้วว่านักการเมืองไทยมันโคตรโกงและโกงกันทั้งโคตร เป็นความน่าละอายอย่างยิ่งที่ชาติไหนจะเข้าเกี่ยวข้องอุ้มชูอุปถัมภ์

แต่ในที่สุดก็มีสองประเทศที่ออกหน้าแถลงการณ์ นั่นคือประเทศฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ประณาม ในขณะที่สหรัฐอเมริกาแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยและจะมีมาตรการลดความช่วยเหลือทางการทหารลง

แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ พระสยามเทวาธิราชมีจริง ความจริงจึงปรากฏต่อชาวโลกว่าการที่รัฐบาลฝรั่งเศสบ้าบอคอแตกออกมาแถลงการณ์เยี่ยงนั้นเป็นเพราะถูกหลอกว่าจะได้โครงการรถไฟความเร็วสูง เมื่อผิดหวัง โกรธ แต่พอความจริงปรากฏว่าโครงการนี้มีการไปหลอกยกให้จีนทำบ้าง ญี่ปุ่นทำบ้าง เกาหลีทำบ้าง ความก็แตก ฝรั่งเศสก็หน้าแหกไปตามระเบียบ และที่สำคัญรัฐบาลฝรั่งเศสพึงรู้ไว้ด้วยว่าประเทศไทยในเวลานี้ไม่ใช่ประเทศไทยในปี รศ.112 ที่ฝรั่งเศสจะเหยียบหัวบังคับเอาตามใจชอบได้อีกแล้ว

ประชาชนไทยตื่นขึ้นแล้ว พร้อมจะต่อสู้กับการแทรกแซงและข่มเหงของทุกชาติ และประชาชนไทยก็มีสติปัญญาที่รู้จักใช้พลังดุลอำนาจของความขัดแย้งในโลกเพื่อหยุดยั้งการแทรกแซงอันไร้มารยาทของนักล่าอาณานิคมได้

ประเทศที่สองคือสหรัฐอเมริกา แต่แถลงการณ์นั้นกลายเป็นแถลงการณ์ตามระเบียบที่ต้องแถลงอย่างนั้นทุกครั้งที่มีการปฏิวัติในประเทศไหนก็ตาม ไม่มีสาระอันควรแก่การสนใจ แต่ต้องสนใจอยู่ที่เนื้อหาของมาตรการ คือ การลดระดับความสัมพันธ์และความช่วยเหลือทางการทหาร

มาตรการดังกล่าวไม่มีผลในความเป็นจริงเลย เพราะมีแต่ประเทศไทยช่วยเหลือสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าการใช้ดินแดนหรือฐานทัพ หรือความร่วมมือช่วยเหลือการต่อต้านการก่อการร้าย ความช่วยเหลือทางการทหารที่ให้แก่ประเทศไทยแทบไม่มีในความเป็นจริง และสิ่งที่เรียกว่าช่วยเหลือนั้นแท้จริงก็คือการขาย
สหรัฐอเมริกาก็ต้องรู้ดีแก่ใจว่า สถานการณ์ของโลกในทุกวันนี้ไม่เหมือนเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว ย่อมคิดได้คิดเป็นว่าหากลดความร่วมมือกับประเทศไทยลงไปเท่าใด ประเทศไทยก็จะใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ตอก เพราะมีมิตรประเทศอยู่ทั่วโลก

แถลงการณ์ของรัสเซียและจีนคือดุลอำนาจระหว่างประเทศที่ใคร ๆ ก็ต้องคำนึง ดังนั้นจึงจัดว่าเป็นแค่แถลงการณ์ที่เป็นแบบพิธีเท่านั้น

ช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาแถลงการณ์ดังกล่าว เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ร่วมกันปฏิบัติการช็อคยุโรป คือการทำความตกลงซื้อแก๊สของรัสเซียเป็นเวลา 30 ปี ที่จะทำให้แผนการคว่ำบาตรของกลุ่มนาโต้ต่อรัสเซียพินาศยับเยิน เพราะจะกลายเป็นยุโรปขาดพลังงาน ซึ่งต้องจัดการแก้ไขเร่งด่วนให้ทันฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

ข่าวลวงได้ผ่านพ้นไปแล้ว ประเทศไทยกำลังกลับสู่ความเป็นปกติสุขแล้ว แต่ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น นั่นคือการถอนรากถอนโคนระบอบทุนสามานย์ การฟื้นฟูระบบราชการ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการฟื้นฟูประเทศชาติ ที่สำคัญคือการสร้างความสามัคคีในแผ่นดินนี้

นี่คือภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่ยาก หนัก และอาจต้องนานของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!






กระทรวงการคลังสรุป ขายข้าวขาดทุน 5 แสนล้าน / ข้าวหายจาก stock 3 ล้านตัน คสช.เร่งตรวจสอบว่าเหลือข้าวจริงๆ เท่าไหร่ที่จะนำออกขายได้
Based on initial examination of the rice pledging scheme operated by ousted puppetised Yingluck government , the ministry of finance reports that it's lost financially 5 trillion baht and 3 million tons of rice disappeared from warehouses.
 
 
ทหารสหรัฐกำลังกลับประเทศ ยกเลิกการซ้อมรบกับไทย
ไม่ต้องมากินมาขี้มาปี้คนไทย
ไปแล้วไม่ต้องกลับมาจนกว่าจะปรับท่าทีมาสนับสนุนรัฐบาลประชาชน
ต่อไปคนไทยอาจได้เห็นการซ้อมรบระหว่างทหารไทย-จีนก็ได้ใครจะไปรู้
สหรัฐยกเลิกการเยือนของ ผบสส. ของไทย ก็ดี ตอนนี้ท่านไม่ค่อยว่าง ว่างเมื่อใดอาจไปเยือนกองทัพอินเดีย จีนรัสเซียเลย ไทยนะเนื้อหอมนะครับ

ปริศนาธรรม "พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก"/"ปริศนา ธูป 1 ดอก ..."



พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก พิมพ์ออกมาจำหน่ายครั้งแรก ในปี 25...39 โดยทรงใช้ความวิริยะอุตสาหะในการแต่งหนังสือที่ทรงรักเล่มนี้ ถึง 11 ปี โดยทรงดัดแปลงจากนิทานชาดกในพระไตรปิฎก แต่มีหลายตอนในพระมหาชนก ที่ทรงเล่าเรื่องโดยใส่ข้อความบางตอนของพระองค์ลงไปเป็นปริศนาธรรม ที่น่าขนลุก คือตอนนี้ ..

"จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร ข้าราชการตงฉินถูกประนาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้ เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะหมุดขุดรูหนี ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น ทั้งพฤฒาอาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม"

นอกจากนี้ความเดิมในนิทานชาดก มีปริศนาธรรมที่เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ผู้ที่ได้อ่านเรื่องนี้ คือ ปริศนาธรรมต้นมะม่วงซึ่งถอดความให้อ่านง่ายๆ ได้ดังนี้

"เมื่อพระมหาชนกเสด็จประพาสพระราชอุทยาน พอผ่านประตูก็ทรงเห็นต้นมะม่วง ๒ ต้น ทั้ง ๒ ต้นแผ่กิ่งก้านเขียวชอุ่มสง่างาม ต้นหนึ่งมีผล อีกต้นไม่มี แต่ไม่มีใครกล้าเก็บกิน เพราะพระราชายังไม่ได้เสวย

พระมหาชนกเสวยไปผลหนึ่ง รสหอมหวาน อร่อยมาก ตั้งพระทัยว่าเดี๋ยวจะกลับมาเสวยอีกผล แต่พอพระมหาชนกคล้อยหลังเท่านั้นแหละ ทั้งอุปราช ทั้งปุโรหิต อำมาตย์ ข้าราชบริพาร ตลอดจนตะพุ่นช้าง ตะพุ่นม้า เมื่อรู้ว่าพระราชาเสวยแล้วก็เฮละโลแย่งกันรุมทึ้งเก็บกินมะม่วงที่เหลือ จนกิ่งหักแหลกลาญ ใบร่วงเกลื่อนกลาด เรียกว่ายับเยินสิ้นสภาพต้นมะม่วงที่เขียวชอุ่มสง่างาม ตรงข้ามกับต้นที่ไม่มีผล อย่าว่าแต่จะมีใครไปแตะต้องเลย กระทั่งจะแลก็ยังไม่มี ยืนต้นแผ่กิ่งก้านสาขาสง่างามเหมือนเดิม

พอพระมหาชนกเสด็จกลับออกมา ตั้งใจจะเสวยมะม่วงเพิ่มอีก แต่ทอดพระเนตรเห็นสภาพดังกล่าว จึงตรัสถามอำมาตย์ว่าเกิดอะไรขึ้น อำมาตย์ก็กราบทูลให้ทรงทราบถึงสาเหตุว่า... "ต้นมะม่วงต้นหนึ่งยังคงแผ่กิ่งก้านสาขาสง่างามเพราะไม่มีผล แต่อีกต้นที่มีผลดกหนาถูกยื้อแย่ง ใบร่วง กิ่งฉีกหักเกลื่อน ราชสมบัติก็เหมือนต้นมะม่วงมีผล ที่มีผู้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ทำให้เกิดปัญหาแก่แผ่นดิน วันหนึ่งอาจถูกโค่นล้มราชบัลลังก์เปลี่ยนแปลงการปกครอง หากยังไม่ถูกโค่นล้มราชบัลลังก์ พวกทหารก็คอยปฏิวัติรัฐประการกันเอง ต้องคอยเฝ้าหวงแหน ทั้งถูกพวกคณะมนตรีแก่ๆ คอยประจบสอพลอ ทำให้เกิดความกังวลใจ การบวชเหมือนต้นมะม่วงไร้ผล เพราะไม่มีผลประโยชน์ให้แสวงหา ภัยย่อมมีแก่ผู้มีความกังวล ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีความกังวล

พระมหาชนกทรงอธิษฐานจิตมั่นว่า "เราจะไม่เป็นเหมือนต้นมะม่วงมีผล แต่จะเป็นเหมือนต้นมะม่วงไม่มีผล เราจะสละราชสมบัติออกบวช"

นั่นคือความเดิม ซึ่งจากตรงนี้ในหลวงทรงได้ปรับปรุงและพระราชนิพนธ์ วิธีการฟื้นฟูต้นมะม่วง 9 วิธี ภายหลังที่ต้นมะม่วงถูกยื้อแย่งล้มลง ซึ่งทั้ง 9 เป็นปริศนาธรรม สรุปได้ดังนี้

"ทรงแนะ ๙ วิธี ฟื้นฟูต้นมะม่วง ให้กับอุทิจจพราหมณ์มหาศาลกับลูกศิษย์เพื่อปฏิบัติ คือ ๑.เพาะเม็ดมะม่วง ๒.ถนอมรากที่ยังมีอยู่ให้งอกใหม่ ๓.ปักชำกิ่งที่เหมาะแก่การปักชำ ๔.เอากิ่งดีมาเสียบยอดกิ่งของต้นที่ไม่มีผลให้มีผล ๕.เอาตามาต่อกิ่งของอีกต้น ๖.เอากิ่งมาทาบกิ่ง ๗.ตอนกิ่งให้ออกราก ๘.รมควันต้นที่ไม่มีผลให้ออกผล และ ๙.ทำ "ชีวาณูสงเคราะห์

