GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL

GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL
LONG LIVE THE KING BHUMIBHOL

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

แดงพิษณุโลกกลับใจ! หันหลังให้เพื่อไทย บอกสู้เพื่อ “ทักษิณ” สู้ไม่ไหวแล้ว ขี้ข้าชู เมืองหลวงเชียงใหม่

       


        เสื้อแดงพิษณุโลกกลับใจ เลิกเคลื่อนไหวร่วมพรรคเพื่อไทย-ก๊กแดง บอกผิดหวังกับระบอบแม้ว ทำ พท.กลายเป็นพรรคเพื่อใคร คอยฟังแต่คำสั่งดูไบ ยันสู้ร่วมกับเสื้อแดงมาตลอด แต่วันนี้ให้สู้เพื่อ “ทักษิณ” สู้ไม่ไหวแล้ว
      
        วันนี้ (30 ม.ค.) นายกิตติพันธุ์ ยวนทอง แกนนำ นปช.พิษณุโลก หรือเสื้อแดงพิษณุโลก วัย 52 ปี ได้นัดนัดหมายสื่อมวลชนในจังหวัดพิษณุโลกที่ถนนวังจันทน์ หน้าศาลจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเปิดใจถึงความรู้สึกที่มีต่อพรรคเพื่อไทย หลังเข้าฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น กรณีที่กลุ่ม นปช.พิษณุโลก รวมตัวก่อเหตุขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้ไปรักษาความสงบที่กรุงเทพฯ
       
        นายกิตติพันธ์เปิดเผยว่า วันนี้ศาลชั้นต้นนัดตนมารับฟังคำพิพากษา คดีที่ขัดขวางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพฯ ที่หน้าค่าย ตชด.31 พิษณุโลก เมื่อปี 2553 ซึ่งเหลือตนต่อสู้คดีอยู่คนเดียวตามลำพัง และวันนี้ศาลก็ได้ตัดสินยกฟ้อง ส่วนจะมีการอุทธรณ์หรือไม่ตนก็ไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับอัยการจังหวัด
      
        แต่ตนผิดหวังกับพรรคเพื่อไทย เพราะนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาตนร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม นปช.พิษณุโลกมาตลอดเพื่อต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย เป็นทั้งแกนนำ ลงทั้งเงิน ทั้งแรง
      
        ร่วมกับเสื้อแดงพิษณุโลกทำกิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร เรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อปี 2553 ก็เป็นแกนนำร่วมกับ นปช.พิษณุโลก ขัดขวางเจ้าหน้าที่ที่หน้าค่าย ตชด.31 เพราะไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงเทพฯ จนถูกส่งฟ้องดำเนินคดีต่อ นปช.พิษณุโลกอีกหลายคน
       
        ในการต่อสู้คดีก่อนหน้านี้เคยมีอดีต ส.ส.มาช่วยประกันตัว แต่หลังจาก ส.ส.หมดสภาพตามรัฐธรรมนูญ ตนก็เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยมาช่วยประกันตัวตน แต่เขาไม่มา และไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากพรรคเพื่อไทย กระทั่งศาลได้ตัดสินชั้นต้นยกฟ้องในวันนี้
      
        “ผิดหวังกับพรรคเพื่อไทย ผิดหวังกับระบอบทักษิณ พรรคเพื่อไทยบอกว่าเรียกร้องประชาธิปไตย แต่พรรคกลับไม่ใช่พรรคประชาธิปไตย ไม่มีประชาธิปไตยในพื้นที่ เป็นพรรคที่รับคำสั่งโดยดูไบอย่างเดียว คำสั่งชี้เป็นชี้ตายทุกอย่าง ไม่ว่างบประมาณ ไม่ว่าอะไรทุกอย่าง จะมีกลุ่มของตระกูลชินวัตรอย่างเดียว”
      
        นายกิตติพันธ์บอกว่า เราเล่นการเมือง เรียกร้องประชาธิปไตยมาตั้งแต่พลังธรรม ในฐานะที่ตนเป็น นปช.เพื่อร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ปรากฏว่าขณะนี้พรรคไม่เป็นประชาธิปไตย ความเป็นประชาธิปไตยไม่มี เป็นพรรคเพื่อใคร
      
        นายกิตติพันธ์ย้ำว่า นปช.พิษณุโลกน่าสงสาร ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันดี ต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยมาตลอด แต่ว่านักการเมืองกลับคอยฉกฉวยผลประโยชน์มากกว่า ประชาชนคนพิษณุโลกรักประชาธิปไตย นปช.พิษณุโลกอยากเห็นประเทศชาติอยู่ตรงกลาง ให้ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวารักสามัคคีกัน
      
        “ผมร่วมกับเสื้อแดงมาตลอด วันนี้อยากสู้ แต่สู้เพื่อทักษิณ ผมสู้ไม่ไหวแล้ว”
      
        ผู้สื่อข่าวถามเหตุที่ผิดหวังเพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้เลือกเขาลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่พิษณุโลกใช่หรือไม่ นายกิตติพันธ์อ้างว่าไม่ใช่ แต่การรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พิษณุโลก นั้น จู่ๆ มีคนของพรรคเพื่อไทยมาลงสมัคร ส.ส. ซึ่งคนเสื้อแดง นปช.พิษณุโลกยังไม่รู้จักเลย แล้วอย่างนี้เรียกว่าพรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรคหรือไม่
      
        “ไม่ใช่เพียงพิษณุโลกเขตเดียว ทั่วประเทศเป็นอย่างนี้หมด ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร อยู่ที่คนมีเงินไหม แล้วประชาชนมันจะมีประชาธิปไตยหรือไม่ เขาเห็นว่าเพื่อไทย เห็นว่ายิ่งลักษณ์ แค่นี้หรือ”
      
        นายกิตติพันธ์เผยต่อว่า ตนสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยช่วงปี 2552 คงจะไปลาออกแล้ว ไม่อยากเห็นประชาชนแตกแยกกัน วันนี้ตนก็เป็นเสื้อแดง เป็น นปช. แต่เป็นเสื้อแดง เพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ไม่ให้เป็นประชาธิปไตยเพื่อใคร คนแตกต่างทางความคิดได้ แต่ไม่แตกแยก ไม่ใช่ว่าคนคิดต่างไม่ใช่พวก
      
        นายกิตติพันธ์บอกอีกว่า ทุกวันนี้ประชาชนคนไทยเสพสื่อเพียงข้างเดียว บางคนเอียงซ้ายตลอด บางคนเอียงขวาตลอด มันต้องเสพหลายๆ ข้าง ควรจะสลับฟังทั้งสองข้าง ทุกวันนี้บ้านเมืองแตกแยก ความเห็นต่าง ที่จริงแล้วเป็นประชาธิปไตย
      
        “แต่ความเห็นต่าง แล้วไม่เคารพ ทะเลาะกัน ถึงฆ่ากันตาย มันคุ้มไหมครับ”
      
        ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับเสื้อแดง แล้วจะร่วมกับกลุ่มเสื้อขาว หรือเสื้อเหลือง นายกิตติพันธ์ย้ำอีกว่า จะไม่อยู่ทั้งสองฝ่าย ขออยู่กลางๆ จะไม่ร่วมกิจกรรม นปช.เด็ดขาด และเตรียมไปลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย
      
        “ผมเป็นเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่เสื้อแดงเพื่อใคร ผิดหวังกับระบบทักษิณ ปั้นมาด้วยมือ แต่ไม่ขอลบด้วยเท้า แม้กระทั่งช่วงรัฐประหารผมก็ไม่อยากพูด ผมทำอะไรให้ทักษิณ แต่ทักษิณไม่เคยช่วยอะไรผม เขาไม่เคยให้อะไรผม ผมดูแลตัวเองมาโดยตลอด”

        หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์จากฮ่องกงเผยแพร่รายงานว่า คนเสื้อแดงพร้อมต่อต้าน หากกองทัพก่อรัฐประหาร และพวกตนจะตั้งเมืองหลวงที่เชียงใหม่ โดยนายทอม ฟอว์ธรอป ผู้สื่อข่าวที่เขียนรายงานชิ้นนี้จากสันกำแพง ได้สัมภาษณ์พวกแกนนำคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่หลายราย บางคนคาดคะเนด้วยว่าหากกองทัพพยายามโค่นอำนาจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งรายนี้จะล่าถอยกลับมาเชียงใหม่แล้วจัดตั้งรัฐบาลที่นี่
        รายงานซึ่งเผยแพร่ทางเว็บไซต์เมื่อคืนวันที่ 29 มกราคมกล่าวว่า แม้ผู้เชี่ยวชาญบางคนจะเชื่อว่าการย้ายศูนย์บัญชาการของรัฐบาลมายังเชียงใหม่ไม่น่าจะเป็นไปได้จริง แต่ผู้สนับสนุนรัฐบาลนี้ เช่น นายมหวรรณ กะวัง แกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่ เชื่อว่าขบวนการของพวกตนมีพลังมากพอที่จะท้าทายกองทัพ
        "เราไม่กลัว เสื้อแดงทุกกลุ่มเป็นเอกภาพ เราพร้อมจะพลีชีพของพวกเรา" นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันศึกษาเก่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว "เป็นไปได้ที่รัฐบาลจะย้ายมาเชียงใหม่ เราสามารถเอาชนะรถถังได้ เพราะเรามีมวลชนจำนวนมาก"






  




เสื้อแดงถูกเบี้ยวค่าจ้าง 1.5 ล้านให้เผาศาลากลาง ธนาคาร ฯลฯ ติดคุกฟรี ๆ








เสื้อแดงที่พ้นโทษพูดถึงแกนนำ


แดงกลับใจ ไม่ให้หลอก บอกขอโทษคนไทย



แดงกลับใจ อยุทยา ที่เวทีผ่านฟ้า 15 พ ย 56

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

Killer shoot SUTIN TARATIN (Anti-government protester leader)




บ.เจ้าหนี้ “กิตติรัตน์”ทำธุรกิจ3 ปี ย้อนหลัง “ขาดทุนยับ”-แต่มีเงินปล่อยกู้ 12 ล.

เจาะงบดุล "บ.คาเธ่ย์ แอสแซท" เจ้าหนี้เงินกู้ปริศนา "กิตติรัตน์" พบทำธุรกิจ 3 ปีย้อนหลัง "ขาดทุนยับ"แต่แจ้งยอดเงินปล่อยกู้บุคคล-กิจการอื่น กว่า 12 ล้าน kkkttt หลายคนอาจจะทราบแล้วว่า บริษัท คาเธ่ย์ แอสแซท แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นธุรกิตส่วนตัวของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คนปัจจุบัน โดยในช่วงก่อนที่นายกิตติรัตน์ จะเข้ารับตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันที่ 10 สิงหาคม 2554 ได้โอนหุ้นบริษัทให้ไปอยู่ในความรับผิดชอบของกองทุนส่วนบุคคล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง โดย บลจ.กรุงศรี จำกัด (รวมถึงหุ้นในส่วนของภรรยา นายกิตติรัตน์) ขณะที่แจ้งข้อมูลในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า อยู่ในสถานะลูกหนี้ของบริษัท จากการทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 6 แสนบาท กำหนดระยะเวลาชำระหนี้ 1 ปี คือนับตั้งแต่ วันที่ 5 เมษายน 2554 ถึงวันที่ 5 เมษายน 2555 ล่าสุดในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ช่วงพ้นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ครบ 1 ปี ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2556 นายกิตติรัตน์ แจ้งต่อป.ป.ช. ว่า ยังเป็นลูกหนี้เงินกู้ของบริษัท คาเธ่ย์ฯ อยู่ โดย ณ วันที่ 18 มกราคม 2556 มียอดหนี้เหลืออยู่เป็นจำนวนเงิน 384,179.45 บาท (ผ่านพ้นกำหนดวันที่ 5 เมษายน 2555 มานานเกือบ 10 เดือน) สถานะทางธุรกิจของบริษัท คาเธ่ย์ แอสแซท แมเนจเม้นท์ จำกัด เจ้าหนี้ ของ นายกิตติรัตน์ เป็นอย่างไรบ้าง? สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบข้อมูลงบดุลบริษัท คาเธ่ย์ แอสแซท แมเนจเม้นท์ จำกัด ที่แจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าย้อนหลังไป 5 ปี พบข้อมูลดังนี้ ปี 2551 บริษัทฯ แจ้งว่ามีรายได้รวม 3,906,068.95 บาท แต่มีกำไรแค่ 357,313.42 บาท ปี 2552 บริษัทฯ แจ้งว่า มีรายได้รวม 3,891,522.14 บาท แต่มีกำไรแค่ 429,704.96 บาท ปี 2553 บริษัทฯ แจ้งว่ามีรายได้รวม 2,910,785.42 บาท แต่ขาดทุน 662,690.02 บาท ปี 2554 บริษัทฯ แจ้งว่า มีรายได้รวม 2,104,421.45 บาท แต่ขาดทุน 1,423,288.32 บาท ปี 2555 บริษัทฯ แจ้งว่า มีรายได้รวม 2,100,615.94 บาท แต่ขาดทุน 956,096.29 บาท ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงการทำธุรกิจ 3 ปีย้อนหลัง บริษัทประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2554 ขาดทุนหลักล้านบาท (นายกิตติรัตน์ เข้ารับตำแหน่งทางการเมืองในช่วงปลายปี 2554) จากการตรวจสอบข้อมูลงบดุล ปี 2554 และปี 2555 ที่บริษัทฯ นำส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รับทราบเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 และ วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 ตามลำดับ (ช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่นายกิตติรัตน์แจ้งว่ากู้เงินจากบริษัทฯ) บริษัทฯ แจ้งไว้ในหมวดทรัพย์สินไม่หมุนเวียนว่า มีเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลหรือกิจการอื่น โดยงบดุลปี 2554 แจ้งตัวเลขไว้ที่ 12,533,623.13 บาท ส่วนปี 2555 แจ้งตัวเลขไว้ที่ 12,396,657.27 บาท คำถามที่น่าสนใจคือ นอกจากเงินจำนวน 6 แสนบาท ที่ปล่อยกู้ให้กับนายกิตติรัตน์ ตามที่แจ้งไว้กับ ป.ป.ช.แล้ว เงินส่วนที่เหลืออีกกว่า 11 ล้านบาท บริษัทนำไปปล่อยกู้ให้ใคร? ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ได้พยายามติดต่อนายกิตติรัตน์ และผู้บริหารบริษัท คาเธ่ย์ฯ ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการปล่อยเงินกู้ดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อ่านประกอบ: เปิดสัญญากู้ปริศนา!วัดใจ"คาเธ่ย์ แอสแซท"เชือด"กิตติรัตน์"จ่ายหนี้เกินเวลา? “กิตติรัตน์"ปล่อยเงินกู้บริษัทตัวเองเข้ากระเป๋า 6แสน-จ่ายหนี้เกินเวลา ตามรอยหนี้สิน "กิตติรัตน์”ก่อนสวมบท“แม่ทัพ” โร่หาเงินกู้โปะจำนำข้าว!

Democracy in Thailand




วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

เปิดสคริปต์ "ดร.สมเกียรติ" เผยความลับ ทักษิณ ผ่านหนังสือ "CONVERSATIONS WITH THAKSIN"

     


เปิดสคริปต์ "ดร.สมเกียรติ" เผยความลับ "ทักษิณ" คำต่อคำ ผ่านหนังสือ "CONVERSATIONS WITH THAKSIN" 
"แผนปูทางกลับบ้าน -จาบจ้วงสถาบันฯ -มุมมองมุสลิม-สนับสนุนทุนเสื้อแดง" ทำไมคนไทย อ่านแล้ว ต้องเกลียด "ทักษิณ" ?




trtryuuiuiuiuiu


สวัสดีมวลมหาประชาชนที่รักและเคารพครับ

เมื่อกี้เพิ่งได้กอดกำนันสุเทพ

เพิ่งได้กอดกำนันสุเทพ จริงๆ …

ผมไม่เคยเจอหน้ากำนันเทพมาก่อนเลย
ไม่เคยพบกันที่ไหน
ไม่เคยคุยกันเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

3 เดือนที่ผ่านมาก็ไม่เคยแม้แต่จะโทรศัพท์คุยกัน

ได้กอดกำนันกับเขาบ้างก็เป็นบุญแล้วสำหรับลูกบ้านหน้าใหม่อย่างผม

จะให้หอมแก้มเหมือนที่คนกรุงเทพหลายคนได้หอม ผมก็เกรงใจ
กลัวจะชอบกำนันมากเกินไป

ท่านทั้งหลายครับ คนเราหาก จะรัก-จะชอบ กัน ก็ไม่ควร รักกัน-ชอบกัน จนหมดสิ้นครบ 100% ควรจะเว้นระยะห่างไว้บ้างพอประมาณ หากรักกันมากเกินไปก็จะไม่กล้าถกเถียงท้วงติง
รักกันมากใกล้ชิดกันมากจนเกินไป ก็อาจจะไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์กัน
ผมจึงขอรักกำนันสุเทพแบบมีระยะห่าง
ขอพื้นที่ไว้ตำหนิวิพากษ์กำนันสุเทพบ้าง ในบางเรื่อง-เวลาที่ผมเห็นว่าต้องทำ

ผมจะไม่ทุ่มเทความรักให้กับชายใดจนหมดตัว
โดยเฉพาะชายแก่ๆอย่างกำนันสุเทพ

คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ในรอบสองเดือนที่ผ่านมาได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ติชมมากมายหลากหลาย ผมเองก็วิหากษ์วิจารณ์อยู่เสมอจากระยะไกล เหมือนกับท่านมวลมหาประชาชนทั้งหลาย รวมทั้งประชาชนที่แม้จะเห็นด้วยกับเหตุผลและหลักการพื้นฐานในการล้มระบอบทักษิณ และให้ปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ยังคงมีเรื่องที่ไม่เห็นพ้องกับกระบวนงานของกปปส.และกำนันสุเทพ อยู่บ้างในบางเรื่องปลีกย่อย
และผมก็พอใจที่กำนันสุเทพรับฟังและปรับวิธีทำงานของท่าน ของ กปปส. เรื่อยมาอย่างไม่รั้งรอ เคารพในเหตุผลของผู้ท้วงติง จนถึงวันนี้

แสดงว่ากำนันสุเทพเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง
รับฟังเสียงของประชาชนทุกฝ่ายทุกคน

ในอีกไม่นาน เมื่อเราสามารถล้มระบอบทักษิณได้สำเร็จ
หากว่าเกิดประชาธิปไตยในแบบควรจะสมบูรณ์
แต่กลับไม่สมบูรณ์ขึ้นมาตามที่กำนันสุเทพวาดหวังไว้
กลายเป็นประชาธิปไตย “ระบอบสุเทพ” ที่ไม่สมบูรณ์ขึ้นมาในอนาคต

มวลมหาประชาชนก็ต้องสามารถ “ล้มระบอบสุเทพ” ได้

นั่นคือประชาธิปไตยที่เราคาดหวังสำหรับประเทศไทยในอนาคต
และนี่คือสังคมประชาธิปไตยที่เรากำลังช่วยกันสร้างกับกำนันสุเทพ และ กปปส.

เข้าเดือนที่ 3 ของการต่อสู้ของท่านทั้งหลายเพื่อล้มระบอบทักษิณ

ซึ่งก็จะต้องเริ่มต้นด้วยการขอให้รัฐบาลอันไม่ชอบธรรมของนาวสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกไป เพราะคุณยิ่งลักษณ์เป็นเพียงคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและผู้รับคำสั่งจาก พตท.ทักษิณ ชินวัตร ให้รับปฏิบัติงานสร้างระบอบทักษิณให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในทศวรรษที่ 2

เรื่องนี้คุณทักษิณไม่เคยปกปิดเป็นความลับแต่อย่างใด
เพียงแต่ว่าคนที่รู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับคุณทักษิณอย่างใกล้ชิดจะไม่ยอมออกมาเปิดเผยกระบวนความคิดและเบื้องหลังการทำงานของคุณทักษิณ ให้สาธารณชนได้รับรู้โดยตรงเท่านั้น

[สนทนากับทักษิณ ที่ Dubai]

เมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2553 ที่บ้านพักเขต Emirates Hills ชานนคร Dubai ประเทศสหรัฐ Arab Emirates คุณทักษิณได้สนทนากับนักเขียนและนักวิชาการชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ Tom Plate เป็นการสัมภาษณ์ 4 รอบ รอบละ 2 ชั่วโมง และคุยกันที่ร้านอาหารบนอาคารสูง Burj Khalifa อีก 1 ครั้ง

ต่อมาอีกครึ่งปี ในกลางปี 2554 มีการสนทนารอบที่ 6 ทั้งหมดนี้ Tom Plate ยังได้ติดต่อคุณทักษิณฯผ่าน E-mail เป็นระยะๆ, โทรศัพท์คุยกันอีก 2 ครั้ง ระหว่าง Tom Plate ที่ Los Angeles กับ คุณทักษิณฯที่ Dubai

บทสนทนาทั้งหมดนี้กลายมาเป็นหนังสือชื่อ CONVERSATIONS WITH THAKSIN พิมพ์จำหน่ายที่สิงคโปร์ ในปี 2554

ในหนังสือเล่มนี้ คุณทักษิณพูดความจริงจากหัวใจอย่างเสรี โดยไม่ระมัดระวังคำพูด
แต่ความจริงจากหัวใจของคุณทักษิณที่ว่านั้นทำให้คนไทยรู้จักระบอบทักษิณดีขึ้น ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณทักษิณ

คุณทักษิณที่ผมรู้จักดีว่าเป็น “คนจริง” และเป็น “คนเก่ง”

คุณทักษิณเป็นคน....ประเทศชาติจริง

และเป็นคน..เก่งจริงๆ
(ดร.สมเกียรติ ระบุบนเวทีว่า คนไทยที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว จะต้องรู้สึกเกลียดและชิงชั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ มากขึ้น) 

ดังที่คุณทักษิณจะเล่าให้ฟังด้วยตัวเองดังต่อไปนี้:

หนังสือ CONVERSATIONS WITH THAKSIN หรือ “สนทนากับทักษิณ” วางขายที่เมืองไทยได้ไม่กี่วันก็ถูกเก็บออกจากร้านหนังสือจนเกลี้ยง แล้วหายวับไปจากตลาด คนไทยจึงไม่มีโอกาสได้ซื้ออ่านกันโดยตรง ผมต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ และซื้อมาหลายสิบเล่ม ไว้แจกเพื่อนๆและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพ ผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งบอกผมว่าหากโทรศัพท์ไปสั่งที่สำนักพิมพ์ที่สิงคโปร์เขาก็จะสั่งให้ร้านที่กรุงเทพเอามอร์ตอร์ไซค์ไปส่งถึงบ้าน

ปัจจุบันนี้ท่านสามารถชื่อได้ผ่าน internet ในระบบหนังสือ digital book download แล้ว พอหาซื้อได้จากร้านหนังสือทาง Internet บางแห่งในอังกฤษ

เอาเป็นว่าหนังสือ CONVERSATIONS WITH THAKSIN นี้ไม่มีวางขายในประเทศไทย ขึ้นไปที่ร้าน Asia Books และ Kinokuniya ที่ Siam Center และ Siam Paragon ข้างบนโน้น ก็จะไม่มีขาย

สำนักพิมพ์มติชน เจ้าของลิทธิ์หนังสือชุด CONVERSATIONS WITH ….ใครต่อใครในเอเชียนี้ ก็ไม่ยอมแปลขาย ทั้งที่แปลเรื่องอื่นขายแล้ว

เล่ม 1 CONVERSATIONS WITH LEE KUAN YEW ก็แปลขายแล้ว
เล่ม 2 CONVERSATIONS WITH DR. MAHATHIR MOHAMMAD ก็แปลขายแล้ว
เล่ม 3 CONVERSATIONS WITH THAKSIN มติชนไม่ยอมแปลขาย
เล่ม 4 CONVERSATIONS WITH BAN KI MOON มติชนก็อุตส่าห์ก็แปลขายแล้ว
ใครเป็นคนสั่งห้ามไม่ให้ขายผมไม่ทราบ
แต่ คุณ นพดล ปัทมะ เคยแถลงว่าเป็นหนังสือน่าอ่าน
และมีให้อ่านที่ห้องสมุดพรรคเพื่อไทย ในกรุงเทพ

ข้อความในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นข้อความที่คุณทักษิณเผลอพูดเองแบบตั้งใจ
และที่คุณทักษิณพูดทั้งหมดเป็นอันตรายต่อคุณทักษิณเอง

เพราะใครได้อ่านก็จะโกรธความคิดอันร้ายกาจของคุณทักษิณ

ใครที่เคยชิงขังคุณทักษิณ ก็จะกลายเป็น เกลียดชังมากขึ้น

ใครที่เคยชอบคุณทักษิณก็จะได้สติ เริ่มชิงชังคุณทักษิณ หรืออาจจะกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณทักษิณ และระบอบทักษิณทันทีที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ

ผมเองอ่านจบหลายรอบแล้ว

เนื่องจากสำนักพิมพ์มติชนเข้าของลิขสิทธิ์ ไม่ยอมแปลขาย

วันนี้ผมก็ขอแปลเสียเอง

ขอแปลแจก ต่อท่านมวลมหาประชาชน ณ เวทีปทุมวัน และทุกเวทีมวลมหาประชาชนทั่วประเทศ

[หนังสือ Conversations with Thaksin / สนทนา กับ ทักษิณ By Tom Plate]

ปัญหาใหญ่ปัญหาแรกของคำพูดของคุณทักษิณในหนังสือเล่มนี้ คือปัญหาเรื่องการพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นเรื่องที่คุณทักษิณไม่เคยหยุดไม่เคยหลบหลีกที่จะพูดหรือตอบคำถาม และทุกครั้งที่ถูกถามคุณทักษิณก็จะตอบตามที่ใจคิด

คุณทักษิณยินดีที่จะพูดพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่อยากพูดโดยไม่รั้งรอหรือหยุดคิดให้ถ่องแท้

Tom Plate ในฐานะผู้เขียนก็เอาทั้งหมดมาพิจารณา ปรับแก้ ตัดแต่ง และตัดทอน ให้เหลือเท่าที่ปรากฏในหนังสือ ลงพิมพ์เฉพาะเนื้อหาที่ Tom Plate คิดว่าจะปลอดภัยจากข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แล้วจึงลงพิมพ์เฉพาะส่วนของบทสนทนาที่ปรับแต่งแล้วจะปลอดภัยเท่านั้น

ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เผื่อมีการพิมพ์ครั้งที่สองในโอกาสที่เหมาะสมในอนาคต

หนังสือเล่มนี้ คุณสุรนันท์ เวชชาชีวะ ก็เป็นผู้ร่วมมือช่วยเหลือ Tom Plate อย่างเต็มที่ คุณสุรนันท์ ช่วยแปลเอกสารสิ่งพิมพ์ส่วนที่เกี่ยวกับบทให้สัมภาษณ์ของคุณทักษิณอีกด้วย

ต่อไปนี้เป็นบางตอนจากหนังสือ …..
Conversations with Thaksin หรือ สนทนากับทักษิณ

ตลอดเล่มของหนังสือเรื่องนี้ คุณทักษิณบอกว่าต้องการกลับประเทศไทย แต่ต้องกลับแบบมีเกียรติ กลับแบบพ้นความผิดทั้งปวง และหวังว่าเมื่อให้น้องสาวเป็นนายกรัฐมนตรีตัวแทนให้แล้ว คาดว่าน้องสาวจะจัดการให้คุณทักษิณได้กลับประเทศไทยโดยเร็วภายใน 12 เดือนแรกที่คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี

คุณทักษิณบอกไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า:

Thaksin: “พวกเขากลัวผม ไม่ไว้ใจผมว่าจะไม่ตามไปล้างแค้น แต่ผมไม่ตามไปล้างแค้นหรอก”
“แม้ว่าผมไม่ได้อยู่ในเมืองไทย พวกเขาก็ยังไม่ต้องการให้ผมกลับไปเมืองไทย เพราะเขารู้ว่าเขาแข่งกับผมตรงๆก็สู้ผมไม่ได้ ดังนั้นมันก็เป็นเรื่องว่าผมจะกลับไปอย่างไร การกลับประเทศไทยของผมต้องไปอย่างมีเกียรติ ผมจะต้องคอยจังหวะที่เหมาะสม
อาจเป็นตอนปลายปี 2554 … เดือนธันวาคม

“They’re afraid of me, they don’t trust that I’m not out for revenge. But I’m not out for revenge.”
“Even when I am not in Thailand they don’t want me to go back. Because they know they cannot compete directly. So it’s the question of the way I go back. My return must be in a gracious way. And so I have to wait for the right moment. It may be at the end of this year [2011] … in December.”
“No witch-hunt. I think forgiveness is the key. I mean it.”
“I want to forgive and make the whole country forgive each other. Because, if you don’t forgive, you cannot reconcile your country. You cannot be one nation anymore.”

Thaksin: “แน่นอน ผมต้องการกลับประเทศไทย”
“I definitely want to return.”

Tom Plate ถามคุณทักษิณว่า:
Tom: “แต่ถ้าคุณจะกลับไป จำเป็นไหมที่คุณจะต้องกลับไปเป็นนายกรัฐมนตรี? คุณจะกลับไปเป็นรัฐมนตรีที่ปรึกษาอาวุโสให้กับนายกรัฐมนตรีแบบที่นายลีกวนยูของสิงคโปร์เคยเป็นอยู่หลายปีได้ไหม?”
“But if you do go back, do you have to be prime minister? Could you go back as minister-mentor, like Lee Kuan Yew of Singapore used to be for years?”

คุณทักษิณตอบว่า:
Thaksin: “ผมไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรทั้งนั้น”
“I don’t have to be anything.”

Tom: “คุณจะกลับไปเป็นแบบโซเนีย คานธี มีอำนาจอยู่เบื้องหลังเก้าอี้นายก รัฐมนตรีอินเดียได้ไหม?
“Could you go back as Sonia Gandhi? The power behind the throne of
India?”

Thaksin: “ผมไม่จำเป็นเลยที่จะเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ยกตัวอย่างหน่อยว่าถ้าพระมหากษัตริย์จะทรงมีพระเมตตามากพอที่จะแต่งตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ผมก็สามารถที่จะทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีเงินมากขึ้น ดังนั้นถ้าทางสำนักพระราชวังแต่งตั้งให้ผมได้รับตำแหน่งอะไรในวังก็ได้ มันก็จะทำให้ผมไปยุ่งกับการเมืองไม่ได้ ตำแหน่งในวังแบบนั้นจะมีผลบังคับให้ผมไม่อาจเล่นการเมืองได้”
“I do not need to involve myself in politics. For example, if the monarchy were kind enough to appoint me as an advisor to the Crown Property. I can help Crown Property do better financially. So, if I were appointed to any position by the Palace, I cannot be involved in politics. That kind of appointment would have the effect of forcing me not to get involved in politics.”

Tom: “ถ้าอย่างนั้นคุณก็อาจรับตำแหน่งที่แต่งตั้งโดยพระราชสำนักใช่ไหม?”
“So you might accept the Palace appointment?”

Thaksin: “ใช่ครับ แต่ผมไม่อยากได้ตำแหน่งองคมนตรี [ในประเทศไทยตำแหน่งนี้สำคัญมาก] ผมไม่ต้องการทะเยอทะยานถึงขนาดนั้น ผมต้องการเพียงพิสูจน์ว่าผมเป็นประโยชน์ต่อประเทศของผม และ ประชาชนของผม… เมื่อผมได้กลับไป แน่นอนว่าผมควรจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอะไรสักอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน”
“Yes. But I don’t want to have a Privy Councilor position [in Thailand a very important posting]. I don’t want to be anything that is ambitious. I just want to prove that I don’t mind being anything, but I want to prove that I am beneficial to my country and my people… When I go back, definitely, I should be appointed something to be beneficial for the country and the people.”

เมื่อ Tom Plate ผู้สัมภาษณ์พาคุณทักษิณเข้าสู่การสนทนาเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้แล้ว ไม่ต้องถามเพิ่มเติม คุณทักษิณก็พูดเสริมโยงใยไปถึงเรื่องที่ติดค้างในใจของตนเองออกมาอย่างละเอียด:

Thaksin: “อืมม์ เมืองไทยมันเป็นอย่างนี้ เจ้าหน้าที่รัฐ ฝ่ายทหาร … ใครต่อใคร … [ไม่ทำอะไร] กันเลยจนกว่าจะได้รับสัญญาณ แม้กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่เราพยายามจะขอประกันตัวพวกผู้นำคนเสื้อแดงของเราให้พ้นจากการถูกคุมขัง เราไปคุยกับผู้พพิพากษาหลายคน และเราขอความเมตตาจากท่าน … ขอให้ปล่อยตัวพวกเรา นี่มันไม่ใช่เรื่องการเมือง คุณก็คงรู้ ตามรัฐธรรมนูญของเรา รัฐบาลลควรจะให้ประกันตัวอาชญากรทุกคน เพราะมันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ยกเว้นในบางกรณีเป็นการเฉพาะ ดังนั้นพวกเราต้องการปกป้องสิทธิ์ของพวกเขา แต่คณะผู้พิพากษาก็ไม่ยอมให้ประกันตัวคนเสื้อแดง พอเราถามผู้พิพากษาคนหนึ่งว่าทำไมจึงไม่ให้ประกันตัว ผู้พิพากษาคนหนึ่งบอกว่า ‘ไม่มีสัญญาณ’ เราก็เลยบอกว่า ‘ท่านเป็นผู้พิพากษาจริงๆหรือเปล่าล่ะ?’ ผู้พิพากษาถูกจ้างให้มาทำหน้าที่พิพากษา ไม่ใช่ให้มารอดูสัญญาณ ใช่ไหม? แต่ผู้พิพากษาคนนั้นก็บอกกับเราว่า ‘ผมยังไม่ได้รับสัญญาณเลย’ ดังนั้นมันก็ดูเหมือนกับว่าทุกคนเอาแต่รอดูสัญญาณ”
“Well, you know in Thailand, the government officials, the military … they … [don’t do] anything until they get a signal. Even during the effort recently to bail our arrested Red Shirt leaders out of jail, we talked to the judges, and we asked for leniencies … to let them out, you know. This is not a political thing. By our Constitution the government is supposed to grant bail for every criminal because it’s their duty to grant bail, except in certain circumstances, and so we wanted to protect their rights, but the judges would not allow bail for the Red Shirts. And when we asked a judge why, the judge said, ‘There is no signal.’ And we said ‘Are you the judge or not?’ The judge has been hired to judge, not to look for signals, right? But the judge says to us, ‘I got no signal.’ So it looks like everyone is just waiting for signals.”

คุณทักษิณก็ไม่ยอมพูดให้ชัดว่า “สัญญาณอะไร? มาจากใคร? ที่ไหน?” ปล่อยให้เป็นเรื่องกำกวมให้คาดเดากันต่อไป แต่ที่สับสนก็คือคุณทักษิณเอารัฐบาลมาปนกับศาล บอกว่าเป็นหน้าที่รัฐบาลแต่กลับไปคุยกับศาลแล้วโทษศาลว่าไม่ทำตามที่รัฐบาลบอกว่าควรทำ เป็นความสับสนของคุณทักษิณในความไม่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญ และไม่เข้าใจว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายบริหาร แต่ศาลเป็ยฝ่ายอำนาจยุติธรรม อำนาจอธิปไตยทั้งสองที่แยกกันมานานกว่า 70 ปีแล้ว ส่วนเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหาก็ไม่เคยมีกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลสั่งศาลให้ประกันตัวใครได้ ยิ่งเป็น “อาชญากร”ด้วยแล้ว ศาลเองก็ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ที่จะต้องให้ประกันตัว “อาชญากร” โดยอัตโนมัติ

เรื่องการแบ่งแยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ นี้เป็นหัวใจของ
“The Spirit of the Laws” งานนิติศาสตร์ปรัชญาวรรณกรรมของ Montesquieu ที่คุณทักษิณชอบอ้างเป็นเสมือนคัมภีร์บริหารประเทศตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี

วันนี้คุณทักษิณไม่อ่าน Montesquieu อีกแล้ว
อ่านแต่ “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ฉบับดั้งเดิมที่ยังไม่แก้ไขคำผิดที่ผมอ่านพบ

คราวนี้ Tom Plate ถามแรงมาก ผมไม่นึกว่าคุณทักษิณจะตอบ
ผมไม่คิดว่าคุณทักษิณควรตอบ ถ้าหากคุณทักษิณมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์:

Tom : “ใครบ้างที่พอจะกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีแห่งประเทศไทยได้? พระสันตะปาปาหรือ? อัลเลาะห์ได้ไหม? พระพุทธเจ้าล่ะจะพอได้ไหม? พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีจะทรงรับฟังใครบ้าง?”
“Who can talk to the King and Queen of Thailand? The Pope? Allah? Buddha? Whom do they listen to?”

คำถามของ Tom หนัก เอียง และ แรงเหลือหลาย

คุณทักษิณไม่ท้วง หรือต่อว่าวิธีตั้งคำถามของ Tom ย้อนกลับไปเลย ราวกับว่าทั้งคุณทักษิณและทอมพูดภาษา “สัญญาณ” เดียวกัน:

Thaksin: “ผมว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเคารพความเห็นจากนานาประเทศ ดังนั้นถ้าหากมันเป็นความเห็นของชาวโลกว่าถึงเวลาแล้วที่เมืองไทยจะต้องปรองดองกัน และให้มีการกราบบังคมทูลปรึกษาหารือกับพระเจ้าอยู่หัวแล้วให้ความคิดบางอย่างกับพระองค์สักหน่อย ถ้าได้อย่างนั้นพระองค์ก็อาจกลับมาทรงคิดได้บ้างว่า เอาหล่ะ นี่เป็นทางออก ผมเชื่อว่านั่นคือทางออกในการแก้ปัญหา”
“Well, His Majesty respects international opinion. So if it is world opinion that this is time for Thailand to reconcile, and there is consultation with His Majesty, and they give him some ideas, then His Majesty might come to think that okay, this is the solution. I do believe that that will be a solution.”

Tom ลากคุณทักษิณลงลึกมากขึ้น ติดกับดักแห่งคำถามนำของนักสัมภาษณ์ระดับนานาชาติสนิทแล้ว:

Tom: “… สมมุติว่าจะมีคนที่น่าเคารพสักคน --- เช่นนายบัน คี-มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ --- สมมุติว่าให้ท่านไปกรุงเทพฯ แล้วเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัว โดยบอกว่า ‘ความวุ่นวายและการนองเลือดทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับประเทศไทยเลย ทำไมจึงปรองดองกันไม่ได้?’ พระเจ้าอยู่หัวจะทรงรับฟังไหม? พระองค์จะให้นายบัน คี-มูน เข้าเฝ้าไหม?”
“… Supposing someone of respect --- Ban Ki-moon, the United Nations
Secretary General --- supposing he were to go to Bangkok and to talk to the King, and say, ‘There has been all this turmoil and bloodshed, this is not good for Thailand. Why can’t there be reconciliation? Would the King listen? Would the King receive him?