ชีวาณูสงเคราะห์ ก็คือวิธีเพาะเนื้อเยื่อ เมื่อทรงแนะวิธีฟื้นฟูต้นมะม่วงแล้ว อุทิจจพราหมณ์ก็รับสนองพระราชโองการว่า : "ข้าพระองค์ผู้ทรงปัญญา จะให้คเชนทรสิงหบัณฑิตนำเครื่อง "ยันตกล" ไปยกต้นมะม่วงให้ตั้งตรงทันที และจะให้จารุเตโชพราหมณ์เก็บเม็ดและกิ่งไปดำเนินการตามพระราชดำริ." พระราชาโปรดให้สองคนนั้นรีบไป แต่ขอให้พราหมณ์มหาศาลคอยรับพระราชดำริต่อไป"

นั่นคือตัวอย่างบางตอนของพระราชนิพนธ์มหาชนก ที่ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์มาร่วม 30 ปี แต่เป็นสิ่งที่คนไทยยุคนี้ วันนี้ ควรจะไปหาอ่านกันนะคะ ..




พระชฎามหากฐิน เป็นเครื่องราชศิราภรณ์ สร้างในรัชกาลที่ 1 สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงแทนพระมหาพิชัยมงกุฎในบางโอกาส เช่น ในการเสด็จกระบวนพยุหยาตราไปถวายผ้าพระกฐิน เป็นต้น
องค์พระชฎาเป็นทองคำลงยาราชาวดีประดับเพชรทั้งองค์ น้ำหนัก 3,000 กรัม

หนึ่งในภาพหายากของหนังสือชุดพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ๙ รัชกาล เป็นชุดหนังสือที่ทรงคุณค่า น่าอ่านน่าสะสม หนึ่งในหนังสือชุดบันทึก ๒ แผ่นดิน

"ปริศนา ธูป 1 ดอก ..."
งานบำเพ็ญกุศลผู้วายชนม์ที่วัดชลประทาน การสวดพระอภิธรรมของวัดชลประทานสมัยนี้ ยังคงเป็นเหมือนกับ
สมัยที่หลวงพ่อปัญญา นันทภิกขุ มีชีวิต... นั่นคือ งานสวดพระอภิธรรมต้องมีเทศนาธรรมแขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพ ต้องสวดมนต์รับศีล ฟังเทศน์ ก่อนจะฟังสวดพระอภิธรรม พระท่านเทศน์ด้วยคำถามว่า รู้ไหมว่าทำไม...ต้องจุดธูป 3 ดอกหน้าพระพุทธ หลายคนคงบอกว่าเพื่อบูชา
พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์......ผิดค่ะ
ความจริงแล้วธูปทั้ง 3 ดอก จุดเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า หรือ พระพุทธเพียงอย่างเดียว เพียงแต่ 3 ดอก ที่จุดขึ้นนั้นก็เพื่อบูชาพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิกุลหรือพระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิการของพระพุทธเจ้า= บูชาพระปัญญาคุณ เพราะพระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งเห็นจริงด้วยพระองค์เอง= บูชาพระบริสุทธิคุณ เพราะหมดจดสิ้นโลภ โกรธ หลง= บูชาพระมหากรุณาธิคุณ เพราะมีเมตตาสั่งสอนให้ผู้อื่นรู้แจ้งเห็นจริง
แล้วธูป 1 ดอกที่จุดหน้าศพล่ะ?......ไม่ต้องรอคำตอบ
พระท่านได้เฉลยว่า ธูป 1 ดอก หมายความถึง...ชีวิตของคน...แต่ละคนมี 1 ชีวิตเท่ากัน ธูปส่วนที่ถูกเผา หมายถึง ...ช่วงเวลาที่...ดำเนินชีวิตมาแล้ว
ส่วนธูปที่เหลือคือ....ช่วงเวลาที่เหลืออยู่พระท่านยังว่า เมื่ออยู่หน้าศพ ก็ให้ระลึกไว้ 3 อย่าง หนึ่งคือ เอวัง ภาวี หมายถึง ต่อไปเราก็ต้องเป็นแบบนี้
หนึ่งคือ เอวัง ธัมโม สิ่งนี้คือธรรมชาติ และ อีกหนึ่งคือ เอวัง อะนาติโต ทุกชีวิตไม่สามารถหนีสิ่งนี้พ้นพระท่านบอกว่า งานสวดศพเขาเรียกว่างานบำเพ็ญ
กุศล ไม่ใช่...งานบุญ  เพราะ การทำบุญนั้น พอทำแล้วใจพองโต เช่น ทำดีได้บุญ ใจเป็นสุข แต่ทำกุศลนั้น ทำแล้วได้ปัญญา
ท่านพุทธทาสสอนความแตกต่างระหว่าง "บุญ" กับ "กุศล" เอาไว้
สรุปว่า = บุญ คือ การพอใจ = ส่วนกุศล คือ ความฉลาดที่จะไม่ติดยึดกับความพอใจ การจัดงานศพจึงเป็นงานบำเพ็ญกุศล คือ สร้างเสริมปัญญา...ให้แก่ผู้มาร่วมงาน ทำให้รู้ว่าชีวิต...มีเท่านี้ ช่วงชีวิต...ก็แค่นี้ และ สุดท้ายของชีวิต....ก็แบบนี้  ดังนั้นใครที่โกรธกัน ใครที่เกลียดกัน ใครที่มัวแต่คิดจะฆ่าฟันทำลายล้าง น่าจะลองทบทวนใหม่  ใครที่ซึมเศร้า ใครกำลังคิดสั้น ใครท้อแท้-หดหู่ ก็น่าจะทบทวนตัวเองอีกครั้ง ทบทวนหวนนึกถึง...ธูป 1 ดอก ที่หมายถึงชีวิต 1 ชีวิตทบทวนถึง...ธูปที่เผาไหม้ อันหมายถึงเวลา....ที่ชีวิตใช้ไปทุกเมื่อเชื่อวัน ทบทวนแล้วน่าจะแลเห็นว่า...ชีวิตนั้น....แสนสั้น
การอยู่ร่วมกันของคนแต่ละคน...ก็แสนสั้น หากมัวแต่เกลียดกัน โกรธกัน ฆ่าฟันทำลายล้างกัน ทำให้จิตใจมัวหมอง เท่ากับว่า...กำลังทำให้ชีวิต...เสียโอกาส  เสียโอกาสที่จะได้....ทำบุญ คือ ทำแล้วฟูใจ พอใจ สบายใจ และเสียโอกาสที่จะได้.....กุศล คือ ได้วิชา ได้ความรู้ ได้ปัญญา....เวลาของชีวิตเรา เหลือไม่เยอะนัก เหมือน " ธูป ส่วนที่เหลือ "