Thaksin: “ผมว่าโดยตำแหน่งของนายบัน คี-มูน พระเจ้าอยู่หัวจะทรงต้อนรับท่านแน่ ตำแหน่งระดับสูงเช่นนั้นเป็นตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมในอันที่จะเป็นผู้นำระดับนานาชาติ เพราะพระเจ้าอยู่หัวทรงพระชนมายุระดับอาวุโสมาก พระองค์ทรงเป็นประมุขของประเทศที่ทรงอาวุโสมากที่สุด”
“ครับ ผมว่ามันเป็นงานในหน้าที่ของนายบัน คี-มูน ที่จะต้องแสดงความเป็นผู้นำให้ปรากฏต่อสาธารณชน และแสดงตนให้สมกับเกียรติที่มี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการแทรกแซงจากต่างประเทศโดยสหประชาชาติ มันไม่ใช่แค่เรื่องกิจการภายประเทศเท่านั้น ปัญหาวุ่นวายนี้มันกระทบทั้งภูมิภาค แล้วยังกระทบอนาคตของประชาธิปไตยด้วย กระทบเรื่องสถานภาพสิทธิมนุษยชนอีกด้วย มันเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทำเรื่องนี้”

“I think that given Ban’s position, the King will welcome him. That kind of high-level position is the right position to provide international leadership because His Majesty is very senior. He is the most senior head of state.”

“Yes, It’s the job of Ban to express his leadership to express his leadership publicly and have it honored. This is not a matter of international intervention by the UN, it is not just an internal affair at all. This trouble affects the whole region, and really affect the future of democracy and affects the status of human rights. It’s his duty to do so.”

ทอมถามสวนทางขึ้นมาทันควัน ว่า ….
Tom:“หมายถึงใคร ที่คุณว่ามีหน้าที่จะต้องทำเรื่องนี้ คุณหมายถึงพระเจ้าอยู่หัวหรือ?
“Who, the King?

Thaksin: “ไม่ใช่ ผมหมายถึงนายบัน คี-มูน เป็นหน้าที่ของท่าน ท่านต้องทำ แต่ผมไม่รู้ว่าท่านจะกล้าทำไหม ท่านเป็นคนที่เหมาะสมแล้ว เพราะท่านเป็นคนที่มีหน้าที่รักษามาตรฐานระดับนานาชาติในเรื่องสิทธิมนุษยชน ตั้งคำถามในเรื่องอาชญากรรมสงคราม สนับสนุนศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ คุณก็รู้ว่าในที่สุดประเด็นต่างๆเหล่านี้ [เรื่องความรุนแรงทางการเมืองในประเทศไทย] จะต้องไปสู่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นยิ่งถ่วงเวลาออกไปนานเท่าใด…”
No, Ban Hi-moon’s. His duty. He must do it. But I don’t know that he has the courage to do it. He is the right person, because he is the one who upholds the the international standard of human rights, raises questions about war crimes, supports the International Criminal Court. You know, eventually these issues [of political violence in Thailand] will go to the ICC, regardless, so the more things are prolonged…”

Tom พูดแทรกเข้ามาว่า …
Tom: The worse it is for Thailand.”
“ก็ยิ่งเลวร้ายมากขึ้นสำหรับประเทศไทย”

Thaksin: “ใช่แล้ว แต่ผมเกรงว่าท่านคงจะไม่มีความกล้าหาญมากพอ”
“Yes. But I am afraid that he doesn’t have the courage,”

Tom: “คุณหมายถึงใคร พระเจ้าอยู่หัวหรือ?
Who, the King?”

Thaksin: “ไม่ใช่! ผมหมายถึงนายบัน”
“No! Ban.”

การพูดที่ออกมาจากใจจริงๆของคุณทักษิณนี้เองทำให้เรารู้จักตัวตนของคุณทักษิณที่แท้จริง และทำให้คุณทักษิณต้องรับภัยและรับผิดชอบการพูดและกระทำของตัวเอง

ว่ากันเฉพาะเรื่องการเมืองอื่นๆที่คุณทักษิณพาดพิงถึงในหนังสือ สนทนากับทักษิณ หรือ “Conversations with Thaksin” นี้ ก็ทำให้เห็นแผนการณ์ของระบอบทักษิณในประเทศไทยมากขึ้น ชัดเจนขึ้น

ตัวอย่างเรื่องเกี่ยวกับ:

พล เอก เปรม ติณสูลานนท์, ประธานองค์มนตรี
คุณทักษิณพูดว่า:
Thaksin: “ท่านเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาองค์มนตรีทั้งหมด ท่านมีบารมีถึงขนาดสามารถสั่งนายกรัฐมนตรีทั้งหลายให้ “ทำโน่น อย่าทำนี่” ได้เลย และท่านสามารถสั่งผู้บัญชาการทหารบกทหารอากาศว่าควร ‘ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้’ ตอนที่ผมเป็นรัฐบาล ก่อนที่ผมจะถูกโค่นอำนาจ ท่านก็อายุ 80 กว่าแล้ว ใส่เครื่องแบบหทารอันงดงามของท่านออกไปบรรยายตามสถาบันทหารต่างๆ โดยใช้คำเปรียบเปรยว่าให้คิดว่าสถาบันทหารนั้นเปรียบได้ดั่งม้า มาบอกไม่ต้องเชื่อฟังคนขี่ม้า นั่นถือเป็นการบอกใบ้ต่อเหล่าทหารทั้งหลายมิให้เชื่อฟังนายกรัฐมนตรี”
“He’s the most powerful of all the Privy Councillors. He has the clout to tell prime ministers, ‘You do this, you do not do this.’ And he can talk to all the army and air force commanders and say, ‘You should do that, you should do this.’ Now, during my administration, before I was ousted, he, at 80-plus years old, wearing his splendid uniforms, goes to visit every military academy and gives lectures. In one of his lectures he used his metaphor: think of Thailand’s military establishment as a horse; horses don’t have to listen to their jockey. So that was the hint that he told the military, ‘Don’t listen to the prime minister.’”

คุณทักษิณเป็นคนชอบพูด ชอบตอบคำถาม
ถามอะไรมาก็ได้ แต่ชอบจะตอบตามที่ต้องการตอบ ไม่จำเป็นต้องตรงกับคำถาม
[ถาม “มาเลย์” ตอบ “มุสลิม”]

Tom: “ลงไปทางใต้ของประเทศไทย, ที่มาเลเซีย อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเดร์เคยเขียนหนังสือที่โด่งดังเรื่องหนึ่งชื่อ “The Malay Dilemma” ในหนังสือเล่มนั้นท่านอ้างว่าปัญหาของคนมาเลย์ก็คือการที่เป็นคนไม่ทะเยอทะยาน ท่านบอกว่าชาวมาเลย์ไม่ชอบทำงานหนัก เขาชอบสนุกกับชีวิตมากเกินไป และคนมาเลย์ก็ไม่มีวันจะพัฒนาประเทศได้อย่างถูกต้องเหมาะสมด้วยวิถีชีวิตแบบนี้”
“To Thailand’s south, in Malaysia, former PM Mahathir wrote a famous book in 1970 called The Malay dilemma, and in that book he claims the problem with the Malays is that they’re not ambitious. He says they don’t really want to work hard. They enjoy life too much, and Malaysia cannot get its country developed properly that way.”

Thaksin: “มันก็แบบเดียวกันกับพวกคนมุสลิมในภาคใต้ของไทย พวกมุสลิมก็เอาแต่ไปโรงเรียนสอนศาสนา พวกเขาไม่ต้องการไปเรียนหนังสือในโรงเรียนธรรมดา
และอย่างที่สอง บ่อยมากที่พวกสามีเป็นคนเกียจคร้าน พวกผู้ชายเอาแต่อยู่ในร้านน้ำชาทั้งวัน นั่งกินน้ำชากันไปวันๆ แล้วก็เล่นนกเขา นกแบบที่มีเสียงร้องได้นั่นแหละ พวกผู้หญิงในบ้านกลายเป็นฝ่ายออกไปทำงานกรีดยาง.”
“พวกผู้ชายไทยมุสลิมจำนวนมาก ไม่มีความทะเยอทะยานจะทำงานทำการอะไรเลย”
“It’s the same with the Muslims in Thailand’s south. They go only to religious schools. They don’t want to go to normal schools. And, secondly, often the husband is very lazy. They want to stay all day in tea-houses, drinking tea, and then playing with the cuckoo bird, the one that can sing. It is the lady of the house who goes to work the rubber trees.”
“Many men have no ambition.”

เป็นคำวิจารณ์จากคุณทักษิณที่ดูแคลนชาวไทยมุสลิม ท้าทายความสงบในชีวิตของคุณทักษิณอีกวาระหนึ่ง ถ้า...หรือเมื่อ...คุณทักษิณกลับมาประเทศไทย
[ถามแดง ตอบเหลือง]

Tom: “คุณให้เงินสนับสนุนพวกเสื้อแดงบ้างหรือเปล่า? … คุณส่งเงินไปให้พวกแดงบ้างไหม?”
“have you been funding them?… Have you sent them money?”

Thaksin: “(ทักษิณถอนหายใจ): “คุณรู้ไหมว่าไม่มีกฎหมายห้ามเรื่องบริจาคเงินให้กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ว่าส่วนใหญ่เขาก็ได้เงินบริจาคจากที่นี่บ้างที่โน่นบ้าง”
(He sighs) “You know, there is no law prohibiting sending funds to any movement, but most of them they get donations from here and there.”

Tom: “จากที่ไหนล่ะ?”
From where?”

Thaksin: “จากที่นี่ ที่โน่น … มีหลายคนสนับสนุนพวกเสื้อแดง รู้ไหม. แล้วพวกเสื้อเหลืองนั้นล่ะ มีพวกคนระดับสูง ผู้มีอำนาจ --- อำนาจเก่าระดับบน --- บริจาคให้ … ให้เยอะด้วย บางที่ก็ให้กันอย่างเปิดเผย ที่อย่างนั้นทำไมไม่มีใครว่า พอเวลามาพูดถึงเงินบริจาคให้พวกเสื้อแดง เราได้รับบริจาค --- ส่วนใหญ่เป็นเงินไม่มาก --- แต่เรา
ไม่ต้องไป [จ้าง] คนมาร่วมชุมนุม พวกเสื้อแดงเขาชุมนุมกันเพราะจะมาต่อสู้ แต่พวกเสื้อเหลือง --- บางทีเขาต้องจ่ายเงินจ้างให้มาชุมนุมกันเสมอๆ พวกเสื้อเหลืองต้องการใช้เงินมากๆ ส่วนพวกเรานั้นได้รับเงินบริจาคจากที่นี่ที่โน่น และได้จากเพื่อนๆด้วย --- จากพวกเพื่อนๆ และพวกญาติ พี่น้องของผมบางคนเขาอาจบริจาคด้วย ผมไม่รู้ และผมไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะผมอยู่ที่นี่ แต่บางทีถ้าเพื่อนผมบางคนอยากจะสนับสนุนขบวนการเสื้อแดง ก็ได้ เขาคงบริจาคกัน”

“From here and there … many people support the Reds, you know. Then the Yellow Shirts, even some member of the elite establishment -- old establishment and elite ---make donations … big money, sometimes openly. No one criticizes that. But for us, we get donations --- but mostly small donations --- but we don’t have to [hire] people to come. They come because they want to fight, but the Yellow Shirts --- sometimes they have to pay people, you know, they sometimes pay those who come to demonstrate and so on. So they need a lot of money. We don’t need a lot of money. We get donations from here and there, and also some friends---some friends, some of my relatives, maybe they donate. I don’t know. And I did not do anything because I’m here. But maybe if some of my friends would like to support the movement, well yes, they do.”

Tom: “แล้วตัวคุณหล่ะ คุณส่งเงินไปมากน้อยเท่าไร ที่ส่งไปให้พวก(เสื้อแดง)ที่สนับสนุนคุณ?”
“ But how much money have you sent back, or given to your supporters?”

Thaksin: “ผมมีเงินนอกประเทศไทยไม่มากนัก และยังต้องใช้เงินลงทุนบางอย่างอยู่บ้าง ผมมีเงินของ ครอบครัวอยู่ในเมืองไทย ผมไม่เคยส่งเงินกลับไปประเทศไทยเพื่ออะไรเลย”
I don’t have much money outside Thailand and I still doing some investing. I have my family money in Thailand. I never send money back to Thailand for anything.”

Tom: “แต่คุณคงมีวิธีเอาเงินออกจากบัญชีในกรุงเทพฯให้พวกคนของคุณ?”
“But do have ways of getting money out of your accounts in Bangkok to your people?”

Thaksin: “ทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่ที่โน่น --- ครอบครัวผมถูกเฝ้าตามดูอย่างใกล้ชิดโดยพวกเขา --- ความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวถูกติดตามดูตลอด
“Everything that is there---they have been monitoring my family closely---every movement will be monitored.”

Tom: “ครับ แล้วคำตอบว่าไงครับ? คุณให้เงินสนับสนุนพวกเสื้อแดงของคุณหรือเปล่า?”
“Right. So what is the answer? Are you funding your Reds or not?

Thaksin: “เปล่า”
“No.”

Tom: “เปล่าจริงๆหรือ?”
“You’re not.”

Thaksin: “เปล่าเลย จริงๆ”
“No.”

Tom: “โอเค, เปล่าก็เปล่า, เพราะถ้าเกิดพบที่หลังว่าคุณสนับสนุน มันจะดูไม่ดีนะครับ”
“Okay, because if it comes out you are, it’s going to be awkward.”

Thaksin: “เปล่า, ไม่ได้ให้, บอกว่าเปล่าก็เปล่า”
“No, no.”

Tom: “ครับ เปล่าก็เปล่า”
“Alright.”