ความเสี่ยงของโรคมะเร็ง




อาการที่เด่นชัดมากคือ การปวดหัว ตอนนั้นก็ทำงานหนักมาก เข้าใจว่าเราเครียดเกินไป ก็พยายามลดความเครียด ก็ไม่หาย นอนมากขึ้นก็ไม่หาย ลองหยุดทำงานใดๆ ติดกัน 3 วันก็ไม่หาย ลาพักร้อนไปหนึ่งอาทิตย์ ก็ไม่หาย ปวดหัวทรมานมาก กินยาก็ทุเลาลงนิดนึง แต่ปวดหัวอยู่อย่างนั้นประมาณ 3-4 เดือน กำลังคิดว่าจะไปตรวจสแกนหัวดูว่า อะไรอยู่ข้างใน ปวดจริงปวดจัง แต่ยังไม่ทันได้ไปก็พบเจอก้อนเนื้อซะก่อน และรักษาต่อเนื่อง ระหว่างนั้นก็ยังปวดหัวอยู่ แต่ทันทีที่การผ่าตัดครั้งแรกที่เอาอีก้อนมะเร็งนั้นออกไป ตื่นเช้ามาอาการปวดหัวก็หายไปเป็นปลิดทิ้งเลย

... เคยถามคนที่เป็นโรคมะเร็งคนอื่นๆ มีหลายคนมากนะคะ ที่อาการปวดศีรษะมาปรากฏเตือนอย่างชัดเจน หลายคนไม่ทราบ คิดว่าตัวเองเป็นไมเกรน เป็นโน่นเป็นนี่ ไปตรวจ ไปรักษาหลายอย่างมาก สุดท้ายจึงมาตรวจหาเซลล์มะเร็งก็ปรากฏว่าเป็นจริงๆ ด้วย

... ไม่ได้บอกว่า ถ้าปวดหัวแล้วจะต้องให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมะเร็ง แต่อยากบอกว่า ถ้ามีอาการปวดหัวบ่อยๆ ปวดมากๆ กินยาก็ไม่หาย ขอให้รีบไปตรวจหาสาเหตุให้เจอ และหากว่าทำหลายอย่างแล้วก็ยังไม่พบสาเหตุ ก็กล้าๆ ไปลองตรวจมะเร็งดูเลย ไม่ต้องทนรอจนนาทีสุดท้าย เพราะที่เคยได้พูดคุยมา คนที่ปล่อยไว้นานๆ จนสุดท้ายไม่มีอะไรจะตรวจแล้ว จึงได้ไปตรวจมะเร็ง ... หลายคนที่ว่านี้.... ตรวจพบอาการของโรคในขั้นสูงๆ และบางคนก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว....

... อย่ากลัว แต่จงรู้เท่าทัน .... ไม่ว่ามีอาการความผิดปกติใดๆ ในร่างกาย.... อย่านิ่งนอนใจ ไปตรวจให้รู้แน่ๆ ว่ามันเป็นอะไร ... ย้ำ ตรวจแบบที่ให้ผลแน่นอนนะคะ ไม่ใช่แค่การวินิจฉัยคร่าวๆ

... ขอยกตัวเอย่างตัวเอง เจอก้อนเนื้อแล้ว ตอนไปตรวจครั้งแรก หมอเอาเข็มจิ้มดูดเนื้อเยื่อไปตรวจ ผลยืนยันว่า "ไม่เป็นมะเร็งครับ" ... ดิฉันถามหมอว่า "ความแม่นยำของผลตรวจกี่เปอร์เซ็นต์" หมอบอก "96.4%" ดิฉันบอกหมอว่า "ไม่ค่ะ ต้องขอตรวจแบบให้ผลแน่นอน 100%" หมอบอกว่า "งั้นต้องผ่าเอาทั้งก้อนต้องสงสัยไปตรวจ" ... ดิฉันยืนยันกับหมอว่า ..."ผ่าเลยค่ะ" .... หลังจากนั้น 7 วันดิฉันก็กลายเป็นคนไข้โรคมะเร็ง ต้องผ่าตัดเพิ่ม และรักษาตัวอีกเกือบปี .... ถ้าดิฉันเป็นคนยังไงก็ได้ ...ไม่เป็นเหรอ ... เออ...มีความเสี่ยงแค่ 3.6% (ผลตรวจมีความแม่นยำ 96.4%) เหรอ จิ๊บๆ ... เราคงไม่เป็นหรอกมั้ง ... ถ้าดิฉันเป็นคนอย่างนั้น ป่านนี้ก็คงไม่มานั่งพิมพ์เรื่องราวให้เพื่อนๆ อ่านหรอกค่ะ

... ด้วยความที่โรคมะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนเป็นจำนวนมากและนับวันจะยิ่งรุนแรงและเป็นกันมากขึ้น คนที่มีฐานะดี ก็มักหาวิธีการรักษาต่างๆ นานา บางคนก็ยอมจ่ายให้กับสถานบำบัดทางเลือกที่มีราคาสูงลิ่ว เราเองก็ได้รับคำแนะนำให้ไปลองรับการบำบัดบรรเทาความทรมานที่สถาบันแห่งหนึ่ง ... แพงมาก... ดูราคาแล้วก็ต้องส่ายหัว แต่เราก็ลองหาข้อมูลไปศึกษาว่า แนวทางเค้าคืออะไร ... ดูแล้ว ไม่ว่าจะมองมุมไหน...มันก็เรื่องธรรมชาติ...ทั้งนั้น ปรับการกินการอยู่ การทำนุบำรุงกายและใจ... เราทำเองที่บ้านเราก็ได้นี่นา ทำไมต้องไปเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสน ให้เค้ามาควบคุมเรา บอกเราว่าแต่ละวันเราจะต้องทำอะไร... ดังนั้นไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเสียเงินมากมายเพื่อให้มีสุขภาพดี คนฐานะกลางๆ หรือยากจนก็สามารถมีสุขภาพดี มีสิทธิ์ที่จะพ้นความทุกข์ทรมานจากโรคร้ายได้ โดยไม่ต้องเป็นเศรษฐีมีเงินมากมายไปจ่ายให้กับสถาบันแพงๆ ทั้งหมดนี้อยู่ที่ตัวเราที่จะทำตัวอย่างไร ...

... จากจุดนั้น นั่นคือการเริ่มปฏิบัติการ ลงมือศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ ทั้งจากในประเทศ และความรู้ของต่างประเทศที่เค้ามีองค์ความรู้เรื่องโรคมะเร็งและแนวทางการรักษาแบบทางเลือก และเราก็พิจารณาเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเรา ลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ทำเองที่บ้าน... ผลก็คือ เรามีชีวิตที่เป็นสุขมากขึ้นกว่าปกติตอนที่ไม่เป็นอะไรเสียอีก ไม่ทุกข์ทรมานอะไรมากมายจากฤทธิ์คีโม หรือแทบจะไม่ทรมานเลยด้วยซ้ำ ก็ว่าได้...

ดังนั้น...จงมีชีวิตอยู่อย่างมีสติ ทั้งยามดี และยามเจ็บป่วย ใครแนะนำอะไร ... อย่าเพิ่งไปเชื่อทันที แต่ก็อย่าเพิ่งไปคัดค้าน ศึกษาแนวทาง ดูตรรกะ พิจารณาตามเหตุและผลว่าทำไม อย่างไร แล้วเลือกหยิบส่วนที่ดีมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง เท่าที่เราเชื่อ และเท่าที่เราทำได้ ... ย้ำ...จะต้องไม่กระโจนลงไปทันทีกับคำแนะนำที่บอกต่อกันมาโดยไม่พิจารณาเหตุผล...

... ใครที่มีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงที่กำลังทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งและการรักษา จะนำเรื่องนี้ไปเล่าสู่กันฟัง หรือบางท่านอยากจะลองพิจารณาดูว่า จะนำไปปรับใช้ได้มั้ย ก็แล้วแต่วิจารณญาณนะคะ แต่สิ่งที่แนะนำเหล่านี้ คือวิธีธรรมชาติล้วนๆ ค่ะ เป็นการปรับวิถีการกินการอยู่ของตัวเอง ไม่ได้เป็นวิธีทีแปลกประหลาดพิสดารหรือต้องลงทุนอะไรมากมาย

ก่อนอื่นขอเกริ่นเล็กน้อย เผื่อบางท่านอาจจะไม่เข้าใจมาก่อน

... ตัวยาคีโมมันเป็นส่วนผสมของยาชนิดต่างๆ เอามารวมกันอยู่ในขวด แล้วค่อยฉีดเข้าร่างกายเหมือนกับการฉีดน้ำเกลือ แต่โปรดทราบนะคะว่า คีโม คือตัวยาเคมี จัดได้ว่าเป็นยาพิษที่ฉีดเข้าร่างกายเพื่อขจัดเซลล์มะเร็งในร่างกาย ดังนั้นเมื่อยาพิษนี้มันเข้าไป มันไม่รู้หรอกว่าอันไหนเซลล์ดีอันไหนเซลล์มะเร็ง มันลุยดะ ทำร้ายไปหมด โดยเฉพาะพวกเซลล์ในร่างกายที่มีลักษณะเป็นเยื่อบุหรือมีความอ่อนบางเช่น ภายในช่องปาก ลำไส้ กระเพาะอาหาร อวัยวะภายในร่างกายที่มีลักษณะที่เป็น growth cells คือเซลล์ที่เจริญเติบโต เช่น ผม เส้นขน เล็บ ผิวหนังทั่วร่างกาย ฯลฯ ดังนั้นคนที่ได้รับคีโมส่วนมากก็จะผมร่วง มากน้อยก็แล้วแต่ หรือที่เราเห็นกันบ่อยๆ ที่ผมร่วงจนหมดศีรษะ แต่ที่เราไม่เห็นคือ ความทรมานภายในสรรพางค์กาย เจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง ปวดตามข้อต่างๆ ปวดท้องปวดไส้เพราะฤทธิ์คีโมกัดทำลาย เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียร บางคนภายในช่องปากมีอาการผิวกะพุ้งแก้มลอกตัวจนแทบจะกินจะอะไรไม่ได้ ผิวโดนแสงแดดนิดนึงก็แสบไหม้ ดำเกรียม เราจึงเห็นคนไข้โรคมะเร็งในระหว่างให้คีโมมีผิวดำคล้ำ หน้าหมองเหมือนไหม้แดด (แต่ตัวเองไม่มีอาการนี้เลยค่ะ) ...