Thaksin: “ไม่ได้ให้ จริงๆ โธ่!”
“No.”

Tom: “แต่ผมว่าถึงอย่างไรก็ไม่มีอะไรผิดนะครับหากจะให้เงินสนับสนุน ผมไม่คิดว่ามันจะผิดศีลธรรมอะไรเลย ที่ผมถามก็เพราะแค่อยากทราบความจริงเท่านั้นเอง”
“I don’t think there is anything wrong with it. I don’t think there is anything morally wrong with it. I’m just asking, just trying to find out the truth.”

Thaksin: “ไม่, ไม่มีอะไรผิดหรอกที่จะบริจาคเงิน”
“No, nothing wrong with it.”

Tom: “ในทางกฎหมายก็คงไม่มีอะไรผิด แต่ว่าไม่น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้องในการสร้างประชาธิปไตย ไช่ไหมครับ?”
“Nothing wrong legally, perhaps; but surely it’s no way to run a democratic railroad. Right?”

คุณทักษิณผงกศีรษะรับว่าเห็นด้วย
He nods in agreement.



ไม่มีบทสนทนาช่วงไหนจะสนุกเท่ากับช่วงนี้เลย
คุณทักษิณไม่ตอบเสียยาว
จนรู้คำตอบที่ไม่ยอมตอบในที่สุด
เป็นคำตอบที่ผมรู้ดีอยู่แล้วเป็นส่วนตัว
เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็รู้คำตอบเช่นกัน …
นี่คือตัวตนที่แท้จริงของ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
คุณทักษิณโกงเก่ง แต่โกหกไม่เก่ง ถ้าเจอคำถามซับซ้อม วกวนไปมา ถามแรงๆ ชนแรงๆ คุณทักษิณก็ตอบยาวจนแม้ไม่ถามก็ยังตอบอีกต่างหาก

ผมอยากขอสัมภาษณ์คุณทักษิณสักชั่วโมงจริงๆ
กินข้าวด้วยสักมื้อก็ได้ แล้วผมจะจ่ายให้สัก 200,000 อีกต่างหาก!

[ทักษิณอยากกลับประเทศไทยทำไม?]

คุณทักษิณอยากกลับมาประเทศไทยทำไม?

ปี 2537 ก่อนเข้าสู่การเมือง คุณทักษิณมีทรัพย์สิน $1.6-$2.2 พันล้าน
พอร่ำาวยมากมายมหาศาลขึ้น แล้วทำความผิดถูกยึดทรัพย์ คุณทักษิณบ่นกับ Tom ว่า:

Thaksin: “ตอนนี้เหลือความมั่งคั่งร่ำรวยน้อยลงไป เพราะรัฐบาลไทยโขมยเงินผมไป”
“Because the government robbed me, (now I have) less.

Thaksin: “พวกคณะปฏิวัติยึดอำนาจปล้นเงินผมไปโดยใช้ศาลการเมืองเป็นเครื่องมือ พวกเขาเอาไปอย่างหน้าด้านๆถึง $1.4 พันล้าน โดยการยึดส่วนของราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นตอนที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งดอกเบี้ยและเงินปันผลช่วงที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย”

“ … I was robbed by the junta through the political court. They ridiculously took away US$1.4 billion by confiscating the proportion of each share price that increased while I was prime minister, including the interest and dividends earned during my prime-ministership.”

[บทส่งท้าย]

ท้ายสุด … คุณทักษิณก็ถูก Tom Plate ถามให้ประเมินความรู้สึกทั้งหมดต่อชีวิต
และการกระทำที่ผ่านมา:

Tom: “คุณรู้สึกเสียใจบ้างไหม?”
“Do you have any regret?

Thaksin: “ครับผมรู้สึกเสียใจ, … แต่ความจริงก็คือว่า ผมจะทำแบบเดิมอีก ถ้าผมสามารถทำใหม่ได้ ผมก็จะทำอย่างเดิมทั้งหมด ถ้าพรุ่งนี้ทำได้ผมก็จะทำพรุ่งนี้เลย พวกเขาสามารถเตะโด่งผมออกนอกประเทศไปได้อีก แล้วผมก็จะตอบโต้สู้กลับ ให้ผมได้กลับบ้านอีก และถ้าพวกเขาทำกับผมอีก ผมก็จะสู้กับมันอีก และผมจะกลับมา”
“Yes, … but the truth is I would do it again. If I could do it all again
Tomorrow I would. They could kick me out again, and I’d fight back and I’d go back home. And if they do that again, I will fight it, and I will be back.”


เป็นการยืนยันรับประกันชัดเจนโดยตรงจากปากคุณทักษิณว่า
คุณทักษิณจะไม่สำนึกผิดอะไรทั้งส้ิน
หากกลับมาประเทศไทยอีกก็จะทำแบบเดิมอีก
ไม่เปลี่ยนแปลง
ถ้าถูกขัดขวางอีก ก็จะสู้ไม่ถอย
ถูกผลักดันให้ออกไปนอกประเทศอีก ก็จะสู้อีก
จะกลับมาทำอย่างเดิมแน่นอน!


(หมายเหตุ :ที่มาของ สคริปต์ "ดร.สมเีกียรติ" บนเวทีปทุมวัน จากเฟซบุ๊ก BLUESKY Channel )

ละคร "คนเหนือโลก" หมอดูอีที Swe Swe Win from Burma








เผยแพร่เมื่อ 4 พ.ย. 2012 "ต๊ะ-นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" นำทีมนักแสดงและทีมงานป๊าสั่ง ย่าสอนบุกประเทศพม่า ปักหลักถ่ายทำละครชีวิตจริงของหมอดูมหัศจร­รย์ "หมอดูอีที" โหรชื่อดังชาวพม่าที่หยั่งรู้อนาคตและสามา­รถทำนายทายทักได้อย่างแม่นยำ






17/17 พฤศจิกายน เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ
18      พฤศจิกายน  โชว์วัฒนธรรม และเบื้องหลังภาพ บรรยากาศการถ่ายทำในพม่า แนะนำตัวละคร กิจกรรมต่าง ๆ
24      พฤศจิกายน  เสนอ "รอยทัวร์ รอยธรรม"
25      พฤศจิกายน  ตามรอยละคร "คนเหนือโลก"  ติดตามชมได้ (ทุกวันเสาร์-อาทิตย์)












วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

กระชากเครือข่ายโกงข้าวทุกเม็ด





No, Thailand's protesters don't want 'less democracy' พร้อมคำทำนายหมอดูอีทีจากพม่า Swe Swe Win


"No, Thailand's protesters don't want 'less democracy'"

"Democracy does not begin and end with the ballot box – it's a myth that this is all about an elite rejecting the popular vote"

http://www.theguardian.com/commentisfree/2014/jan/25/thailand-protesters-less-democracy-myth



Anti-government protesters in Thailand
'Opposing Thaksin Shinawatra's proxy government is not seen as antidemocratic – as Thaksin himself is antidemocratic in substance.' Photograph: Wason Wanichakorn/AP








คำทำนายหลวงพ่อฤาษีลิงดำ






Thaksin paid Cambodian to voted in Thailand, hired many gun men from Cambodia to kill Thai people


''


ชัดมากภาพบนคือคนยิง.. นี่ก็อีกมุมที่มันยิงใส่รถ.. และเป็นมุมที่กระสุนเข้ารถมากที่สุด.. ดูจากภาพล่างคือเพิ่งถ่ายจุดรอยกระสุนวันนี้ค่ะ.. และตำรวจยืนกันยังไงถึงได้ไม่ยิงโจร โจรมันยิงกระนำใส่รถ มีตำรวจทั้งนอกเครื่องแบบและในเครื่องแบบ ยืนเฉยได้ไง???
ก่อนคุณสุทินถูกยิงตาย ได้ไปตรวจบัตรเขมรที่มารับจ้างลงเลือกตั้งล่วงหน้าค่ะ..จากนั้นตะกวดก็ปล่อยตัวเขมรกลุ่มนี้ไป โดยมี 2 ส.ส. เป็นคนไปรับและให้เปลียนเสื้อค่ะ."



ภาพคุณสุทินตรวจบัตรเขมรรับจ้างต่อหน้าธารกำนัลและตะกวด เรียกว่าฉีกหน้ากันเลย พอเห็นแบบนี้แล้ว การตายของคุณสุทินก็ชักน่าคิดนะครับ









เขมรที่ยังจับไม่ได้ มีอีกกี่แสนคน?? 15 ล้านเสียง ได้มาแบบนี้เหรอ พรรคเพื่อไทย??

"วิชาญ มีนชัยนันท์" ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย
ตัวบงการ เอาเขมร 22 คน เข้ามาแอบลงคะแนนเลือกตั้ง ที่เขตบึงกุ่ม
...
ตร.ปล่อยตัว "ต่างด้าว" เสื้อขาว 22 คน ที่ไม่บัตร ปชช. ไปแล้ว
หยุดถามกันได้แล้วว่า ตร.มีเกียรติรึไม่!!!

"พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ" และ "วิชาญ มีนชัยนันท์" ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขตบึงกุ่มและมีนบุรี เข้าเยี่ยมชายชุดขาวที่ถูกจับที่ สนง.บึงกุ่ม ยืนยัน "คนไทย"

โดยกลุ่มชายชุดขาว ที่คาดเป็นชาวเขมรกว่า 20 คนพยายามตัดโซ่เปิดประตู สนง.เขตบึงกุ่ม ตรวจสอบพบก้อนหินแต่ไม่พบบัตรประชาชน คาดหวังก่อเหตุ ตร.พาไปสน.แล้วเป็นเขมรทำงานอยู่โรงงานแถวเสรีไทยโดยเจ้าของเป็นคนเสื้อแดงพามา










วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

คลิป ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ซัดคำตอบ ทักษิณ ในหนังสือ Conversation with THAKSIN Tom Plate








 คลิป ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ปราศรัย งัดคำตอบ ทักษิณ ในหนังสือ Conversation with THAKSIN  ที่คนไทยไม่มีโอกาสได้อ่าน เกี่ยวกับการพูดความจริงทำลายตัวเอง บอกทักษิณเป็นคนโกงเก่ง แต่โกหกไม่เก่ง ชี้แต่ละคำตอบทำร้ายตัวเองทั้งเรื่องสถาบัน มุสลิม การหวังกลับประเทศไทยโดยไม่มีความผิด

           เมื่อเวลา 22.00 น. ของวานนี้ (26 มกราคม 2557) ที่เวที กปปส. ปทุมวัน ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล นักวิชาการด้านการสื่อสารมวลชน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นครั้งที่ 2 โดยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท ซึ่ง ดร.สมเกียรติ บอกว่า นายสุทินคงยังอยู่ไม่ไกลและคอยดูการต่อสู้ของพวกเราจนกว่าจะบรรลุชัยชนะ

           ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ตนได้กอด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. คนที่มวลมหาประชาชนรักกับเขาบ้าง ซึ่งรู้สึกเป็นบุญเหมือนกันที่ได้กอดนายสุเทพ แต่ถ้าจะหอมแก้มแสดงความรักแบบคนอื่นก็คงจะไม่ไหว เพราะว่าคนเราจะรักใคร่ชอบพอกัน ไม่ควรจะรักทั้งหมด 100% ควรเว้นระยะห่างไว้สักนิดหนึ่ง ขอพื้นที่กันไว้ตำหนินายสุเทพ ในเวลาที่เห็นว่าต้องตำหนิบ้าง

           สำหรับการชุมนุมของ กปปส. ตลอด 2 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา คุณสุเทพก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ตนเองก็เคยวิจารณ์และวิจารณ์มากด้วย เพราะไม่เห็นด้วยในเรื่องกระบวนการปลีกย่อย เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม นายสุเทพก็ได้ปรับวิธีการทำงานเรื่อยมาแบบไม่รั้งรอ ซึ่งเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า นายสุเทพเคารพในเหตุผลของผู้ท้วงติง ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือเวทีไหน นายสุเทพก็รับฟัง ถือได้ว่าเป็นนักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ต่อจากนี้หากเราล้มระบอบทักษิณสำเร็จ และกลายเป็นระบอบสุเทพ แต่หากระบอบสุเทพเป็นระบอบที่ไม่สมบูรณ์ มวลมหาประชาชนก็ต้องล้มระบอบสุเทพได้เช่นกัน

           ในการปราศรัยครั้งที่ 2 นี้ ดร.สมเกียรติ ได้หยิบยกนำเนื้อหาในหนังสือ Conversation with THAKSIN  ที่ Tom Plate เคยสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปี พ.ศ. 2554 มาเปิดเผยด้วย โดยระบุว่า หนังสือ Conversation กับคนดังต่าง ๆ มีทั้งหมดด้วยกัน 4 เล่ม ซึ่งของคุณทักษิณเป็นเล่มที่ 3 แต่สำนักพิมพ์มติชนกลับไม่แปลนำออกมาขาย ทั้ง ๆ ที่แปลเล่มที่เหลือออกมาวางจำหน่ายหมด ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่า หนังสือเล่มนี้เพราะอะไรถึงถูกห้ามตีพิมพ์และห้ามแปลให้คนไทยอ่าน คนที่จะเป็นเจ้าของเล่มนี้ได้ต้องสั่งซื้อมาจากต่างประเทศเท่านั้น