... คำถามที่เพื่อนๆ หลายคนที่ถามมาเป็นคำถามคล้ายๆ กัน คือ เมื่อเกือบ 4 ปีก่อนที่ตัวเองต้องรับคีโมเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ได้ทำอะไรบ้างจึงดูไม่ทุกข์ทรมาน แถมยังดูสดใสเสมอตลอดการรักษา ... นี่คือสิ่งที่ปฏิบัติค่ะ ....

1) การดื่มน้ำย่านางคั้นสด เป็นประจำ ซื้อใบย่านางจากตลาดสดทั่วไป 10 บาทเยอะแยะเลย คั้นกินได้ 2 วัน โดยการเอามาล้างทำความสะอาดแล้วก็คั้นบีบด้วยมือหรือจะปั่นแล้วคั้นเอาแต่น้ำก็ได้ ถ้ากลัวขมมากก็เติมใบเตยนิดนึงคั้นด้วยกันค่ะ แต่อย่าใส่น้ำผึ้งนะคะ ห้ามหวานเด็ดขาด

ดื่มน้ำย่านางตลอดวัน ประมาณวันละ 1 ลิตรหรือมากกว่านั้นก็ได้ ดื่มได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ลดพิษร้อนจากคีโมได้ดีมาก เพราะย่างนางคือพืชฤทธิ์เย็นมาก คนธรรมดาที่ไม่ได้รับคีโมไม่ควรจะดื่มเกินวันละ 2 แก้ว และไม่ควรดื่มหลังบ่าย 3 มันจะไม่ค่อยดีต่อร่างกาย เพราะมันเย็นเกินไปต่อร่างกายคนปกติ แต่กับคนทำคีโม มันช่วยดับพิษความร้อนจากคีโมได้ดีมาก กับตัวเองดื่มประจำทุกวันวันละกว่า 1 ลิตร ไม่ค่อยรู้สึกร้อนข้างในเลย

นับว่าเป็นบุญวาสนานะคะที่มีกัลยาณมิตร . ตลอดการรักษาได้น้องจุ๊ เป็นทั้งเพื่อนบ้านและเพื่อนน้องสาวด้วย กรุณาเหลือเกิน คั้นน้ำย่านางสดๆ มาให้ดื่มทุกวัน ... รู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ

2) การรับประทานผักและผลไม้สดในปริมาณที่เยอะมาก ผักสดๆ วันละเกือบครึ่งกิโลกรัม และผัดผักต่างๆ อีกมากมาย ส่วนผลไม้ก็เน้นกินผลไม้ที่มียาง เชื่อว่ามันช่วยเคลือบกระเพาะอาหารค่ะ เพราะคีโมมันจะกัดมาก ผลไม้พวกนี้เช่น มะละกอ กล้วย โดยเฉพาะกล้วยหอมสุกจนเกือบเน่า ที่เค้าว่ามันมีสารอะไรช่วยบรรเทาคนที่เป็นมะเร็งได้ดี ส่วนมะละกอ ก็แบบสุกๆ แช่เย็นจัด ทั้งสองอย่างนี้กินประจำ ดีจริงๆ ค่ะ แทบไม่มีอาการปวดท้องเลยตลอดการรักษา

3. งดการบริโภคเนื้อสัตว์ คือโดยปกติตัวเองก็ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ทั้งปวงอยู่แล้ว กินแต่ปลา และเชื่อว่า การกินพวกเนื้อสัตว์ใหญ่นั้น ทำให้ร่างกายภายในทำงานหนักมาก ยิ่งให้คีโมอยู่ ก็อย่าไปซ้ำเติมระบบการทำงานภายในเลย ให้เค้าได้พักจริงๆ แต่...คนไข้ที่รับคีโมนั้น จะทำให้เกล็ดเลือดลดลงมากและลดลงไปเรื่อยๆ จนน่ากลัวเพราะร่างกายผลิตไม่ทันกับที่โดนคีโมทำลาย ดังนั้นคนไข้จะต้องกินโปรตีนเยอะๆ เพื่อสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า จะมีการแนะนำให้รับประทานเนื้อสัตว์มากขึ้น และตอนนั้นตัวเองก็โดนทั้งคุณหมอและพยาบาลวอนขอแกมขู่ว่า กรุณากลับไปรับประทานเนื้อสัตว์เถอะ ร่างกายจะได้มีโปรตีนในการสร้างเกล็ดเลือดนะ ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์ ร่างกายคุณจะอ่อนแอมาก คุณจะรับการคีโมไม่ไหว ... แต่เราก็ยืนยันกับคุณหมอว่า จะขอหาวิธีใส่โปรตีนให้ร่างกายตัวเองด้วยวิธีอื่นแทน โดยไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ขอกลับไปกินเนื้อสัตว์อีก .. ซึ่งเราก็เน้นกินปลามากขึ้น กินไข่ขาวมากขึ้น ต้มไข่ให้สุกทีละ 6 ใบ ควักไข่แดงออก เอาไข่ขาวมาประกอบอาหาร บางวันก็กินไข่ขาวถึง 10 ใบ ขอบอกว่า เอาอยู่ค่ะ แต่มีบางช่วงที่เกล็ดเลือดต่ำมาก นั่นเป็นเพราะนอนน้อย มัวแต่บ้าทำงาน เนื่องจากในระหว่างรักษาตัว ไม่ได้หยุดงานค่ะ ไปทำงานตามปกติ ซึ่งบางช่วงเป็นช่วงเร่งงานก็จะดึกหน่อย .... ผลคือ เกล็ดเลือดลดต่ำลงมากจนน่าตกใจ ซึ่งหลังจากครั้งนั้นก็ไม่ทำตัวแบบนั้อีกเลยค่ะ

4. จิตใจที่เบิกบานเข้มแข็ง.... เป็น อีกปัจจัยที่อยากแนะนำที่สุดคือ การควบคุมสมาธิและจิตใจของตัวเอง พยายามทำใจให้เบิกบาน ทำจิตให้เข้มแข็ง แรกสุดจะต้องงดรับรู้ทุกอย่างที่ทำให้เครียด ไม่ว่าจะเป็นการฟังเรื่องราว ชมรูป ฟังเสียง หรือการชมคลิปอะไรที่โหดๆ ร้ายๆ ห้ามเลยค่ะ เพราะนั่นเป็นการเติมความตึงเครียดให้จิตใจ ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายความเข้มแข็งของจิต ... สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ การสวดมนต์ นั่งสมาธิ นอนสมาธิ ทำให้ใจสงบและเป็นสุขได้อย่างประหลาด เพราะว่าคนไข้ที่รับคีโมมักจะนอนไม่หลับ ประสาทตื่นตัว ข้างในมันร้อน... การสวดมนต์ นั่งสมาธิ และนอนสมาธิ (นอนสวดมนต์จนหลับไป) ทำให้หลับสบาย พักผ่อนได้เต็มที่

ถึงตรงนี้คงต้องเล่าเพิ่มนิดนึงว่า ส่วนตัวนับถือหลวงปู่ทวดฯ มาก ปกติก็สวดทุกวันอยู่แล้ว แต่ช่วงที่ป่วย สวดบูชาท่านมากขึ้น วันละหลายเวลา คราวละประมาณ 99 จบหรือมากกว่านั้น รู้สึกดึขึ้นอย่างน่าประหลาดทุกครั้ง รู้สึกได้ถึงพลังที่ได้รับเพิ่มขึ้น ... ขนาดที่ว่าพอให้คีโมเสร็จ ก็สามารถลุกขึ้นเดินเหิรไปไหนมาไหนได้เองแบบคนปกติ ไม่มีหน้าซีดหน้าเซียว ไม่เวียนหัว ไม่คลื่นไส้ จนพยาบาลที่ห้องคีโมทักว่า พี่เป็นคนที่แข็งแรงมากๆ

5. อย่าไปที่ที่มีคนเยอะ .... ทีนี้พอบอกว่า ควรสวดมนต์ นั่งสมาธิเยอะๆ ญาติๆ ก็อาจจะอยากพาไปทำบุญที่โน่นที่นี่ ... โดยเฉพาะที่เขาว่าดังๆ คนไปกราบไหว้มากมาย ขอบอกว่า ห้ามเด็ดขาด เพราะร่างกายจะติดเชื้อง่ายมาก เนื่องจากคีโมมันไปทำลายภูมิต้านทานทำให้ภูมิต้านทานต่ำมาก (มากจนน่าตกใจ) บางคนรักษาโรคมะเร็งยังไม่ทันหาย ก็ไปติดหวัด ลามจนเชื้อเข้าปอด เข้ากระแสเลือด ก็มี บางทีญาติๆ หรือใครหวังดี พาไปไหว้พระ แออัอยัดทะนานกันไป หวังจะได้บุญรักษากลับไปติดเชื้อโรคมาแทน หนักเข้าไปอีก ควรสวดมนต์ที่บ้านดีที่สุด ยิ่งถ้าบ้านมีสวน ให้ออกไปยืนกลางแจ้ง สูดลมหายใจให้ลึกที่สุดเพื่อให้ออกซิเจนช่วยเข้าไปกระตุ้นภูมิต้านทานให้ร่างกาย สดชื่นค่ะ ตัวเองก็ทำบ่อยๆ ที่ระเบียงบ้านชั้นสองที่หันหน้าเข้าสวนทีมีต้นไม้ใหญ่ๆ มากมาย

เอาเป็นว่านั่นคือคำแนะนำคร่าวๆ เบื้องต้นนะคะ รายละเอียดปลีกย่อยมีมากค่ะ แต่ขอข้ามไป เอาที่เป็นเรื่องหลักๆ และตัวเองก็ทำตามที่กล่าวมาทั้งหมด ... รู้สึกสดชื่นดีมากในระหว่างการรักษา ทรมานเฉพาะในวันสองวันแรกที่รับคีโมแต่ละครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยาต่างๆ ประมาณ 6 ชนิด ที่หมอให้มากินหลังคีโม เช่น ยาเจริญอาหาร ยาลดกรด ยาแก้เวียนหัวคลื่นไส้ ยานอนหลับ ฯลฯ เหล่านี้ไม่ได้ใช้เลยค่ะ เพราะไม่เกิดอาการอะไรมากมายก็ไม่ต้องกิน ผลก็คือ ตับก็ไม่ต้องทำงานหนักขึ้น .... ผมเผ้าก็อยู่ดี ไม่ได้ร่วงหมดศีรษะ แต่ช่วงท้ายๆ ของการรักษาก็ร่วงเยอะ จนสระผมไป ร้องไห้ไป ... ใครผ่านตรงนี้มาแล้วคงเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดี

แต่เมื่อผ่านมันมาได้ .... รู้สึกได้เลยว่า ชนะอะไรก็ไม่เท่า การชนะใจตัวเอง ... การที่เราไม่จมปลักอยู่กับความทุกข์ ไม่จมอยู่กับอารมณ์ที่หวาดกลัว ไม่ท้อใจ ไม่เลย ... นี่แหละค่ะ คือสิ่งที่เรียกว่า เป็นชัยชนะของตัวเราเอง และเชื่ออย่างที่สุดว่า เรามีค่าพอที่จะอยู่ต่อไป ...