           สำหรับบทสนทนาข้างใน ดร.สมเกียรติ ขอแปลให้มวลมหาประชาชนได้ทราบกัน โดยระบุว่า ใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้ จากที่ชิงชัง พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แล้ว ก็จะเกลียดชังมากขึ้น ใครที่ไม่ชอบอยู่แล้วก็อยากจะล้มระบอบทักษิณทันที ส่วนเสื้อแดงที่ได้อ่าน ก็คงอยากจะล้มระบอบทักษิณนี้เช่นกัน
           เป็นเพราะว่าหนังสือเล่มนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดทุกอย่างออกมาจากหัวใจโดยไม่ระมัดระวัง และคำพูดดังกล่าวเป็นอันตรายกับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เอง ซึ่งปัญหาใหญ่ของหนังสือเล่มนี้ คือการพูดพาดพิงถึงสถาบัน ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยหยุดไม่เคยเลี่ยงที่จะพูด แถมยังพูดออกมาจากใจแบบไม่รั้งรอหรือหยุดคิดเลยสักนิด ทำให้ Tom Plate ผู้ที่สัมภาษณ์รุกหลายคำถามจนได้คำตอบที่ไม่คาดคิดออกมาจากปาก พ.ต.ท.ทักษิณ

           เริ่มต้นด้วยคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่บอกว่าต้องการกลับประเทศไทย และต้องการกลับอย่างมีเกียรติ พ้นความผิดใด ๆ ทั้งปวง โดย พ.ต.ท.ทักษิณ หวังว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นน้องสาว จะจัดการให้ตนเองนั้นกลับประเทศไทยได้ในช่วง 12 เดือนแรกของการเป็นนายกฯ ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 พร้อมกล่าวถึงคนไทยว่า กลัวตนเอง พวกเขาไม่ไว้ใจตน พร้อมจะตามล้างแค้น จึงทำให้ตนกลับเมืองไทยไม่ได้ เพราะเขารู้ว่าหากแข่งกับตนตรง ๆ ก็สู้ตนไม่ได้... ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า แต่อย่างที่รู้กันดีว่า วันนี้ผ่านเดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 มาหลายปีแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังไม่ได้กลับ

           Tom Plate ถามต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นที่ปรึกษารัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือไม่ หากได้กลับประเทศไทยอีกครั้ง ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า "ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตา แต่งตั้งผมเป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ผมก็สามารถที่จะทำให้สำนักงานทรัพยสินส่วนพระมหากษัตริย์มีเงินมากขึ้น ดังนั้น ถ้าสำนักพระราชวังจะแต่งตั้งให้ผมมีตำแหน่งในวังอะไร มันก็จะทำให้ผมไม่สามารถไปทำงานการเมืองได้ ตำแหน่งในวังเหล่านั้นจะบังคับให้ผมไม่อาจจะเล่นการเมืองได้" ดร.สมเกียรติ แปลความหมายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบคำถามให้ฟัง

           นอกจากนี้ Tom Plate ยังหลอกล่อถามอีกว่า พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี จะทรงรับฟังใครได้บ้าง พระสันตะปาปา พระอัลเลาะห์ หรือพระพุทธเจ้า พระองค์จะทรงรับฟังไหม พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า "ผมว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเคารพความเห็นจากนานาประเทศ ดังนั้น ถ้านานาประเทศร่วมกันให้ความเห็น แล้วให้ความคิดบางอย่างกับพระองค์สักหน่อย ถ้าได้อย่างนั้น พระองค์ก็อาจจะทรงกลับมาคิดได้ว่า นั่นคือทางออก"

           ดร.สมเกียรติ เล่าต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ระบุถึงเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฝ่ายทหาร จะทำอะไรก็ต้องได้สัญญาณก่อน อย่างเช่นตอนขอประกันผู้นำเสื้อแดง ซึ่งตนต้องการให้ประกันผู้นำออกมาทุกคน แต่ผู้พิพากษาไม่ให้ประกัน เพราะต้องรอสัญญาณก่อน

           จากคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ดร.สมเกียรติ ชี้แจงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีจุดอ่อนคือไม่เข้าใจรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารและศาลเป็นฝ่ายยุติธรรม ซึ่งแยกกันมาแล้วกว่า 70 ปี และศาลไม่สามารถทำตามคำสั่งของรัฐบาล โดยปล่อยตัวอาชญากรโดยอัตโนมัติได้ 

           นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่าเป็นองคมนตรีที่มีบารมีมากที่สุดในบรรดาองคมนตรีด้วยกัน สามารถสั่งนายกฯ ให้ทำโน่น ทำนี่ได้ และเปรียบเปรยว่า ทหารเป็นเหมือนดังม้า ไม่ควรที่จะต้องฟังคำสั่งคนขี่ม้าเสมอไป นี่แสดงให้เห็นว่า พล.อ.เปรม สั่งให้ไม่ให้เชื่อฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ

           ดร.สมเกียรติ ยังได้เล่าถึงการตอบไม่ตรงคำถามของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ได้ฟังว่า ทาง Tom Plate  ได้กล่าวถึงประเทศมาเลเซียเกี่ยวกับการปกครองว่าประเทศไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ เพราะคนในประเทศไม่ค่อยทำงานหนักและสนุกกับชีวิตมากเกินไป โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้กล่าวเสริมว่า มันก็เป็นแบบเดียวกับมุสลิมทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่เด็กเอาแต่ไปโรงเรียนสอนศาสนา ไม่ต้องเข้าเรียนโรงเรียนธรรมดา ส่วนสามีมุสลิมก็เป็นคนที่เกียจคร้าน นั่งในร้านน้ำชาทั้งวัน และวัน ๆ ก็เอาแต่เลี้ยงนกเขา ขณะที่ฝ่ายผู้หญิงก็ต้องเป็นคนไปทำงาน กรีดยาง... ทั้งนี้ ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการท้าทายความสงบในชีวิตของตนเองเป็นอย่างมาก

           นอกจากนี้ ดร.สมเกียรติ ยังได้แปลบทสนทนาเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้คนเสื้อแดงด้วย โดย Tom Plate ได้ถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้เงินบริจาคกับคนเสื้อแดงบ้างไหม ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ กลับตอบไม่ชัดเจนแบบคำถามที่แล้ว ๆ มา แต่กลับกำกวม วกวน พร้อมระบุว่าตนเองมีเงินนอกประเทศน้อย ก่อนที่จะกล่าวยืนยันว่าไม่ได้ให้เงินกับพวกเสื้อแดงเลย ส่วนญาติพี่น้องของตนก็บริจาคบ้าง และตนก็ถือว่าการบริจาคเงินให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองไม่ได้มีความผิดอะไร และไม่ได้คิดว่าผิดศีลธรรม...

           ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนโกงที่สุด โกงเก่งที่สุด แต่โกหกไม่เก่ง พอเจอคำถามซับซ้อนไปมา ๆ ก็จะตอบวน ๆ ในฐานะที่ตนเป็นนักข่าวเก่า ก็อยากจะนัด พ.ต.ท.ทักษิณ สัมภาษณ์สัก 2 ชั่วโมง พร้อมให้เงินสองแสนด้วยเป็นค่ากินข้าว

           ส่วนสาเหตุที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับไทยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือว่า เป็นเพราะตัวเองถูกรัฐบาลขโมยเงินไป  1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถูกปล้นเงินไปโดยคณะปฏิวัติ และจะกลับไปเอาเงินคืน ซึ่งหากกลับไปแล้วก็จะทำทุกอย่างเหมือนเดิม จะทำใหม่ให้เหมือนเดิมอีกครั้ง ถ้าทำพรุ่งนี้ก็จะทำพรุ่งนี้เลย และถ้ามีใครที่ต่อสู้กับตนก็จะต่อสู้กลับอย่างแน่นอน

           ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า จากบทสนทนาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังกล่าว เห็นได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีสำนึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น และจะกระทำการเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ใครขัดขวางก็จะสู้ไม่ถอย ดูท่าแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่มีโอกาสปรองดองกับประชาชนเป็นแน่แท้ และนี่คือเรื่องจริงจากปาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่คนไทยไม่มีโอกาสได้อ่าน
           อย่างไรก็ตาม ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และจะขึ้นมาพูดปราศรัยกับเวที กปปส. อีกครั้งอย่างแน่นอน


ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ต้องล้มระบอบทักษิณ 31/01/2014

สื่ออังกฤษเปิดโปง”ทักษิณ”จ้าง บ.พีอาร์อื้อฉาวระดับโลกปั้นภาพ “ชินวัตร” ?