ใครต้องการแชร์หรือนำไปเล่าสู่ให้กับใครก็ตามที่คิดว่าจะมีประโยชน์ .. เชิญตามสบายค่ะ และใครที่เจ็บป่วยอยู่ก็ขอให้ทุเลา บรรเทา และหายดีในที่สุดนะคะ


ที่เคยเขียน Note โต้แย้งเรื่องน้ำมะนาวโซดารักษาโรคมะเร็ง (แย้งว่าไม่จริง) มีคนนำไปแชร์ต่อเกือบ 1,000 ครั้งแล้ว คิดว่าตัวเองก็เขียนชัดเจน และจั่วหัวว่า พิจารณาให้ดีก่อนแชร์หรือเชื่อ... แต่ยังมีบางคน (ส่วนน้อย) นำไปแชร์แบบ...อย่าว่าแต่พิจารณาเลย แม้แต่อ่านก็ยังไม่ได้อ่าน แต่เอาไปแชร์และโปรยข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดไปจากสาระที่บอกกล่าวใน Note
เช่น ใน Note แย้งว่า น้ำมะนาวโซดาไม่ได้ช่วยรักษาโรค เค้าก็เอาไปโปรยว่า น้ำมะนาวโซดาช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริง คนละเรื่องเลย .. ใน Note บอกว่า มะนาว เป็นอาหารที่เป็นด่าง คือเมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้ในเลือดมีสภาวะเป็นด่าง เค้าก็เอาไปแชร์โดยโปรยนำว่า มะนาวเป็นอันตรายเพราะมีฤทธิ์เป็นกรด
..... เห็นแล้วอยากแย้งแต่เค้าตั้งค่าไว้ ถ้าไม่ใช่เพื่อน จะแสดงความเห็นไม่ได้ ก็ได้แต่ถอนหายใจ เราสรรหาข้อมูลมากมายเอามาสกัดให้อ่านง่ายๆ แต่ก็ไม่อ่าน เห็นอะไรก็กดแชร์เลยแล้วใส่คำพูดตัวเองลงไปที่ไม่ตรงกับข้อความใน NOTE ...
... น่ากลัวนะสังคมแบบนี้ ข้อมูลมากมาย ถูกผิดไม่รู้ เห็นปั๊ปแชร์ปุ๊ป มันแย่ตรงที่ว่า ข้อมูลบางอย่างมันเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายซึ่งไม่มีมูลความจริง ไม่มีที่มาที่ไปหรือแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน เน้นตื้นเต้นเร้าใจจนต้องแชร์ทันที ทีนี้บางคนดันเชื่อแล้วไปทำตาม ทำให้อาจเกิดความเสียหายต่อสุขภาพไปใหญ่



สาวๆ ทั้งหลายอย่าได้กลัวความชรา เราเองก็เคยกลัว แต่เมื่อชีวิตกำลังจะมุ่งเข้าสู่เลข 5 ในอีกไม่กี่เดือนนี้ เรากลับรู้สึกว่าเรารักความมีอายุของตัวเอง อย่าได้บอกว่าตัวเราดูเหมือนคนอายุ 30 เราชอบชีวิตของตัวเองตามอายุจริงที่เป็นอยู่ แน่นอนว่าชีวิตมันอาจไม่สวยงามในทุกย่างก้าวหรือทุกวัน แต่ทุกๆ ครั้งที่มีปัญหาหรือความท้าทายใดๆ เข้ามา เราสามารถตั้งรับหรือโต้ตอบหรืออยู่กับทุกสถานการณ์ได้ มันเป็นไปอย่างอัตโน...มัติตามสัญชาตญาณโดยเจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งผู้ผ่านคืนวันประสบการณ์มาอย่างมากเท่านั้นที่จะรู้ได้ ... นี่คือแแง่มุมที่งดงามของความสูงวัย
ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าให้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวนะคะ ดูแลตัวเองให้ดี เน้นที่สุขภาพกายและใจควบคู่กันไปเป็นสำคัญ อยากทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเถิด ทั้งหมดนี้คือ อย่าไปหมกมุ่น อย่าไปอาลัยอาวรณ์กับสังขารมากเกิน
Girls...don't be scared of ageing...yeah...I used to fear but when life approaching 50...I love getting older... Don't tell me that I look like 30s or like a young girl ... I do love the way I am at my age. Every time when there were unexpected problems or any challenges, I knew what to do or how to deal with them intuitively with less pain. This is an advantage derived from accumulation of experiences over time. Only elder people know what I mean.
This is the beauty of ageing.
See More



MANA PRADITKET

MANA PRADITKET
Handpainted oil painting by Mana Praditket

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
Original handpainted oil painting by Niran Paijit

PRAYAD TIPPAWAN

PRAYAD TIPPAWAN
ORIGINAL IMPRESSIONAL OIL PAINTING BY PRAYAD TIPPAWAN

Achara 34 (24x36)

Achara 34 (24x36)
ORIGINALl OIL PAINTING

Amornsak Livisit 74 (24x36)

Amornsak Livisit 74 (24x36)
ORIGINAL OIL PAINTING, Impressionist style

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)
Original handpainted oil painting abstract style

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
ORIGINAL ABSTRACT STYLE OIL PAINTING BY NIRAN PAIJIT

Chavalit (Pong)

Chavalit (Pong)
PINTO Horses

Komez 78 (22x30)

Komez 78 (22x30)
Original handpainted pastel painting on paper

KOMES

KOMES
Handpainted pastel painting by Komez

PRATHOUN

PRATHOUN
ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING BY PRATHOUN

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
ORIGINAL OIL PAINTING BY THAVORN IN-AKORN (SIZE 20x30")

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
Original oil painting by Thavorn In-akorn

Facebook


ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING

PHOTO GALLERY

PHOTO GALLERY

Facebook

PHOTO GALLERY