16122013001


สงสัยมานานหลายปีแล้วว่าเหตุใดสื่อยักษ์ใหญ่ของตะวันตก รวมไปถึงโทรทัศน์บีบีซี.ของอังกฤษ สถานีข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐ ตลอดจนสำนักข่าวไม่ว่าจะเป็นเอพี,เอเอฟพีและรอยเตอร์ ซึ่งในช่วงหลังมีสำนักข่าวซินหัวของจีนและอัลจาซีราในกาตาร์เข้ามาเกาะกลุ่มอยู่ด้วย จึงมักจะนำเสนอภาพของประเทศไทยในมุมมองที่เต็มไปด้วยอคติหรือมีธงอยูในใจ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยจึงบูดเบี้ยวไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่สมกับเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ที่คุยว่ามีเครือข่ายกว้างขวางครอบคลุมไปทั่วทุกมุมโลกแม้แต่นิดเดียว 
ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นได้ชัดก็คือการนำเสนอตัวเลขจำนวนของคนที่เข้าร่วมการเดินขบวนครั้งใหญ่สุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากภาพถ่ายดาวเทียมล้วนแต่ระบุตรงกันว่าจำนวนผู้ประท้วงมีมากกว่าหนึ่งล้านคน และมากกว่าจำนวนผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ซึ่งในครั้งนั้น มีการคำนวณตามหลักมาตรฐานสากลแล้วได้ตัวเลขคร่าวๆว่ามีผู้เข้าร่วมราว 1 ล้าน 2 แสนคน
แต่การชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ซึ่งมีคนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด สื่อต่างประเทศต่างอ้างตัวเลขของรัฐบาลว่ามีแค่ 1 แสน 5 หมื่นคน โดยสื่อเหล่านั้นไม่คิดจะออกไปดูด้วยตาตัวเองแล้วรายงานตามสถานการณ์ที่เป็นจริงให้สมกับเป็นสื่อมืออาชีพแม้แต่น้อย
ยิ่งกว่านั้น สื่อต่างประเทศยังจงใจนำเสนอแต่ข่าวการแถลงของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มากกว่าจะไปสัมภาษณ์ความเห็นของแกนนำการประท้วงหรือผู้ประท้วงว่าเหตุใดจึงออกมาชุมนุมมากผิดปรกติเช่นนี้ หรือไม่มีการวิเคราะห์สาเหตุที่คนไทยนับล้านๆ คนรวมไปถึงนักวิชาการชื่อดังต่างปฏิเสธรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ มุ่งแต่นำเสนอว่าคนไทยควรจะไปเลือกตั้ง ราวกับว่าการเลือกตั้งจะช่วยแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็ไม่ปาน โดยไม่พยายามวิเคราะห์ว่าสาเหตุใดจึงมีกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองและพรรคการเมืองก่อนมีการเลือกตั้ง
อคตินี้ยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อสหรัฐประกาศสนับสนุนให้คนไทยไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. กลับตาลปัตรกับการประกาศสนับสนุนให้ชาวยูเครนซึ่งกำลังประท้วงขับไล่รัฐบาลด้วยวิธีการรุนแรงให้ออกไปล้มรัฐบาลให้ได้เพียงเพราะรัฐบาลนี้เตรียมจะผละจากอกประชาคมยุโรป (อียู) หันไปซบออกรัสเซียแทน
ส่วนหนึ่งของคำตอบจึงมาถึงบางอ้อว่าเป็นเพราะรัฐบาลประเทศมหาอำนาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ในไทยและยังเดินหน้าในนโยบายสองมาตรฐานหรืออีกนัยหนึ่งไร้มาตรฐานบนเวทีโลกอยู่เหมืนเดิม
เหนืออื่นใด เป็นความสำเร็จของนโยบาย "โลกล้อมประเทศไทย" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ฟอกตัวเองและรัฐบาลของน้องสาวผ่านบริษัทโฆษณาชื่อดังแห่งหนึ่งของอังกฤษที่ช่วยเป็นสื่อกลางทำประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์จนภาพลักษณ์ออกมาดูดี ทั้งๆ ที่คนไทยต่างเห็นกันทั่วว่าเธอให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษฟังแล้วแทบไม่รู้เรื่อง แต่สื่อตะวันตกส่วนใหญ่กลับสามารถเขียนข่าวจนออกมาดูดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เครื่องมือสำคัญของของพ.ต.ท.ทักษิณในการล้อมประเทศไทยให้อยู่หมัดก็คือการจ้างบริษัท เบลล์ พ็อตทิงเจอร์  (Bell Pottinger) บริษัทพีอาร์ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของอังกฤษให้ช่วยทำหน้าที่ปั้นภาพลักษณ์ของตัวเองและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ดูดีในสายตาของชาวโลก
เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษได้นำเสนอบทความพิเศษชิ้นหนึ่งของแอนดี้ เบคเค็ตต์ว่าด้วยประวัติความเป็นมาและปรัชญาการทำงานของบริษัทเบลล์ พ็อตทิงเจอร์ ซึ่งนอกจากจะช่วยทำพีอาร์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ยังรับจ้างทำประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับบรรดาเผด็จการ ทรราช ทั้งในอดีตและปัจจุบันอีกนับไม่ถ้วน อาทิ รัฐบาลศรีลังกาในช่วงที่จะเปิดเจรจากับนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีทั้ง(อดีต) ประธานาธิบดีผิวขาว เอฟ ดับเบิลยู เดอ เคิลร์กแห่งแอฟริกาใต้ช่วงที่กำลังหาเสียงแข่งกับนายเนลสัน แมนเดลา ผู้นำขบวนการต่อต้านนโยบายเหยียดผิว มีทั้งนางอัสมา อัล อัสซาด สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งซีเรีย รวมไปถึงนายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก เผด็จการแห่งเบลารุส  มีนางรีเบคาห์ บรู้กส์ ที่เข้ามาใช้บริการหลังเกิดคดีอื้อฉาวเรื่องการดักฟังทางโทรศัพท์ 
นอกจากนี้ก็ยังเป็นตัวแทนรัฐบาลบาห์เรนและอิยิปต์ เป็นตัวแทนของการบริหารของสหรัฐที่ยึดครองอิรัก ตัวแทนบริษัทน้ำมันทราฟิกุรา ต้นเหตุของการปล่อยมลภาวะ ตัวแทนบริษัทคัวดริลลา ที่กำลังมีปัญหาอย่างหนัก
เป็นตัวแทนของออสการ์ พิสตอเรียส นักกีฬาที่ถูกฟ้องในข้อหาฆาตกรรม เป็นตัวแทนของมูลนิธิปิโนเชต์ระหว่างรณรงค์คัดค้านกรณีอังกฤษกักขังอดีตเผด็จการของชิลีผู้นี้ รวมทั้งยังเป็นตัวแทนของบริษัทอาวุธยักษ์ใหญ่ บีเออี ซิสเต็มส์ ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ฯลฯ
บทความชิ้นนี้เริ่มด้วยการโปรยหัวว่า "จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปจนถึงบริษัทคัวดริลลาและอัสมา อัล อัสซัด“ ที่กำลังมีปัญหา ล้วนแต่เป็นลูกค้าชื่อกระฉ่อนของบริษัทเบลล์ พ็อตทิงเจอร์ บริษัทพีอาร์ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้  และ ทิม เบลล์ ผู้วางแผนรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งให้กับนางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษได้เผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจนี้"
ทิม เยลล์ หรือ ลอร์ด เบลล์ แห่งเบลกราเวีย ซึ่งได้รับยศนี้เมื่อปี 2533 จากการเสนอของนางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ซึ่งเป็นลูกค้าเก่าแก่มายาวนานไม่นับรวมเรื่องที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน แม้จะมีอายุ 72 ปีแล้ว แต่ก็ยังทำงานเต็มเวลาและก็ยังแต่งตัวเหมือนกับนักพีอาร์รุ่นเก่าผู้สามารถสร้างความเป็นกันเองด้วยรอยยิ้มง่ายๆ 
มาร์ค บอร์คอฟสกี นักพีอาร์ชื่อดังและนักประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมการประชาสัมพันธ์ในอังกฤษให้ความเห็นว่าลอร์ดเบลล์ ถือเป็นคนต้นแบบของธุรกิจนี้ มีคนจำนวนมากพยายามจะเขียนข่าวมรณกรรมหรืออีกนัยหนึ่งความล้มเหลวของเขา แต่พวกนั้นประเมินความมุ่งมั่นดุจเหล็กกล้าของลอร์ด เบลล์ต่ำไป เขามีเครือข่ายที่ทรงพลังมาก มีการติดต่อกับทั่วทุกมุมโลก เปรียบไปแล้วเบลล์ พ็อตทิงเจอร์ เป็นคนหลากหลายเชื้อชาติที่มีอำนาจน่ากลัวมาก เป็นเวลานานหลายๆปีมาแล้วที่ลอร์ด เบลล์ จะทำงานอยู่หลังฉาก เป็นเหมือนกับตัวแทนของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ"
น้อยครั้งนักที่เบลล์จะยอมให้สัมภาษณ์และปรกติจะให้สัมภาษณ์เฉพาะหนังสือพิมพ์เอียงขวาหรือคนดังในวงการหนังสือพิมพ์ที่ตัวเองชื่นชอบเท่านั้น 
"ผมเองก็หากินกับรัฐบาลของแทตเชอร์ สิ่งที่ผมทำให้เธอนั้นบางคนก็ว่าเกินจริงอย่างเห็นได้ชัด บางคนก็ว่าประเมินต่ำเกินไปอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน" จากหนังสือเรื่อง "The Ultimate Spin Doctor" ของมาร์ค ฮอลลิงเวิร์ธ ว่าด้วยชีวประวัติของเบลล์ เผยว่า เบลล์ได้แนะนำเธอทุกอย่างตั้งแต่วิธีการผ่อนคลายเพื่อจะละลายท่าทางที่แข็งมะรือทื่อของเธอ ไปจนถึงกลวิธีโจมตีพรรคเลเบอร์ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในขณะนั้น ด้วยการจัดทำโปสเตอร์ชุด "Labour Isn't Working" ซึ่งโด่งดังไปทั่ว เป็นภาพคนตกงาน (ซึ่งอันที่จริงเป็นเด็กหนุ่มสังกัดพรรคอนุรักษ์นิยมที่ยืมตัวมาเข้าฉาก)ที่ต่อแถวยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาอยู่หน้าสำนักจัดหางาน โปสเตอร์นี้มีส่วนทำให้คะแนนนิยมของรัฐบาลฮีธ วิลสัน คัลลาฮานในช่วงปลายทศวรรษ 2513 ลดลงฮวบฮาบ ก่อนที่ชาวอังกฤษจะตระหนักหลังจากนั้นไม่นานนักว่า รัฐบาลแทตเชอร์ทำให้คนตกงานมากยิ่งกว่า
"สิ่งที่ผมเชื่อมั่นมากที่สุดก็คือคำเพียงไม่กี่คำที่สามารถสร้างภาพที่แจ่มชัด ก็สามารถเปลี่ยนแปลงการคิดของคนได้" ลอร์ด เบลล์ ซึ่งได้ร่วมก่อตั้งบริษัทเบลล์ พ็อตทิงเจอร์เมื่อปี 2541 กล่าวถึงหลักการทำงานของบริษัทนี้ว่า "เราจะบอกเรื่องราวต่างๆ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการโกหก เราทำงานให้กับคนที่ต้องการจะบอกเรื่องราวในแง่มุมของเขา"
ขณะที่อเลค แมตทินสัน ผู้ช่วยบรรรณาธิการนิตยสาร "พีอาร์วีค" ให้ความเห็นว่า "บรรดาคนที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับสถานการณ์พิเศษนั้นๆ เป็นทั้งชื่อเสียงและวิกฤติของการพีอาร์ ในแง่ของชื่อเสียงก็คือพวกเขาสามารถหาบริษัทที่พร้อมจะรับงานให้ ขณะที่บริษัทอื่นๆไม่กล้ารับงานนั้น"
จากนโยบายนี้ทำให้บริษัทเบลล์ พ็อตทิงเจอร์ตกเป็นเป้าโจมตีหลายครั้ง อาทิ ถูกสำนักตรวจสอบด้านการหนังสือพิมพ์ของอังกฤษประณามว่าปกปิดข้อมูลหรือนำเสนอข้อมูลด้านเดียวระหว่างเป็นพีอาร์ให้กับรัฐบาลศรีลังกาช่วงที่พบเจรจกับนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จนนำมาซึ่งการประท้วงหน้าสำนักงานแห่งนี้ 
เช่นเดียวกับที่ชาวชิลีและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนต่างไม่พอใจที่เบลล์ พ็อตทิงเจอร์ รับทำโฆษณาให้กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตเผด็จการมือเปื้อนเลือดปิโนเชต์ที่ต้องการให้อังกฤษปล่อยตัวเผด็จตัวผู้นี้ และเบลล์ได้โหมโฆษณาด้วยข้อความว่า "ปรองดองไม่ใช่แก้แค้น" ฟังแล้วคล้ายๆกับที่นางสาวยิ่งลักษณ์พูดไว้ขณะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆว่า "มุ่งแก้ไขไม่แก้แค้น"  พร้อมกับนำเสนอภาพปิโนเช์ที่ดูอ่อนล้า ไม่มีแรงเนื่องจากป่วยเรื้อรังทำให้คนสงสาร
สุดท้ายอังกฤษก็ยอมปล่อยตัวปิโนเชต์ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเป็นกระบวนการปลอกต้มที่ไม่โปร่งใส
อย่างไรก็ดี ลอร์ด เบลล์ยืนยันว่าบริษัทนี้เป็นพลังในด้านดี "เราต้องเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด เหตุผลที่เรารับงานของลูคาเชนโกแห่งเบราลุส เป็นเพราะเจ้าตัวออกปากเองว่า"เราต้องการก้าวไปสู่ประชาธิปไตย และเราก็ได้ปล่อยนักโทษการเมืองแล้ว 6 คน"
ขณะที่ เจมส์ เฮนเดอร์สัน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งเพิ่งมาอยู่ที่บริษัทนี้แค่ 3 ปี และมีบุคลิกของนักพีอาร์รุ่นใหม่ยืนกรานว่า ขณะนี้บริษัทไม่รับลูกค้าที่มีปัญหาชื่อเสียงฉาวโฉ่อีกแล้ว อาทิได้ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของนายโรเบิร์ต มูกาเบ  เผด็จการแห่งซิมบับเว เป็นต้น ด้านเว็บไซต์ของบริษัทนี้ก็เอ่ยชื่อลูกค้าที่ไม่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ส่วนใหญ่จะเน้นลูกค้าประเภทบริษัทน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ บริษัทเหมืองแร่ สถาบันการเงินและรัสเซีย เป็นต้น
แมตทินสันแห่ง"พีอาร์วีค"ก็ยอมรับเช่นกันว่าแนวคิดที่จะรับงานบริษัทหรือลูกค้าที่มีปัญหานั้นเป็นเรื่องผิดพลาดของบริษัทพีอาร์ เบลล์ พ็อตทิงเจอร์
ในส่วนของผู้อ่านบทความชิ้นนี้ ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์การทำงานของเบลล์ พ็อตทิงเจอร์ จำนวนไม่ใช่น้อย 
ชิ้่นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการแสดงความคิดเห็นว่า อนาคตของโลกจะเป็นเช่นใดขึ้นอยู่กับมุมมองและการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเนื้อแท้ก็คือการโฆษณาชวนเชื่อ ที่เข้าไปมีบทบาทแทนที่รัฐสภาและโครงการต่างๆ   บางความเห็นก็เตือนบริษัทพีอาร์ให้คำนึงเรื่องของจริยธรรมและเรื่องของเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวต่างๆ





จาก กปปส.เยอรมัน

แมกกาซีนที่อิตาลีเปรียบเทียบทักษิณ และตระกูลชินวัตร คอรัปชั่นโกงกินเหมือนนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี และตั้งฉายาทักษิณว่า "แบร์ลุสโคนีเมืองไทย" สื่ออิตาลีน่าจะบอกด้วยว่า อย่างน้อยนายแบร์ลุสโคนียังดีกว่าอดีตนายกฯเมืองไทย ตรงที่ไม่หนีคดีออกนอกประเทศ ไม่ขายชาคิขายแผ่นดิน หนำซ้ำยังทำตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค์อันธพาล ส่งสมุนขี้ข้าปล้นชาติ ทำลายประเทศ และจ้างเขมรเข้ามาเข่นฆ่าปวงมหาประชาชนคนบริสุทธิ์ที่พยายามออกมาปกป้องประเทศชาติอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้



แดงสะไภ้วิทยุต่างประเทศ แฉแกนนำ 9 คน หลังติดคุกแต่ละคนรับไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน อัดยับ ความเดรฉานขบวนการเสื้อแดง นปช .. แซ่บ !!

Post by เสมา ขุนศึกรักสถาบัน.


<div id="fb-root"></div> <script>(function(d, s, id) { var js, fjs = d.getElementsByTagName(s)[0]; if (d.getElementById(id)) return; js = d.createElement(s); js.id = id; js.src = "//connect.facebook.net/en_US/all.js#xfbml=1"; fjs.parentNode.insertBefore(js, fjs); }(document, 'script', 'facebook-jssdk'));</script>
<div class="fb-post" data-href="http://www.facebook.com/photo.php?v=547369025330049" data-width="466"><div class="fb-xfbml-parse-ignore"><a href="http://www.facebook.com/photo.php?v=547369025330049">Post</a> by <a href="http://www.facebook.com/profile.php?id=100001708705432">เสมา ขุนศึกรักสถาบัน</a>.</div></div>



Yingluck murders innocent and unarmed protesters...Yingluck greenlighted the slaughter of the unarmed and peaceful protesters.










Photo: มาจับพิรุธ ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็น มือปืน ยิง สุทิน ธราทิน เสียชีวิต ..คลิปนี้ค่อนข้างชัดเจน !!

นาที 1.25 เป็นต้นมา หลังสิ้นเสียงปืน ชายคนนี้ วิ่งข้ามถนนมาพร้อมกระเป๋าสะพายสีดำ ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋าและหยิบเอาปืนออกมาแล้วทุบไปที่กระจกหน้ารถ จากนั้นใช้ปืนขู่คนในรถ และ วนไปที่ท้ายรถกระบะ และ ทำท่าใช้ปืนขู่ ภาพชัดเจนดี ก่อนจะเอาปืนยัดใส่กระเป๋า และ เดินจากออกไป ..

หากชายคนนี้ เป็นเพียงพวกแดงอันธพาลระดับทุบรถ ทุบตีประชาชน ทั่วๆไป มันคงวิ่งมาทุบรถและร่วมทุบตีคนที่อยู่ท้ายกระบะกับพวกอันธพาลแดงที่มันรุมทุบตีก่อนหน้านี้แล้ว มันคงไม่รีบเดินหนีจากไปอย่างมีพฤติกรรมพิรุธ ตามที่ได้บอกมาแน่นอน ..

ไม่แน่ใจว่า รถที่ สุทิน อยู่นั้นเป็นคันไหน ?  แต่ยังไงๆ สุทิน ธราทิน น่าจะเป็นเป้าสังหารแน่นอน เพราะโดนเข้าไป 3 นัด เข้าจุดตายหมด ..คือ ศรีษะ  ลำคอ และ อกขวา ส่วนผู้บาดเจ็บคนอื่นที่โดนกระสุนปืน จะโดนยิงที่ต้นแขนขวา 1 คน โดนยิงต้นขาขวา 1 คน และ โดนยิงที่ข้อมือซ้าย 1 คน  ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บอื่นๆ คือ โดนทุบตีด้วยไม้ที่ศรีษะ และ ลำตัว..

ช่วยกันหาภาพอื่นมาประกอบสถานการณ์ดูครับ ..คนร้ายคนนี้น่าสงสัยที่สุดล่ะ เพราะลักษณะพฤติกรรม และ จุดที่ยืนนั้น มันน่าจะเป็นลักษณะของ มือปืน มือสังหาร มากกว่าพวกอันธพาล ทุบรถ ทุบคน ด้วยไม้ธง อย่างที่เราเห็นๆกันในคลิป ..

กล้องวงจรปิดตรงบริเวณนั้นมีหรือเปล่า ?  เสียหรือเปล่า ไม่รู้ ??.. ตอนนี้ต้องช่วยกันดูว่า คนที่ทุบรถมันเป็นกลุ่มไหน ? เป็นเด็กใคร ? .. และ ใครพามันมา น่าจะเชื่อมโยงถึง คนจ้างวานมือปืนได้ ..เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเป็นการยิงสั่งสอน หรือ ยิ่งมั่วๆ เพื่อระบายความแค้น แต่น่าจะเป็นการอำพรางสถานการณ์ฆ่ามากกว่า..

สุทิน ธราทิน เป็นเอ็นจีโอ ตามเรื่องพลังงาน และ ขับไล่ทักษิณมาตั้งแต่วันแรกที่ทักษิณเล่นการเมือง เป็นพันธมิตรเก่า และ อยู่ในทุกเวทีขับไล่ทักษิณมาโดยตลอด เคยไปประท้วงที่กระทรวงพลังงานด้วย คนๆนี้ไม่ใช่ธรรมดา แต่เป็นฝ่ายวิชาการที่ช่ำชองด้านพลังงานมากคนหนึ่ง ที่ตามติดขับไล่ระบอบทักษิณมานานเป็นสิบๆปี ..

นี่แหละ คือ ข้อสงสัยว่า สุทิน ธราทิน ไม่น่าจะใช่ โดนลูกหลง แต่น่าจะเป็นเป้าสังหาร..

เพราะโดน จุดตาย หมด ไม่แม่นจริง ยิงไม่โดนขนาดนั้น  !!!



วินเซนต์  26  มกราคม  2557












Vipavadee Ramkhamhaeng Hospital has confirmed Suthin Taratin from NSPRT died.  He was shot  in the head and chest.  May he rest in peace.  My condulance to the family.







26 ม.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. มวลมหาประชาชน กปปส.ประมาณ 300 คน ได้เดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้งวีดศรีเอี่ยม เนื่องจากมีรายงานว่ายังมีการเปิดให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อไปถึงแกนนำ อาทิ นพ.รวี มาศฉมาดล ,นายสุทิน ธราทิน ได้เข้าไปเจรจากับผู้อำนวยการหน่วยเลือกตั้งและรองผู้อำนวยการเขตนางนา โดยผลการเจรจานั้นปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ได้ประกาศปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า กลุ่มมวลชน กปปส. จึงได้เดินทางกลับ
ขณะออกจากวัดศรีเอี่ยม เพื่อมุ่งหน้าออกเส้นบางนา-ตราด ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงมาราว 100 คน นำโดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. มาดักรออยู่ที่หน้าวัด เมื่อมวล กปปส.ออกจากวัดมาจึงพยายามเลี้ยวรุเพื่อจะไม่เผชิญหน้ากับกลุ่มเสื้อแดง ได้มีการยิงปืนจากกลุ่มเสื้อแดงเข้าใส่ พร้อมมีเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดดังสนั่น 1 ครั้ง ปรากฎว่านายสุทิน ธราทิน แกนนำคนสำคัญของ กปท. และอดีตผอ.พรรคการเมืองใหม่ ถูกยิงเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บาดเจ็บ 4 ราย โดบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกนำตัวส่งไปที่โรงพยาบาลวิภาราม-ศรีนครินทร์
ล่าสุด ปรากฏว่ามวลชน กปปส. พร้อมรถกระจายเสียงส่วนหนึ่งยังหลบอยู่ภายในวัดศรีเอี่ยม ท่ามกลางการปิดล้อมของคนเสื้อแดง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คลิปเสื้อแดงยิงถล่ม'สุทิน'ดับ ภาพชัดรุมทำร้ายไร้ปราณี







สุทิน ธราทิน เติบโตมาจากสหภาพรถไฟฯ ก่อนมาเป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม และเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ และร่วมก่อตั้ง "พรรคการเมืองใหม่"

สุทิน ธราทิน ร่วมก่อตั้งคณะเสนาธิการกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยจัดชุมนุมที่สวนลุมพินี ร่วมกับกองทัพธรรม

1. สุทิน ธราทิน ไม่ใช่สายฮาร์ดคอร์ เขามาจากสายเอ็นจีโอ ทำงานวิจัยชุมชน ร่วมกับ "หมอพลเดช" ที่สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) อยู่หลาย
สิบปี ...

2. สมัยรัฐบาล ปชป. (ปี 42) สุทิน ธราทิน ในนาม LDI ก็เคยทำงานโครงการเงินกู้ชุมชน และรัฐบาลไทยรักไทย ก็ช่วยงาน "หมอมิ้ง" ทำกองทุนหมู่บ้าน

3. ปี 49 สุทิน ธราทิน รวมทั้งหมอพลเดช และ LDI ร่วมต้านระบอบทักษิณ และเข้าร่วมเป็น "แนวร่วม" ของพันธมิตรฯ ในปี 51

4. สุทิน ธราทิน เข้าร่วมกับ สมศักดิ์ โกศัยสุข ตั้งพรรคการเมืองใหม่ หลังจากพรรค กมม. มีปัญหา ขัดแย้งภายใน สุทินก็ไปช่วยงาน "เสธ.อ้าย"

5. สุทิน ธราทิน กับ ทศพล จันทิมา จากพรรคการเมืองใหม่ ได้เป็นกำลังหลักของ "องค์การพิทักษ์สยาม" ของ "เสธ.อ้าย" ในการชุมนุมใหญ่ปลายปี 55

6. หลังม็อบ เสธ.อ้าย พ่าย "สุทิน-ทศพล" ไม่ยอมแพ้ กระทั่งเกิดขบวนการ "หน้ากากขาว" สองคนนี้ก็ตั้ง "กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ" เดือน มิ.ย. 56

7. กองทัพประชาชนฯ ร่วมกับ "ทหารเก่า" จัดการชุมนุมที่สวนลุมพินี แต่ก็มีเสียงตอบรับ จากมวลมหาประชาชนน้อยมาก จนแกนนำเกือบเลิกการชุมนุม

8. เนื่องจาก "สุทิน" อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม "นายทหารอาวุโส" ได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้า รปภ. การชุมนุมที่สวนลุมฯ สุทินไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย

9. ยุทธการปิดกรุงเทพฯ สุทิน ธราทิน กับ ทศพล แก้วทิมา แยกมาตั้งเวทีย่อย ก.พลังงานฯ ในนามกองทัพประชาชน กับ เครือข่ายปฏิรูปพลังงาน










Political Tensions in Thailand


The United States strongly condemns increasing violence in Bangkok that has resulted in deaths and injuries. We urge Thai authorities to investigate these attacks and bring those responsible to justice. We urge all sides to refrain from violence, exercise restraint, and respect the rule of law.

The United States supports democratic institutions and processes in Thailand, our long-time friend and ally. We encourage all involved to commit to sincere dialogue to resolve political differences peacefully and democraticall





สหรัฐอเมริกาแถลง ไม่ยอมรับรัฐแดง ที่ก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนตนเอง

สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานว่า แมรี ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ว่า...

"ประเทศสหรัฐอเมริกาขอประนามการก่อเหตุรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานคร ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคน ภายหลังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อการร้ายปาระเบิดใส่การชุมนุมบริสุทธิ์ของกลุ่ม กปปส. ทั้งที่ถนนบรรทัดทอง และเวทีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และขอให้ทางการไทยเร่งสืบสวนและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่ขบวนการทางกฏหมายโดยเร็ว งดเว้นการก่อเหตุรุนแรงใช้ความยับยั้งชั่งใจ และเคารพหลักนิติธรรม"
รัฐแดงอั้งยี่ซ่องโจร โดนมหาอำนาจดีดหูสะกิด เพราะรู้ทันเข้าแล้ว ก่อนหน้านี้สหรัฐแจ้งเตือนไทย หลังดักฟังคนดูไบ ขณะเดินทางไปมอนเตเนโกร สั่งเตรียมก่อวินาศกรรมกรุงเทพฯ
เพราะไทยกับอเมริกามีความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ตามกฎหมายที่เรียกว่า The USA Patriot Act หรือ Homeland Security แต่รัฐแดงทำหูทวนลม เพราะคนสั่งก่อการร้ายคือผู้บงการพรรคเผาไทยของตนนั่นเอง

ซึ่งปกติสหรัฐก็ดักฟังผู้นำประเทศต่างๆ หลายประเทศ จนบางประเทศแถวยุโรป และรัสเซียรู้ตัวจนเป็นข่าวครึกโครมมาแล้ว
ปกติสหรัฐจะไม่ออกตัวแรง หนุนฝ่ายใดในต่างประเทศอย่างชัดเจน การแสดงออกของทูตสหรัฐในประเทศไทยเขาอาจจะสงวนท่าทีตามธรรมเนียมทูตตามมาตรฐาน แต่ถ้าเมื่อไรเขาแถลงผ่านกระทรวงการต่างประเทศออกมาเอง แสดงว่าทีมการเมืองของเขาวิเคราะห์แล้วว่า “สิ่งเทียมรัฐบาล “ ปูแดงแพ้แน่ ๆ นี่เป็นสัญญาณเตือนแล้วว่า สหรัฐไม่ยอมรับการก่อวินาศกรรมฆ่าประชาชนตนเองของรัฐแดง และปรามให้ยับยั้งชั่งใจ หากปึ้งเหน่ง และเป็ดเหลิม จะสั่งชายชุดดำไทย และเขมรมาปราบปรามผู้ชุมนุม รัฐแดงจึงถูกโดดเดี่ยวจากมหาอำนาจไปอีก 1 ประเทศ จึงเป็นทีของประชาชนจะต้องเปิดเกมส์รุก “อุดรูปูในประเทศ” ให้หนักขึ้นไปอีก โดยมีชาย 3 สีเป็น “ เปลือกหุ้มใส้ดินสอ” ป้องกันภัยจากกองกำลังแดงเถื่อน และมีอเมริกาเป็นกองหนุน “อุดรูปูอยู่นอกประเทศ“

MANA PRADITKET

MANA PRADITKET
Handpainted oil painting by Mana Praditket

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
Original handpainted oil painting by Niran Paijit

PRAYAD TIPPAWAN

PRAYAD TIPPAWAN
ORIGINAL IMPRESSIONAL OIL PAINTING BY PRAYAD TIPPAWAN

Achara 34 (24x36)

Achara 34 (24x36)
ORIGINALl OIL PAINTING

Amornsak Livisit 74 (24x36)

Amornsak Livisit 74 (24x36)
ORIGINAL OIL PAINTING, Impressionist style

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)
Original handpainted oil painting abstract style

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
ORIGINAL ABSTRACT STYLE OIL PAINTING BY NIRAN PAIJIT

Chavalit (Pong)

Chavalit (Pong)
PINTO Horses

Komez 78 (22x30)

Komez 78 (22x30)
Original handpainted pastel painting on paper

KOMES

KOMES
Handpainted pastel painting by Komez

PRATHOUN

PRATHOUN
ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING BY PRATHOUN

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
ORIGINAL OIL PAINTING BY THAVORN IN-AKORN (SIZE 20x30")

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
Original oil painting by Thavorn In-akorn

Facebook


ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING

PHOTO GALLERY

PHOTO GALLERY

Facebook

PHOTO GALLERY